Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

  นักแสดงว่าวทั่วโลก 37 ประเทศร่วมงาน  มหกรรมว่าวประเพณี ว่าวนานาชาติและว่าวไทย 4 ภาค ครั้งที่ 43 กระตุ้นเศรษฐกิจเงินสะพัดนับ 120 ล้าน  นับเป็นซอฟเพาเวอร์ของสตูล 

สตูลนักแสดงว่าวทั่วโลก 37 ประเทศร่วมงาน  มหกรรมว่าวประเพณี ว่าวนานาชาติและว่าวไทย 4 ภาค ครั้งที่ 43 กระตุ้นเศรษฐกิจเงินสะพัดนับ 120 ล้าน  นับเป็นซอฟเพาเวอร์ของสตูล

           ที่สนามบินกองทัพอากาศจังหวัดสตูล   เขตเทศบาลตำบลคลองขุด   อ.เมือง  จ.สตูล  ว่าวแฟนซีจากทั่วโลก 37 ประเทศ ได้ถูกนำมาแสดงโชว์เต็มท้องฟ้าสตูล  สร้างความตื่นตาตื่นใจ  และมีสีสันสวยงาม แปลกตา  อาทิ  ว่าวตุ๊กแก  ว่าวจระเข้  ว่าวปลา  ว่าวตุ๊กตา   ว่าวตัวหนอน  พร้อมทั้งการแสดงการโชว์เล่นว่าว   สี่สาย  ว่าวสองสาย  โดยนักเล่นทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยที่ร่วมภายในงาน “มหกรรมว่าวประเพณี ว่าวนานาชาติและว่าวไทย 4 ภาค”  ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2567   ที่มีการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 43 แล้ว        

        โดยพิธีเปิดในครั้งนี้   นายอนุทิน   ชาญวีรกูล   รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานเปิดงานโดยมีนายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น นักแข่งขันว่าว นักแสดงว่าว และประชาชนนับพันคนให้การต้อนรับ

         การจัดงานในครั้งนี้ต่อเนื่องมา 43 ปี เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป โดยเฉพาะการสืบสานการทำว่าวควายซึ่งเป็นว่าวประจำจังหวัดสตูล เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการพัฒนาจังหวัดสตูลให้เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง ดั่งเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด “สตูลเมืองแห่งความผาสุกที่ยั่งยืน”

          และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลการประกวดแข่งขันว่าวเป็นประจำทุกปีด้วย

        ด้านรองนายกรัฐมนตรี   กล่าวว่า  ได้ชื่นชมในความตั้งใจ  ที่ได้ให้ความสำคัญและร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์สืบทอดศิลปะประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น และแสดงความยินดีกับประชาชนชาวจังหวัดสตูลและนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาร่วมงานในครั้งนี้เป็นซอฟเพาเวอร์จังหวัดสตูลอย่างแท้จริง

          นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กล่าวว่า   งานว่าวจัดเป็นซอฟเพาเวอร์ของจังหวัดสตูล  ทุก ๆ  ปีมีการจัดงานมีรายได้สะพัดไม่น้อยกว่า 90 ล้านบาท  จากตัวเลขคนเดินทางเข้าไม่น้อยกว่า 40,000 คน  และปีนี้ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท โดยเราจะมี AI ในการจับสถิต และปีหน้าตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มวันจัดงานจาก 3 วันเพิ่มเป็น 4 วัน  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสตูลหลังได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวไทยต่างชาติและนักเล่นว่าวเป็นอย่างดี 

………………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง เกษตร - อาชีพ

จัด “เกี่ยวข้าว  เป่าซัง” ปีที่ 2  ยกให้เป็นซอฟเพาเวอร์ชาวควนสตอ  เที่ยววิถีถิ่น  วิถีไทย หลังเริ่มได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ

สตูล-จัด “เกี่ยวข้าว  เป่าซัง” ปีที่ 2  ยกให้เป็นซอฟเพาเวอร์ชาวควนสตอ  เที่ยววิถีถิ่น  วิถีไทย หลังเริ่มได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ

          กระแสการท่องเที่ยววิถีถิ่น  วิถีไทย  ทำให้ประชาชนในชุมชนมีความตื่นตัวภาคภูมิใจ  ในวัฒนธรรมวิถีชุมชนที่พร้อมจะช่วยกันรักษาให้ดียิ่งขึ้นและมีรายได้จากการท่องเที่ยว

