Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เกษตร - อาชีพ

“กะน๊ะปลาส้ม” ความอร่อยที่มาพร้อมกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง

สตูล- “กะน๊ะปลาส้ม” ความอร่อยที่มาพร้อมกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง

          ร้าน “กะน๊ะปลาส้ม” โดดเด่นด้วยเมนูยำปลาส้มพร้อมทานที่มาพร้อมมะนาว หัวหอมแดง พริกทอด และใบมะกรูดทอด ในราคาเพียงชุดละ 50 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในท้องถิ่น

         นางกนิษฐา รับไทรทอง เจ้าของร้าน เผยเคล็ดลับความอร่อยว่า “การทอดปลาส้มต้องใช้ไฟอ่อน เพื่อให้ได้สีเหลืองทองและความกรอบที่กำลังดี” เธอเลือกใช้ปลาจีนในการทำปลาส้มเพราะให้เนื้อที่หอมนุ่มและเนื้อเยอะ โดยทำการผลิตครั้งละ 50 กิโลกรัม ซึ่งสามารถขายหมดภายในเวลาเพียง 2 วัน  สร้างรายได้  2000 -3000  ต่อครั้ง

         วิธีทำปลาส้มของกะน๊ะ  จะเลือกใช้ปลาจีน โดยจะสั่งซื้อจากจังหวัดข้างเคียง  ส่วนปลานิลจะรับซื้อจากบ่อของชาวบ้านในพื้นที่บ้านหัวทาง  ชุมชนท่านายเนาว์  และพื้นที่อำเภอละงู  ซึ่งเป็นการอุดหนุนชาวบ้านด้วย  เมื่อได้ปลามาแล้ว  จากนั้นนำล้างให้สะอาด  หมักเกลือ 1 คืน  ใส่ข้าวเหนียวกับกระเทียม 3 คืน  รสชาติกำลังพอดีพร้อมขาย  เจ้าของร้าน กล่าว

         นอกจากปลาส้มที่เป็นเมนูขึ้นชื่อแล้ว ทางร้านยังได้เพิ่มเมนูใหม่อย่าง “แหนมปีกไก่ทอด” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

 

         ด้านน้องแจม หรือ นางสาวจันทิมา ดาหมาน หนึ่งในลูกค้าประจำ กล่าวว่า “ปลาส้มที่นี่อร่อยมาก รสชาติไม่ส้มจนเกินไป พอได้ลองครั้งแรกก็ติดใจ จนต้องกลับมาซื้อซ้ำ โดยเฉพาะราคาที่จับต้องได้”

         ท่านที่สนใจสามารถพบกับร้าน “กะน๊ะปลาส้ม” ได้ที่ :  – ตลาด ธกส. ทุกวันศุกร์   – ตลาดเกษตร ทุกวันพุธ  – ตลาดประชารัฐที่บิ๊กซี ทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์   และในช่วงวันที่ 19-25 มกราคม 2568 ร้านจะไปร่วมงานมหกรรมอาหารจานเด็ด ที่ถนนเลี่ยงเมืองบายพาส ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

 

         สนใจสั่งซื้อสามารถติดต่อได้ที่ โทร. 098-3452799  ด้วยสโลแกนที่ว่า “ทอดหอม ทานอร่อย กลิ่นจะมาก่อน ลูกค้าจะมาตามกลิ่น” ร้านกะน๊ะปลาส้มได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นร้านอาหารพื้นบ้านที่คุ้มค่าแก่การลิ้มลอง

…………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

ธนาคารปูม้าสตูลโชว์ผลงานเข้มแข็ง เปิดศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ที่ตะโล๊ะใส

ธนาคารปูม้าสตูลโชว์ผลงานเข้มแข็ง เปิดศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ที่ตะโล๊ะใส

              ผศ.ดร.ทัศนภา ว่องสนั่นศิลป์ หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยนายประพัตร์ แก้วมณี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสตูล และคณะทีมวิจัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานธนาคารปูม้าในจังหวัดสตูล ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า และละงู  รหว่างวันที่ 16-19 มกราคม 2568

                การติดตามผลในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา มุ่งเน้นการประเมินในหลายด้าน อาทิ การติดตามจำนวนแม่ปูม้าที่เข้าสู่ธนาคาร การปล่อยลูกปูม้าแรกฟักคืนสู่ทะเลไทย และรายได้จากการจำหน่ายสาหร่ายขนนก ผลการดำเนินงานพบว่า กลุ่มธนาคารปูม้าสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ทุกประการ โดยแต่ละธนาคารได้มีการจัดเก็บสถิติอย่างเป็นระบบ ทั้งจำนวนแม่ปูม้าและการปล่อยลูกปูม้าแรกฟักในแต่ละวันและเดือน

            นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ติดตามผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูม้าของสมาชิกครอบครัวธนาคารปูม้า ทั้งเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและการพัฒนาด้านการตลาด เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปปูม้า

              ในโอกาสนี้ ได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้า” ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ ธนาคารปูม้าตะโล๊ะใส อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมีนายกัมพล ถิ่นทะเล ประธานธนาคารปูม้าตะโล๊ะใส เป็นผู้รับมอบป้ายศูนย์เรียนรู้ ป้ายนิทรรศการองค์ความรู้ และอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ

            ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จะเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับ:- การอนุรักษ์และการจัดการปูม้า   – การเพาะเลี้ยงหอยชักตีน  – การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก

              ทางศูนย์ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โดยจัดเตรียมชาวบ้านและอาสาสมัครมัคคุเทศก์น้อย (เยาวชน/นักเรียน) เพื่อเป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เยี่ยมชม ทั้งในด้านการจัดการธนาคารปูม้าและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา และสะพานข้ามกาลเวลา

              การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธนาคารปูม้าต่อความยั่งยืนด้านอาหารทะเลของประเทศไทย ทั้งในพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

ทม.สตูล จัดใหญ่ ‘มหกรรมอาหารจานเด็ด’ เน้นอาหารปลอดภัย-รณรงค์งดใช้โฟม พร้อมดึงศิลปินดังร่วมงาน

สตูล-เทศบาลเมืองสตูลจัดใหญ่ ‘มหกรรมอาหารจานเด็ด’ เน้นอาหารปลอดภัย-รณรงค์งดใช้โฟม พร้อมดึงศิลปินดังร่วมงาน

          เทศบาลเมืองสตูลจัดงาน “มหกรรมอาหารจานเด็ด” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ณ ถนนราษฎร์อุทิศ (ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง ช่วงสี่แยกโรงเรียนจงหัว)  ต.พิมาน  อ.เมือง จ.สตูล  โดยได้รับเกียรติจากนางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บัวทอง ปลัดจังหวัดสตูล นายสมชาติ พรหมโกศรี ปลัดเทศบาลเมืองสตูล หัวหน้าส่วนราชการ คณะทำงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

 

         ภายในงานมีการมอบป้าย SAN Plus (สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน) ให้สถานประกอบการร้านอาหาร จำนวน 10 ร้าน, มอบป้ายเกียรติบัตร “ร้านเด็ด ร้านดัง เมืองสตูล” การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 และชมคอนเสิร์ตจากศิลปิน “กานดา อาร์สยาม” มีการประกวดธิดาอาหารจานเด็ด การออกร้านจำหน่ายสินค้า บูธอาหารเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดสตูล และกิจกรรมร้านเด็ด ร้านดัง เมืองสตูล และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

          นายสมชาติ พรหมโกศรี ปลัดเทศบาลเมืองสตูล เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญด้านอาหารปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักแก่ประชาชนในการเลือกบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร

         โดย”งานมหกรรมอาหารจานเด็ดปีนี้ มีจุดเด่นสำคัญคือการรณรงค์ ‘ลด ละ เลิก การใช้โฟมบรรจุอาหาร’ เพื่อส่งเสริมการลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักในการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

        สำหรับงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 มกราคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมมาตรฐานอาหารปลอดภัย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ภายในงานรวบรวมร้านอาหารชั้นนำทั้งในและนอกจังหวัด พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นที่โดดเด่นของจังหวัดสตูล

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

มท.3 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่สตูล นำร่องภาคใต้ – ตั้งเป้าครบทุกสาขาทั่วประเทศปี 70

มท.3 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่สตูล นำร่องภาคใต้ – ตั้งเป้าครบทุกสาขาทั่วประเทศปี 70

             การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เดินหน้าส่งมอบน้ำดื่มสะอาดให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง  สนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย จัดพิธีเปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station แห่งล่าสุด  ณ สถานีผลิตน้ำควนโดน ในพื้นที่ให้บริการของ กปภ.สาขาสตูล จ.สตูล มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่ม เล็งขยายบริการน้ำดื่มสะอาดให้ครบทุกสาขา

 

           โดยวันนี้  20 ม.ค.2568  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3)  เป็นประธานในพิธีเปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station  นายศักระ  กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  กล่าวต้อนรับพร้อมด้วย ข้าราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พร้อมร่วมกันดื่มน้ำสะอาดโชว์สร้างความเชื่อมั่น ก่อนเปิดก๊อกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่มารอรับน้ำดื่มสะอาด  และมอบน้ำดื่มให้ตัวแทนชุมชน

            นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของนโยบายน้ำดื่มสะอาดเพื่อประชาชนเป็นการดำริของท่านรองนายกรัฐมนตรี   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   ท่านอนุทิน   ชาญวีรกุล   ท่านต้องการที่จะลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเท่าเทียมและลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน  โดยมีการบริการน้ำดื่มสะอาดเพื่อพี่น้องประชาชน  นำร่องไปแล้ว 10 จุด ภายในปีนี้จะเพิ่มอีก 30 จุด ทั่วประเทศ   ภายในปี 2570 จะให้ครบครอบคลุมทุกพื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค 234 สาขา

 

          ประชาชนจะได้รับน้ำดื่มสะอาดที่มีคุณภาพเนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำที่มีคุณภาพสูงด้วยระบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV)  แน่นอนว่าเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนพี่น้องประชาชนสามารถมีเงินเก็บเพิ่มในกระเป๋าไม่ต้องมาซื้อน้ำ  และน้ำมีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนพี่น้องประชาชนได้บริโภคน้ำที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายก็จะทำให้พี่น้องประชาชนประหยัดได้อย่างมาก

 

       หลักๆโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นการให้บริการน้ำดื่มเพื่อพี่น้องประชาชน  แน่นอนว่าเรื่องกำลังการผลิตเรื่องการดูแลน้ำต้นทุน  ทางการประปาส่วนภูมิภาคได้มีแผนสำรองในการกักเก็บน้ำเพื่อที่จะผลิตและจ่ายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง   ตอนนี้เริ่มนำร่องจุดให้บริการซึ่งจริงๆแล้วสาขาที่จังหวัดสตูลเป็นสาขาแรกในปีนี้  เราต้องศึกษาข้อดีข้อเสียและเพิ่มจุดการให้บริการต่อไป   แน่นอนว่าจะต้องให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกจังหวัด  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3)  กล่าว

 

         ด้านนายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า กปภ. ได้ดำเนินโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station โดยติดตั้งจุดให้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ในอาคารสำเร็จรูป ณ สำนักงาน กปภ.สาขา หน่วยบริการ หรือสถานีผลิตจ่าย โดยใช้กระบวนการผลิตน้ำดื่มด้วยเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) สามารถผลิตน้ำดื่มสะอาด 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง มาตั้งแต่ปี 2567 และจะดำเนินการต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศต่อไป  โดยประชาชน องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำรถบรรทุกน้ำดื่ม ถังบรรจุน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุน้ำที่สะอาดมารับบริการได้ ที่จุดให้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่เปิดให้บริการ

 

         นายอัษฎา ชูสิน รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 5) กปภ. กล่าวว่า จุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ในพื้นที่ให้บริการของ กปภ.สาขาสตูล เป็นจุดบริการน้ำดื่มสะอาดแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง กปภ. วางแผนงานดำเนินโครงการเพิ่มเติมอีกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง นราธิวาส และสงขลา ในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด ลดค่าใช้จ่าย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

……………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

ปล่อยสัตว์น้ำกว่า 2 แสนตัว หนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่สตูล – ม.ราชมงคลศรีวิชัย จับมือ วช. ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล

“ปล่อยสัตว์น้ำกว่า 2 แสนตัว หนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่สตูล – ม.ราชมงคลศรีวิชัย จับมือ วช. ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล”

โครงการนวัตกรรมธนาคารปูม้าสู่การจัดการทรัพยากรชายฝั่งตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงินในจังหวัดสตูล โดยมี ผศ.ดร.ทัศนภา ว่องสนั่นศิลป์ เป็นหัวหน้าโครงการ  ได้จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ ชุมชนบ้านบากันใหญ่ ตำบลเกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล  ในวันที่ 16 มกราคม 2568

การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ประกอบด้วย หอยชักตีน 100,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย 100,000 ตัว และปลิงกาหมาด 100 ตัว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วน อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสตูล  ประมงจังหวัดสตูล  สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล   ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล   สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสตูล  สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สตูล . ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 9 (สตูล)  ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสตูล  หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะหลีเป๊ะ (สตูล)   รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย

 

ผศ.ดร.ทัศนภา ว่องสนั่นศิลป์ หัวหน้าโครงการ  กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและรักษาระบบนิเวศทางทะเลสำหรับคนรุ่นต่อไป

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีชุมชนบ้านบากันใหญ่เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูลอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

เร่งล่าแก๊งขโมยเรือข้ามชาติ! แก๊งโจรสุดแสบขโมยเรือศุลกากรมาเลย์ มูลค่า 1.5 ล้าน หวังชำแหละขายเครื่องยนต์เมืองท่องเที่ยว

เร่งล่าแก๊งขโมยเรือข้ามชาติ! แก๊งโจรสุดแสบขโมยเรือศุลกากรมาเลย์ มูลค่า 1.5 ล้าน หวังชำแหละขายเครื่องยนต์เมืองท่องเที่ยว

          วันที่ 16 ม.ค.2568  น.อ.แสนย์ไท บัวเนียม รอง ผอ.ศรชล.จว.สตูล , พ.ต.ท.บรรเจิด. มานะเวช. รองผกก.บก.รน. , พ.ต.ท.ศุภกิจตา สนุ่นดี สารวัตรสถานีตำรวจน้ำสตูล พร้อม เจ้าหน้าที่ ศรชล.สตูล ,ตำรวจน้ำสตูล , ตชด. 436 หน่วยสืบสวนปราบปรามสตูล-ปากบารา , สภ.เมืองสตูล , ฝ่ายปกครองเมืองสตูล,  ชปพ.นก.พตต.ศรชล.ภาค 3   ได้บูรณาการร่วมกันหลังได้รับแจ้งว่า 

 

           เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568  ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่า จากทางการมาเลเซียว่า เรือศุลกากร รัฐเปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซีย ได้หายไปจากจุดจอดเรือ โดยได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจังหวัดสตูลว่าหากมีแนวโน้มหรือเป็นไปได้ที่จะมีการนำเรือมาซุกซ่อนหรือชำแหละ ให้ช่วยตรวจสอบ

 

          ทางการจังหวัดสตูลหน่วยความมั่นคงทางทะเล จึงได้มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศลชล. ตำรวจทหารฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมบูรณาการในการค้นหา

 

         แต่เมื่อวานนี้ได้รับแจ้งว่า พบเห็นเรือคล้ายๆตามที่แจ้ง บริเวณคลองน้ำเวียน  ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล พบว่ายังไม่ใช่เรือลำเดียวกันแจ้ง

 

        และมีการแจ้งไปยังกลุ่มชาวบ้านให้ช่วยแจ้งเบาะแส  ประมงพื้นบ้านให้ช่วยตรวจสอบเรือลำสีเหลืองเครื่องยนต์ค่อนข้างใหม่ยี่ห้อฮอนด้า ปรากฏว่าเมื่อเช้านี้ทางเรือกลุ่มหาปลา ได้มีการโทรหานายสมนึก สุภาพ ผญบ.3 [ผญบ.แอน] ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่คลองน้ำเวียน ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงเรือ ศรชล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่  ตำรวจน้ำ  ศรชล.  ศุลกากร ฝ่ายปกครอง ไปร่วมกันตรวจสอบ พบเรือลำดังกล่าวซึ่งคาดว่าน่าจะตรงกับเรือที่ได้รับแจ้งว่าสูญหายหายไป

 

         ระหว่างนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางการมาเลเซียที่จะมายืนยันว่าเป็นเรือลำที่หายไปหรือไม่ หลังจากนั้นก็จะมีการส่งมอบอีกครั้ง

           ขณะนี้ตำรวจน้ำยังไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการขโมยมาเพื่ออะไร  แต่เพราะว่าเรือลักษณะนี้มีความคล่องตัวและมีอเนกประสงค์ ในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการประมง  การขนของ  หรือใช้สำหรับเรือพาณิชย์ต่างๆ อีกทั้งเรือลำนี้หากอยู่ในฝั่งไทยมีมูลค่าสูงถึง 1,500,000 บาท

