Categories
ข่าวเด่น

สตูล-จิตอาสากู้ภัยภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือ  ทบทวนเสริมความรู้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย  น้ำท่วมและน้ำป่า  ภายใต้หลักสูตร Swift Water and Flood Rescue ยกระดับการกู้ภัยสู่มาตรฐานสากล

สตูล-จิตอาสากู้ภัยภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือ  ทบทวนเสริมความรู้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย  น้ำท่วมและน้ำป่า  ภายใต้หลักสูตร Swift Water and Flood Rescue ยกระดับการกู้ภัยสู่มาตรฐานสากล

           จังหวัดสตูล – วันนี้สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูลได้แจ้งเตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก  น้ำท่วมขัง  ดินถล่ม   ระหว่างวันที่ 20 – 26  พฤศจิกายน 2567  โดยปริมาณน้ำฝนวันนี้เยอะสุดที่อำเภอท่าแพ 16.6  ลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือที่อำเภอควนกาหลง 8.4  ลูกบาศก์เมตรปริมาณน้ำในคลองดุสน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย   ขณะที่คลองละงูปริมาณน้ำลดลง

 

         ขณะที่คลองฉลุง ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  ขณะนี้ปริมาณน้ำในคลองกำลังไหลเชี่ยวปริมาณน้ำไม่สูงมากนัก   โดยวันนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่กลุ่มจิตอาสากู้ภัยจากภาคใต้ตอนล่างรวมตัวฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำไหลเชี่ยวกราด ในหลักสูตร Swift Water and Flood Rescue เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ

 

        นายสาโรจน์ ศรีน้อย จากมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรสตูล เปิดเผยว่า การฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 3 มีผู้เข้าร่วมจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และกระบี่ โดยใช้เวลาฝึก 3 วัน เน้นการเรียนรู้เทคนิคการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำโดยเฉพาะ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

 

         “การฝึกอบรมจัดขึ้นทุก 1-2 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำเป็นต้องเรียนรู้หลักสูตรการช่วยเหลือที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย” นายสาโรจน์กล่าว

           ด้านนายนฤภัทร วัฒนกุล ประธานชมรมตอบโต้ภัยพิบัติ RRVT อธิบายว่า หลักสูตรกู้ภัยประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การกู้ภัยทางน้ำ กู้ภัยในที่สูง และกู้ภัยทางทะเล โดยใช้หลักสูตรมาตรฐานสากลที่ปรับให้เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย มีการจัดอบรมไม่เกิน 6 รุ่นต่อปี โดยมีศูนย์กลางการฝึกอยู่ที่จังหวัดนครนายก  และจะทำการฝึกให้กับอาสากู้ภัยในพื้นที่ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติม ใน รูปแบบของการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่มีเทคนิค มากขึ้น  การที่ทุกพื้นที่มีความรู้เบื้องต้นจะทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือ รวดเร็วยิ่งขึ้น

……………………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวเด่น

ตำรวจสตูลรวบแล้วหัวขโมยลูกมะพร้าว 10 ลูก  ฉกไปพร้อมไข่ไก่ นมและข้าวราดแกง แม่ค้าเจ้าทุกข์ไม่แจ้งเอาความแต่ขอให้สาบานสัญญาว่าจะไม่ไปทำกับใครอีก!

ตำรวจสตูลรวบแล้วหัวขโมยลูกมะพร้าว 10 ลูก  ฉกไปพร้อมไข่ไก่ นมและข้าวราดแกง แม่ค้าเจ้าทุกข์ไม่แจ้งเอาความแต่ขอให้สาบานสัญญาว่าจะไม่ไปทำกับใครอีก!

         วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ภาพนาทีที่ตำรวจชุด สภ.เมืองสตูลเข้าจับหัวขโมยพร้อมของกลางลูกมะพร้าวจำนวน 10 ลูก เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 21.30 น. พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ  ผกก.สภ.เมืองสตูล   มอบหมายให้พ.ต.ท.สำเร็จ  ใจเอื้อ  รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.เฉลิมรัฐ แก้วเนียม  สว.สส.ฯ  สั่งการให้ ร.ต.อ.ฮาซัน แหละหมัน  รอง สว.สส.ฯ  ร.ต.อ.รัฐศักดิ์ จีนหวั่น  รอง สว.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับ ชปข.ร้อย ตชด.436, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสตูล

         สืบสวนและจับกุมผู้ก่อเหตุขโมยมะพร้าวของแม่ค้าขายกะทิสดหายไปจำนวน 10 ลูก และยังหยิบไข่ไก่จำนวน 15 ฟองในตู้เย็นไปพร้อมกับยาคูลย์ 6 ขวด และตักข้าวพร้อมราดแกงไปอีกจานใหญ่  โดยกล้องวงจรปิดของแม่ค้าขายกะทิสดจับภาพไว้ได้คาหนังคาเขา

          แม้แม่ค้าขายกะทิสดจะไม่แจ้งความดำเนินคดี  เมื่อตำรวจทราบเรื่องได้ให้ชุดสืบสวนติดตามจับกุม   หนุ่มเร่รอนดังกล่าวไว้ได้ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับจุดก่อเหตุ  คือที่ที่บริเวณสี่แยกคอกเป็ด ถ.สถิตยุติธรรม ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล 

          ทราบภายหลังว่า  ชื่อว่าเป็นนายอาทิตย์ หรือดี้ อายุ 36 ปี  ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ขโมยมะพร้าว ที่ร้านขายกะทิสดสี่แยกเจ๊ะบิลัง ต.พิมาน อ.เมืองสตูล เมื่อคืนวันที่ 16 พ.ย.67 เวลาประมาณ 23.30 น.

          แม้แม่ค้ากะทิสดผู้เสียหาย   ไม่ประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุดังกล่าว  เพียงแค่ต้องการให้มาขอโทษและสัญญาสาบานต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะไม่ลักทรัพย์ของผู้ใดอีก

          หลังได้ตัวและของกลางเป็นมะพร้าวแล้วจำนวน 10 ลูก ตำรวจได้เชิญผู้เสียหายมารับทราบยัง  สภ.เมืองสตูล พร้อมให้ผู้ก่อเหตุ  คืนมะพร้าวให้แก่ผู้เสียหายและได้รับปากว่าจะไม่กระทำความผิดลักทรัพย์อีก

          แต่ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้ถ่ายรูปจัดทำประวัติและดำเนินการตามกฎหมาย  จึงทำได้ว่ากล่าวตักเตือน และติดต่อญาติให้ทราบช่วยดูแลพฤติกรรมไม่ให้ไปก่อเหตุที่ไหนอีก  นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังพบประวัติเป็นบุคคลไม่สมประกอบทางด้านสมองอีกด้วย 

…………………………………………………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวเด่น

สตูลไขน็อตปัญหาโจรกรรมหม้อแปลง และอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง  พุ่งเป้าร้านรับซื้อของเก่าพบผิดยึดใบอนุญาตทันที

สตูลไขน็อตปัญหาโจรกรรมหม้อแปลง และอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง  พุ่งเป้าร้านรับซื้อของเก่าพบผิดยึดใบอนุญาตทันที

         ที่ห้องประชุมแขวงทางหลวงสตูล ชั้น 3 นางสาวดุษฎี  พฤกษเศรษฐ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  เป็นประธานในการประชุมเพื่อบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินในเขตทางหลวง โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ นันทคำภิรา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล พร้อมผู้อำนวยการทางหลวงชนบทสตูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

 

        ด้วยที่ผ่านมา แขวงทางหลวงสตูล และแขวงทางหลวงชนบทสตูล ได้ประสบกับปัญหาทรัพย์สินในเขตทางหลวงถูกโจรกรรม ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ถูกโจรกรรมเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ หม้อแปลงไฟฟ้า ป้ายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ และยังมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอีกในอนาคต โดยพื้นที่ที่ทรัพย์สินถูกโจรกรรมของแขวงทางหลวงสตูลอยู่ในท้องที่ ตำบลบ้านควน ตำบลควนโพธิ์ ตำบลควนขัน ตำบลคลองขุด ตำบลตำมะลัง ตำบลทุ่งนุ้ย และพื้นที่ที่ทรัพย์สินถูกโจรกรรมของแขวงทางหลวงชนบทสตูล อยู่ในท้องที่ ตำบลตันหยงโป ตำบลคลองขุด ตำบลฉลุง และตำบลละงู ซึ่งแต่ละปีส่งผลให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในจัดซื้อ จัดหา มาติดตั้งทดแทน อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อความปลอดภัย และอาจทำให้เกิด อุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้

 

         จากนั้น  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และนายณรงค์ศักดิ์ นันทคำภิรา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล ได้ลงพื้นที่ที่ทรัพย์สินถูกโจรกรรมของแขวงทางหลวงชนบทสตูลบริเวณตำบลตำมะลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินในเขตทางหลวง

 

         ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทาง  บอกว่า  ผู้ใช้เส้นทางรายหนึ่งบอกว่าทุกครั้งที่ไฟดับยอมรับว่ามีความหวาดกลัวมากเนื่องจากไม่รู้เลยว่า 2 ข้างทางมีอะไรอยู่ ยิ่งเป็นผู้หญิงแบบเราขี่รถไปทำงานในตัวเมืองและเปลี่ยนกะเข้าทำงานกลางคืน ทั้งเส้นทางมืดหมดเลยทำให้น่ากลัวเป็นอย่างมาก  เมื่อรู้ว่าเส้นทางที่ใช้อยู่เป็นประจำได้มีการซ่อมแซมและเร่งติดตั้งไฟให้ส่องสว่างกลับมาเหมือนเดิมส่วนตัวรู้สึกอบอุ่นใจ มองเห็นข้างทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามีอะไรอยู่ระหว่างทางทำให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ มากยิ่งขึ้นขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน

         นางสาวดุษฎี  พฤกษเศรษฐ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  แนวทางการแก้ปัญหาคือการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายทั้งตำรวจฝ่ายปกครองท้องถิ่นแล้วเจ้าของสวนราชการเองที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน โดยอันดับแรกของการแก้ปัญหาอยากให้มีการตรวจสอบร้านค้าของเก่าก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อป้องปรามเพราะเห็นว่าสถานที่ดังกล่าวมีความสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหา  แม้ดูเหมือนจะเป็นปลายเหตุแต่หากไม่มีคนรับซื้อ ทำให้ปัจจัยการก่อเหตุน้อยลง

 

          ส่วนการติดกล้อง CCTV จะมีปัจจัยเรื่องงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอยากให้มีการบูรณาการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ในการติดตั้งกล้องในพื้นที่เสี่ยง โดยมีเจ้าของพื้นที่อย่างทางหลวงชนบทและแขวงทางหลวงให้มีอนุญาตด้วย

 

          การขโมยทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้เป็นเพียงแค่ทำลายทรัพย์สินนั้นๆ  มันมี มูลค่าทางเศรษฐกิจ จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดท่องเที่ยวการดูแลทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญ  ที่ทางจังหวัดคำนึงถึง รวมทั้งความปลอดภัยด้านอุบัติเหตุ เราก็ให้ความสำคัญอยากจะขอความร่วมมือ ช่วยสอดส่องตรวจตราดูทรัพย์สินของทางราชการ  ที่มีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน

 

          นายณรงค์ศักดิ์ นันทคำภิรา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล กล่าวว่า  ตั้งแต่ปี 2564-2567 ได้เก็บข้อมูลความเสียหายของทรัพย์สินภาพรวมพบว่าอยู่ที่ 1,500,000 บาท  ซึ่งปัจจุบันแขวงทางสตูลได้ดูแลทางหลวงจังหวัดสตูลตรังและสงขลา    แนวทางการแก้ปัญหาอันดับแรกคือการแจ้งผู้ประกอบการที่รับซื้อของเก่า ให้ทราบถึงโทษและรูปแบบของทรัพย์สินของทางราชการ ที่ผู้โจรกรรมจะนำไปขายเพื่อให้ทราบชัดเจนว่าหากท่านรับซื้อจะผิดกฎหมายรับซื้อของหลวง

 

         ในส่วนการนำนวัตกรรมมาใช้ในการป้องปรามได้มีการหารือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้ามีราคาสูงถึง 200,000 กว่าบาท ปัจจุบันทางการไฟฟ้าได้มีการใช้นวัตกรรมใหม่ในเรื่องของน็อตที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาจากหม้อแปลงเดิมอีก 3,000 กว่าบาท โดยในปี 2569 เราจะนำนวัตกรรมนี้มาใช้เพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการโดยการขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า   ในส่วนพื้นที่ที่ถูกโจรกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลตำมะลังระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรขณะนี้ทางแขวงทางหลวงสตูลได้แก้ปัญหาจนสามารถเปิดจ่ายไฟให้กับผู้ใช้เส้นทางได้แล้ว 100%   พร้อมฝากประชาชนที่พบเห็นผู้ที่ส่อเจตนาในการที่จะขโมยทรัพย์สินของทางราชการ  ให้แจ้งทางแขวง 1586 หรือทาง facebook แขวงทางหลวงสตูลกรมทางหลวง

…………………………….