 

          ที่บริเวณทุ่งรวงทองเขาจุมปง   หมู่ที่ 2 ตำบลควนสตอ   อำเภอควนโดน   จังหวัดสตูล  นายซะรี่ย์อะซีร   นุ่งอาหลี   นายก อบต.ควนสตอ   ได้บูรณาการงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอควนโดนและสำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน   จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลควนสตอ  ประจำปีงบประมาณ 2567   ภายใต้ชื่อ   “เกี่ยวข้าว  เป่าซัง  ย้อนความหลังฟื้นฟูประเพณีวิถีชาวนา  สืบสานภูมิปัญญา และวิถีชีวิต”  ปีที่ 2

 

          โดยเชิญว่าที่พันตรียุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอควนโดน ร่วมเป็นประธาน เปิดงานด้วยการเป่าซังข้าว  ด้วยกันอย่างพร้อมเพียงกัน  เพื่อแสดงสัญญาลักษณ์ของงาน   ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการท่องเที่ยววิถีถิ่น   วิถีไทย  สร้างอัตลักษณ์ใหม่ของเส้นทางการท่องเที่ยวตำบลควนสตอ   โดยนำเรื่องราวคุณค่าวัฒนธรรมประเพณี   วิถีชาวนาของตำบลควนสตอในกิจกรรมเกี่ยวข้าว (ด้วยเคียว และแกระ เครื่องมือโบราณ)  ตีข้าว   และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำนา   ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและดึงดูดให้ผู้สนใจมาท่องเที่ยววิถีถิ่นตำบลควนสตอ

 

          ด.ญ.รายา  มุหมีน  และ  ด.ญ.ณัสริน   หวังกุหลำ  นักเรียนชั้นป. 5  จากโรงเรียนบ้านกุบังปะโหลด  ที่มาร่วมกิจกรรมบอกว่า  ตื่นเต้นและสนุกมากที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  ได้เรียนรู้เกี่ยวกับนาข้าว และได้เป่าปี่ เป่าซังข้าว  ซึ่งมีเสียงแปลกแตกต่างกันไป  ได้ร่วมเก็บข้าว ตีข้าว และทิ่มข้าว

 

          ขณะที่ นายซะรี่ย์อะซีร   นุ่งอาหลี   นายก อบต.ควนสตอ   กล่าวว่า   ปีนี้ได้รับสนใจจากกลุ่มเป้าหมายนักเรียนมาร่วมกิจกรรมเยอะมากกว่า  300 คน ทั้งนักเรียนในพื้นที่และต่างพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงาน  วัฒนธรรมเก่าๆประเพณีเก่าๆของบรรพบุรุษของเรา  ทำนาแบบไหนเก็บเกี่ยวแบบไหนเป็นการอนุรักษ์ให้รุ่นหลังได้เรียนรู้  ว่ามีความลำบากมากแค่ไหนกว่าจะมีพวกเราในวันนี้  และให้ได้เรียนรู้ว่าวิถีชีวิตวิถีชุมชนสามารถนำมาพัฒนาให้เป็นงานด้านการท่องเที่ยว  พ่อค้าแม่ค้าก็มาขายของ  สินค้าชุมชนก็ขายให้กับนักท่องเที่ยว เป็น concept ที่เราต้องการพัฒนาวิถีชุมชนท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน

 

          นายก อบต.ควนสตอ    กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปีนี้เริ่มเห็นได้ว่ามีหลายประเทศเข้ามาร่วมกิจกรรม  ทั้งอินโดนีเซีย  อียิปต์  ฝรั่ง  และเพื่อเป็นการยกระดับการจัดการแข่งกิจกรรมปีหน้าจะขยายกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติให้มากขึ้น  เพื่อเผยแพร่ให้เห็นวิถีชีวิตของคนบ้านเรา  เป็นเรื่องที่เราชาวควนสตอควรจะภูมิใจ   ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอาย  ที่เกิดมาเป็นลูกหลานชาวนา  ถือเป็น soft power ของชาวตำบลควนสตอเพราะทุกคนที่นี่ทำนากันทุกคน

          ……………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

  สตูล-แข่งกินหอยหลอดตัวโต  ชวนนักท่องเที่ยวยอนหอยลุยโคลนหาดบ้านหัวหิน  ในเทศกาลยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านละงู ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค.2567