 

           ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่างเรือลำแรกของเอกชน  กับลำที่สองของศุลกากร   รัฐเปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซีย   ถึงเส้นทางการขโมยมาที่ฝั่งไทย สันนิษฐานว่าเรือทั้งสองลำเป็นอันเรืออเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลาย และด้วยมูลค่าของเรือเครื่องยนต์มีมูลค่ามาก

 

           การตรวจยึดเรือหลังได้รับแจ้งว่าหายเข้ามาในพื้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ที่ได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทหารตำรวจปกครอง  ศรชล.  ตำรวจน้ำ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดสตูล อีกทั้งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เห็นถึงความเข้มแข็งกันโดยตลอด และมีประสิทธิภาพสร้างความมั่นใจ ได้มากขึ้น

 

           หลังพบเรือที่คาดว่าจะเป็นเรือของหน่วยสืบสวนปราบปรามศุลกากรรัฐเปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซีย  ที่ใช้สำหรับการข่าว โดยรองอธิบดีฝ่ายปราบปรามกรมศุลกากรมาเลเซีย  ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายความมั่นคงของทางการจังหวัดสตูลที่ช่วยติดตามเรือกลับมาได้

 

           สำหรับเรือลำที่หายไปนั้นเป็นเรือที่มีขนาดความยาว 10.20 เมตร  กว้าง 2.4 เมตร   และยังคงมีเครื่องยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์

 

           ด้าน พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช  รองผู้กำกับกองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่า  ส่วนเรือลำแรกที่ตรวจยึดมาได้  ไม่ได้เชื่อมโยงกับเรือลำที่สองที่ยึดได้วันนี้  เนื่องจากเรือก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจพบที่คลองละงู  เป็นเรือใช้สำหรับนำเที่ยวของเอกชนที่ถูกขโมยมาจากประเทศมาเลเซีย  ทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำพบเส้นทางการขโมยว่าได้พยายามในการที่จะขโมยเรือจากประเทศเพื่อนบ้าน   เนื่องจากมีความเร็วและความแรงของสภาพเรือและเครื่องยนต์ที่สามารถมาชำแหละส่งขายเครื่องยนต์ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดภูเก็ต   เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว

 

        โดยเฉพาะเรือลำที่สองการข่าวพบว่า มีความพยายามจะขโมยเรือลำที่ถูกจับกุมซึ่งมีเครื่องยนต์ 2  เครื่องยนต์ไว้   แต่พบว่ามีการล่ามโซ่ไว้อย่างหนาแน่น   และได้เปลี่ยนเป้าหมายมาขโมยเรือของเจ้าหน้าที่แทน การข่าวยังพบอีกว่าการขโมยในครั้งนี้  มีคนไทยเข้ามีส่วนรู้เห็นซึ่งจะมีการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

เริ่มแล้ว..เทศกาลยอนหอยหลอดละงู มหกรรมความอร่อยแห่งท้องทะเลสตูล เฟ้นหาสุดยอดนักล่าและนักกินหอยหลอด

สตูล-เริ่มแล้ว..เทศกาลยอนหอยหลอดละงู มหกรรมความอร่อยแห่งท้องทะเลสตูล เฟ้นหาสุดยอดนักล่าและนักกินหอยหลอด

          ณ ชายหาดบ้านหัวหิน ตำบลละงู จังหวัดสตูล กำลังคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน ในงานเทศกาล “ยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านละงู” ครั้งที่ 16  ซึ่งจัดขึ้นโดยนายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2568

             ไฮไลท์สำคัญของงานคือการแข่งขันหาหอยหลอด ที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมสนุก โดยในปีนี้ผู้ชนะเลิศสามารถหาหอยหลอดได้มากถึง 8 กิโลกรัม 4 กรัม ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการหาหอยหลอดโดยเฉพาะ  โดยทางอบต.รับซื้อในวันนี้ในราคา  กิโลกรัมละ 180 บาทเพื่อใช้ในกิจกรรมแข่งขันกินหอย

 

              ซึ่งนอกจากการแข่งขันหาหอยหลอดแล้ว ยังมีการแข่งขันกินหอยหลอดที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมถึง 20 คน รวมถึงการแข่งขันพิเศษสำหรับผู้สื่อข่าว อินฟลูเอนเซอร์ และช่างภาพในพื้นที่ ผู้ชนะการแข่งขันกินหอยหลอดสามารถกินได้เกือบ 2 กิโลกรัมในเวลาเพียง 7 นาที คว้ารางวัลเงินสด 2,000 บาทไปครอง

               สำหรับ  หอยหลอดละงูมีเอกลักษณ์พิเศษคือมีขนาดใหญ่และเนื้อนุ่ม ซึ่งนายจำรัส ฮ่องสาย อธิบายว่าเป็นผลมาจากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสตูลจีโอพาร์ค ดินแดนฟอสซิลที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ ชาวบ้านในพื้นที่จะใช้เพียงปูนขาวและก้านมะพร้าวในการหาหอยหลอด โดยฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม เมื่อน้ำทะเลลดต่ำสุด

 

               ที่ตำบลละงู โดยเฉพาะบ้านหัวหินและบ้านบางศิลา นอกจากจะเป็นแหล่งประมงที่สำคัญแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ด้วยความสวยงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล เทศกาลยอนหอยหลอดจึงไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลอีกด้วย

……….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เกษตร - อาชีพ

สตูล-ลูกค้าแห่ซื้อซุปพุงวัวรสเด็ดชั่งกิโลขาย   เส้นทางความสำเร็จของ ‘บังเอ็ม’ ผู้สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน

สตูล-ลูกค้าแห่ซื้อซุปพุงวัวรสเด็ดชั่งกิโลขาย   เส้นทางความสำเร็จของ ‘บังเอ็ม’ ผู้สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน

              ความสำเร็จไม่เคยหอมหวานเท่ากลิ่นซุปพุงวัวที่ต้มด้วยฟืน  เกือบทุกตลาดนัด  ที่จะมีลูกค้ามายืนห้อมล้อมกระทะ 2 ใบใหญ่  เพื่อตักชิ้นส่วนของซุปพุงวัวที่ตนชื่นชอบได้ตามสบาย   ร้านของ  นายอิบรอเฮ็ม อารีหมาน หรือที่รู้จักกันในนาม “บังเอ็ม” เจ้าของตำรับซุปพุงวัวรสเลิศ  ที่ครองใจลูกค้ามานานกว่า 5 ปี เผยเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ธุรกิจเติบโตจนสร้างรายได้วันละหลักหมื่นบาท

 

            ด้วยสูตรพิเศษที่ผสมผสานสมุนไพรไทยอย่างลงตัว ทั้งหอม กระเทียมเจียว ส้มขามแขก และใบชะมวง พร้อมเทคนิคการต้มด้วยไม้ฟืน  ที่ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง  ทำให้เนื้อนุ่มเปื่อย หอมกรุ่น ปราศจากกลิ่นคาว จากนั้นใช้แก๊สมาอุ่นให้ร้อนอีกครั้ง  ในช่วงตระเวนขายในตลาดนัด   จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าติดใจ  ตักเลือกชิ้นส่วนของพุงวัว  ที่ชื่นชอบได้ตามสบาย โดยจะมีกิโลเป็นเครื่องวัดราคาในการขาย

            “เคล็ดลับอยู่ที่การแยกน้ำต้ม” บังเอ็มเล่าถึงวิธีการทำที่พิถีพิถัน “น้ำต้มครั้งแรกเราทิ้งหมด แล้วใช้น้ำใหม่มาปรุงรส ทำให้ซุปใส สะอาด  ไม่คาว และอร่อย” ทุกครั้งที่ลูกค้าเลือกชิ้นส่วนของพุงวัวได้ตามใจชอบแล้ว จะนำมาปรุงเพิ่มด้วยถั่วงอก กระเทียมเจียว มะนาว พริกสดตามความชื่นชอบให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว นิ่มละมุนลิ้น ในราคาที่คุณเลือกได้

 

           ปัจจุบัน ร้านซุปพุงวัวบังเอ็มเปิดขายทั้งในตลาดนัดและงานต่างๆ ทั่วจังหวัด ด้วยราคาเริ่มต้นที่กรัมละ 35 บาท หรือกิโลกรัมละ 350 บาท โดยในช่วงเดือนรอมฎอนยอดขายพุ่งสูงถึงวันละ 100 กิโลกรัม

           “ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ต้องทุ่มเทและใส่ใจในทุกขั้นตอน” บังเอ็มทิ้งท้าย พร้อมเชิญชวนผู้สนใจลิ้มลองซุปพุงวัวรสเด็ดได้ :

– วันอังคาร: ที่ตลาดนัดบ้านควน – วันพุธ: ที่หลาดนัดเปิดท้ายกัมปงฆัวร์ (15:00-20:00 น.)