สตูล..แข่งกินหอยหลอดตัวโต  ชวนนักท่องเที่ยวยอนหอยลุยโคลนหาดบ้านหัวหิน  ในเทศกาลยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านละงู ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค.2567

       ที่จังหวัดสตูล…จะชวนมาดูสีสันการจัดการแข่งขัน   ที่สร้างความสนุกสนานให้นักท่องเที่ยว  และชุมชน ในกิจกรรมการแข่งขันกินเร็วหอยหลอด  ที่องค์การบริหารส่วนตำบลละงู  อำเภอละงู  จังหวัดสตูล  จัดขึ้นเป็นปีแรก   ให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านได้ร่วมแข่งขัน  รวมทั้งนายธีระพงษ์  คุ่มเคี่ยม  นายอำเภอละงู  นายจำรัส  ฮ่องสาย  นายกอบต.ละงู  มาร่วมเชียร์กันอย่างสนุกสนาน  โดยกติกาคือ  ผู้ร่วมการแข่งขันจะต้องกินคนละ 1 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้น  ภายในเวลา 5 นาที  ใครกินหมดก่อนคือผู้ชนะ  ได้เงินรางวัล 2,000 บาท  งานนี้มีทั้งความสนุกสนาน  และรอยยิ้ม  ได้ทั้งอิ่ม อร่อย และหากชนะได้รางวัลเงินสดติดมือกลับบ้านไปด้วย 

 

       ผลการแข่งกินหอยหลอด  ผู้ชนะเลิศ  นายธีรภัทร์ อาดำ น้ำหนัก  1.2 กก. ,  รองอันดับ1 นายบาหวี หวันสู น้ำหนัก 1 กก.  , รองอันดับ 2  นายอนุชา สอเหลบ น้ำหนัก 0.7 กก.  

 

         สำหรับหอยหลอด  เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อของหาดหัวหิน  หมู่ที่ 1 ตำบลละงู  จังหวัดสตูล   ปีละหนึ่งครั้ง  ที่ชาวบ้านจะออกย่ำโคลน   เดินเท้าหาได้  ในช่วงน้ำทะเลลดลงมากที่สุด  เกือบ 3 กิโลเมตร  เพื่อไปยอนหอยหลอดโดยใช้อุปกรณ์ก้านมะพร้าว กับปูนขาว  ยอน   (หรือแหย่)  ลงไปในรูที่เล็งแล้วว่า  มีขี้หอยอยู่ด้านบนพื้นผิว โดยยอนไปทีละตัว  เป็นการอนุรักษ์การหาหอยหลอดด้วยมือ  ทำให้หอยที่นี่ตัวใหญ่มาก และราคาดีที่กิโลกรัมละ 150 ถึง 180 บาท  สร้างรายได้ให้ชาวบ้านเป็นอย่างดี

 

         หลอดละงู  ขึ้นชื่อถึงความสด  อร่อย ตัวใหญ่  จนถูกจัดให้เป็น  “เทศกาลยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านละงู”  ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 15 แล้ว  โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 –  17 ม.ค.2567 ที่สนามหน้า  องค์การบริหารส่วนตำบลละงู  อำเภอละงู จังหวัดสตูล  ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวภายในและต่างพื้นที่มาร่วมกันคึกคัก

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท้องถิ่น-การเมือง

สตูล-ร้านค้ารักษ์โลก! ผลเกินคาด ลูกค้าพร้อมใจพกตะกร้า กระสอบ ถัง  ช็อป ลุ้นรางวัลใหญ่เป็นของสมนาคุณตอบแทน 

สตูล-ร้านค้ารักษ์โลก! ผลเกินคาด ลูกค้าพร้อมใจพกตะกร้า กระสอบ ถัง  ช็อป ลุ้นรางวัลใหญ่เป็นของสมนาคุณตอบแทน 

         ที่ร้านสุพิชญาการค้า  บ้านนาโต๊ะขุน  หมู่ที่ 6   ตำบลแป-ระ  อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล  ชาวบ้านในละแวกไม่มีใครไม่รู้จัก  เพราะขณะนี้กำลังเป็นที่ฮือฮา  เพราะที่นี่ลูกค้าทุกคนพร้อมใจกันมาจับจ่าย  ซื้อของใช้ในครัวเรือน  ทั้งข้าวปลาอาหาร  ด้วยการหาภาชนะใส่ของมาเองจากบ้าน   บางคนใช้ตะกร้า  บางคนใช้กระสอบ  บางคนใช้ถังก็มี  และแม่ค้าบอกว่า  ลูกค้าบางคนใช้หม้อหุงข้าวมาใส่ของที่ซื้อไปจากร้าน  