– วันพฤหัสบดี: ที่ตลาดปากแรดท่าแพ

– วันศุกร์: ที่ตลาดท่าแพ 

– วันเสาร์: ที่ตลาดหาดราไวย์

– วันอาทิตย์: ที่ตลาดควนเก  หรือ 

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 088-385 5580

…………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เกษตร - อาชีพ

สตูลเปิดแล้ว! ตลาดนัดกัมปงฆัวร์  แลนด์มาร์คใหม่ริมคลอง    ตลาดนัดริมน้ำสไตล์มุสลิม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

สตูลเปิดแล้ว! ตลาดนัดกัมปงฆัวร์  แลนด์มาร์คใหม่ริมคลอง    ตลาดนัดริมน้ำสไตล์มุสลิม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

            ชุมชนตำบลบ้านควนสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการรวมตัวของพ่อค้าแม่ค้ากว่า 100 ร้านค้า เปิดตลาดชุมชนภายใต้ชื่อ “ตลาดนัดเปิดท้ายกัมปงฆัวร์” บริเวณริมคลองชลประทาน หมู่ 5 ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น

 

          ตลาดแห่งนี้โดดเด่นด้วยสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาทิ   ขนมอาปมบาเละ ซึ่งมีลักษณะคล้ายขนมถังแตก แต่มีขนาดเล็กกว่าและเนื้อแป้งนุ่มกว่า   เครื่องในวัวพร้อมทานที่จำหน่ายเป็นกิโล   หอยกะพงต้ม  และสินค้าอีกมากมายให้เลือกอิ่มอร่อย

 

        นอกจากการจับจ่ายใช้สอย ยังได้สัมผัสวิถีพื้นบ้านมุสลิมที่อาศัย ริมคลองชลประทาน  และให้ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันด้วย  เพราะที่ตลาดนี้ยังมีรถรางให้น้องๆหนูๆได้นั่งเพลินๆ  มีสะพานลิงข้ามคลองชลประทาน  และมีมุมระบายสีปูนปั้นเสริมสร้างจินตนาการให้เด็กๆระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่ไปช็อปสินค้าด้วย

 

            ด้าน นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน กล่าวว่า “ตลาดนัดเปิดท้ายกัมปงฆัวร์เกิดจากการรวมตัวของพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้าแผงลอย และรถพ่วง เมื่อเห็นความสุขของชาวบ้านในการค้าขายและจับจ่ายซื้อของ ทาง อบต.บ้านควนจึงพร้อมสนับสนุนการพัฒนาตลาดแห่งนี้ให้เป็นแหล่งจับจ่ายที่สำคัญในอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมอาหารพื้นบ้านของตำบลบ้านควนจากหลายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นอาหารที่คนในชุมชนบริโภคเป็นประจำ”

 

         ตลาดเปิดทุกวันพุธ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป  มีผู้ค้า 80-100 ราย  ตั้งอยู่ริมคลองชลประทาน ระยะทาง 500 เมตร

……………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ขานรับนโยบาย! ศรชล.เร่งซีลชายแดนสกัดยาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์ ตามนโยบาย 6 เดือน รมว.กลาโหม

ขานรับนโยบาย! ศรชล.เร่งซีลชายแดนสกัดยาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์ ตามนโยบาย 6 เดือน รมว.กลาโหม

          วันที่ 13 ม.ค.2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล  โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการซีลชายแดนและกำหนด KPI วัดผลภายใน 6 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว

 

          นาวาเอก แสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล    กล่าวว่า  นโยบายของท่านรองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเรื่องของยาเสพติดการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์   สำหรับนโยบายการป้องกันปราบปราม   3   ด้านเร่งด่วนนี้   ในส่วนของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล  ซึ่งมี  นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล หรือผอ.ศรชล  จังหวัดสตูล  เรื่องนี้ทาง ศรชล.จังหวัดสตูลได้ดำเนินการมาตั้งแต่ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562  และทางศรชล.จังหวัดสตูล  ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นถือว่าเป็นภัยคุกคามในภัยคุกคาม  9  ด้านของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

 

         สำหรับเรื่องยาเสพติดนั้นในพื้นที่เขตทะเลจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรับผิดชอบของ ศรชล.จังหวัดสตูล   โดยมีการบูรณาการความร่วมมือจาก 7 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย  กองทัพเรือท่าเรือภาค 3   ได้ส่งเรือตรวจการณ์มาขึ้นบัญชีกำลังของศชล.จังหวัดสตูล   2  ลำ   ตำรวจน้ำสตูล   เจ้าท่าสตูล   ศุลกากรด่านตำมะลัง   ประมงจังหวัดสตูล   ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสตูล    และสวัสดิการและแรงงานจังหวัดสตูล   รวม 7 หน่วยงาน ที่ส่งยุทโธปกรณ์และกำลัง มาร่วมปฏิบัติงานกับจังหวัดสตูล

 

         ในด้านยาเสพติดนั้นที่ผ่านมาเราสามารถตรวจยึดยาไอซ์ในพื้นที่เขตทะเลรับผิดชอบได้ประมาณ 11 กิโลกรัม  ถือว่าเป็นปริมาณที่มาก  แต่ปัจจุบันนี้ไม่พบการกระทำผิด เพราะได้ดำเนินการลาดตระเวนน่านน้ำชายแดนตลอดทั้งเวลากลางวันและกลางคืน   และในช่วงเวลาที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร  สำหรับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับนั้นมาจากภาคประชาชน  เจ้าหน้าที่สายข่าว  หน่วยงานข้างเคียง   และจากหน่วยงานความมั่นคงประเทศมาเลเซียด้วยได้มีการประชุมพบปะพัฒนาความสัมพันธ์ กับหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของประเทศมาเลเซียกันอยู่เป็นประจำ   ซึ่งได้จัดตั้งกลุ่ม WhatsApp ร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน  มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน  สำหรับเรื่องยาเสพติดปัจจุบันนี้เราได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามและตระเวนร่วมกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิด 

            สำหรับระยะเวลา 6 เดือน ที่รัฐบาลกำหนดนั้น  ไม่ถือเป็นการเร่งรัด   เพราะความเป็นจริงแล้วหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนทั่วประเทศทั้งชายแดนทางน้ำทางบกทุกหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจประจำอยู่แล้ว  อย่าลืมว่าแนวชายแดนเป็นหน่วยที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติทุกๆด้านไม่ว่าจะด้านความมั่นคง  ด้านการลักลอบ  ด้านการค้ายาเสพติด   ด้านการค้ามนุษย์   จังหวัดสตูลเรื่องการค้ามนุษย์เราก็ไม่มี  ที่ผ่านมาเราได้ทำการตรวจลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์เรื่องให้ประชาชนในจังหวัดสตูลได้หวงแหนในทรัพยากรของเรา   และให้ความร่วมมือกับทางราชการ   ส่วนเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น  ชายแดนไทยด้านมาเลเซีย  และในพื้นที่จังหวัดสตูล   ไม่ปรากฏการกระทำผิดกฎหมายทางด้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด

 

             สำหรับกรณีบุคคลที่เป็นกองทัพมดนั้นก่อนหน้านี้เคยมีข่าว  หลังจากนั้นก็ได้ทำการตรวจสอบและพิสูจน์แหล่งข่าวที่มา  ซึ่งเราได้ทำการจับกุมได้ 4-5 คน  ที่จะลักลอบข้ามแดนไปทำงานประเทศมาเลเซีย  แต่ปัจจุบันนั้นเราได้ทำการกวดขันลาดตระเวน  ปิดช่องทางธรรมชาติ ที่คาดว่ามีบุคคลจะลักลอบเข้าออก      

           

             นาวาเอก แสนย์ไท ยังเน้นย้ำว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด จะมีบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นไล่ออกและดำเนินคดีอาญา เนื่องจากถือเป็นการทำลายผลประโยชน์ของชาติ ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงจะยังคงเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ชายแดนและปิดช่องทางธรรมชาติที่อาจใช้ในการลักลอบเข้าออกประเทศอย่างต่อเนื่อง

…………………………

 

อัพเดทล่าสุด