       การพร้อมใจกันหาภาชนะมาเองจากบ้าน  โดยปฏิเสธจะรับถุงจากทางร้าน   หลังจากทางร้านได้เข้าร่วมโครงการ  ร้านนี้ทำดีด้วยหัวใจ  “ลดรับ ลดใช้ถุงพลาสติกลุ้นรับโชค”  จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.แป-ระ  เพียงลูกค้าซื้อสินค้าภายในร้านครบ 50 บาท  รับบัตรลุ้นโชค  1 ใบ  หลังทางร้านเข้าร่วมโครงการฯนี้เพียง 3 สัปดาห์ได้ผลเกินคาด 100 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าให้ความสนใจตอบรับร่วมลุ้นรางวัล  ยอดขายดีขึ้นมาก 

 

             นางสาวอัมร๊ะ   กาเส็มส๊ะ   ลูกค้าขายของหน้าโรงเรียนในหมู่บ้าน  บอกว่า  วันนี้เอากระสอบมาเพราะซื้อสินค้าเยอะ  เป็นเรื่องดีเพราะไม่ต้องจัดเก็บถุงพลาสติกและต้องเอาไปเผาอีก  ได้ลุ้นรางวัลลุ้นโชค  เล็งรางวัลทุกอย่าง  แต่ยังไม่ได้สักอย่าง อยากให้ทุกร้านทำแบบนี้จะได้ลุ้นรางวัลและลดขยะไปด้วย

            ลูกค้าอีกราย  บอกว่า  ได้ชักชวนเพื่อนบ้านมาร่วมกิจกรรม ทุกครั้งที่มาซื้อจะหิ้วตะกร้ามาทุกที และมีแรงที่จะร่วมกันลดขยะ   ดีไม่ต้องเก็บถุงพลาสติกเพราะมีมลพิษในอากาศเยอะ  อยากให้ทุกร้านทำกิจกรรมแบบนี้ 

            ด้านนางสาวสุพิชญา  ติงสา  เจ้าของร้าน สุพิชญาการค้า  บอกว่า  เปิดร้านมาปีกว่าลูกค้าไม่เยอะเหมือนปัจจุบันนี้   หลังเริ่มเข้าร่วมโครงการจาก อบต.แป-ระ  แนะนำโครงการนี้มาก  เพียง 3 สัปดาห์ยอดขายดีเกินคาดหมาย  อีกทั้งยังเป็นการลดถุงพลสติก  ลดโลกร้อน  แม่ค้าลดค่าใช้จ่าย  และนำเงินที่ซื้อถุงพลาสติกสัปดาห์ 1000 บาท  ไปจัดซื้อของรางวัลเป็นของสมนาคุณลูกค้าชื่นชอบลุ้นรางวัล   มีทั้งรางวัล  หม้อหุงข้าว  พัดลม  ผ้าปู  เบาะ  โดยทางร้านจะเปิดให้ลุ้นรางวัลทุกวันที่  1 ของเดือน  และลูกค้าจะไปลุ้นรางวัลต่อที่ 2 อีกจากอบต.แป-ระ  รอบสามเดือนลุ้นรางวัลใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

         สำหรับโครงการนี้นายสมนึก  อาดตันตรา  ผอ.กองสาธารณสุข อบต.แป-ระ  อำเภอท่าแพ  จังหวัดสตูล  บอกว่า  เป็นการสร้างกระแสให้ทุกคนเห็นความสำคัญและกระตุ้นในการเลิกใช้ถุงพลาสติก  ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและพบว่ากระแสการตื่นตัวลดใช้ถุงพลาสติกเพิ่มขึ้น  จากโครงการแรกมี 6 ร้านค้า  มาโครงการต่อเพิ่มเป็น 16 ร้านค้า  รวมเป็น  22 ร้านค้า  โดยสร้างการมีส่วนร่วมกันโดยทุกๆ สามเดือนจะมีการจับรางวัลใหญ่จากอบต.โดยเอาหางบัตรของทุกร้าน ลุ้นรางวัลใหญ่จาก   นายกและผู้ใหญ่ใจดี   จากอบต.ให้ชาวบ้านในลุ้นโชคกัน   อีกทั้งอยากให้มีการสร้างกระแสให้เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมการบริหารจัดการขยะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน  เชื่อว่าจะมีการทำเป็นแบบอย่างให้ครอบคลุมไปทั่วทั้งจังหวัดสตูล

………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง

7 อปท.สตูล  ผนึกกำลัง  ร่วมชันชีขับขี่ปลอดภัย  สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นน่าอยู่

7 อปท.สตูล  ผนึกกำลัง  ร่วมชันชีขับขี่ปลอดภัย  สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นน่าอยู่

         ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน   หากเกิดขึ้น  ย่อมจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากทั้งที่สามารถที่จะป้องกันได้  โดยอบต.นาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล   ได้สมมุติเหตุการณ์อุบัติเหตุหมู่ระหว่างรถยนต์กระบะ และรถยนต์เก๋งประสานงากัน  จนเกิดผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเต็มท้องถนน   ที่บริเวณ สนามกีฬากลางตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า 

       โดยการจำลองเหตุการณ์ในการครั้งนี้  เพื่อซักซ้อมเสริมสร้างประสิทธิ์ภาพการทำงาน   ของทุกภาคีเครือข่าย  โดยเฉพาะชุดอาสาสมัครขับขี่ปลอดภัย และอาสาจากผู้นำท้องถิ่นที่เป็นภาคีเครือข่าย 6 แห่ง (ได้แก่ ทต.ทุ่งหว้า อบต.ทุ่งหว้า,อบต.ทุ่งบุหลัง,อบต.ขอนคลาน,อบต.บ้านควนและอบต.ควนโพธิ์)  ที่มาร่วมภารกิจฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้ด้วย  ภายใต้โครงการ  ชันชีขับขี่ปลอดภัยสร้างความเข้มแข็งท้องถิ่นน่าอยู่   พร้อมประเมินผลเพื่อให้การช่วยเหลือลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน

         นายเอกชัย  หลงขาว  นายกฯ อบต. นาทอน  ระบุว่า  โครงการชันชีขับขี่ปลอดภัย  สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น  เป็นการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน 3 ระยะได้แก่  การจัดการในระยะป้องกันและเฝ้าระวัง การจัดการระยะเกิดเหตุ และการจัดการระยะหลังเกิดเหตุ และฟื้นฟู  ควบคู่กับ 5 ชุดกิจกรรมคือ การบริหารและช่วยเหลือ, การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย,การพัฒนาศักยภาพคน รถ ถนน,การจัดสภาพถนนและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนานโยบายและแผน

         นายเอกชัย  หลงขาว  นายกฯ อบต. นาทอน  ระบุว่า  โครงการชันชีขับขี่ปลอดภัย  สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น  เป็นการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน 3 ระยะได้แก่  การจัดการในระยะป้องกันและเฝ้าระวัง การจัดการระยะเกิดเหตุ และการจัดการระยะหลังเกิดเหตุ และฟื้นฟู  ควบคู่กับ 5 ชุดกิจกรรมคือ การบริหารและช่วยเหลือ, การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย,การพัฒนาศักยภาพคน รถ ถนน,การจัดสภาพถนนและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนานโยบายและแผน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง

ชาวสตูลฝากความหวัง รัฐบาลเศรษฐา  แก้ปากท้องเร่งด่วน

ชาวสตูลฝากความหวัง รัฐบาลเศรษฐา  แก้ปากท้องเร่งด่วน

     วันที่ 13 กันยายน 2566   ที่อำเภอเมือง   จังหวัดสตูล พ่อค้าประชาชนขอให้นายกฯ และรัฐบาลของเศรษฐา 1  เดินหน้าทำตามสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง  ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องให้โดยเร็วตามที่เคยหาเสียงและรับปากกับประชาชนไว้ 

         นายสมบัติ   เจริญขวัญ  เจ้าของร้านชาป่าเมือง ร้านอาหารยามเช้าในจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  ไม่ขออะไรมากกับรัฐบาลชุดนี้ขอเพียงแค่ให้ทางนายกฯ และคณะรัฐมนตรีที่เคยรับปากกับพี่น้องประชาชนว่าจะแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ  เดินหน้าทำความหวังของประชาชนให้เป็นจริงโดยทุกคนพร้อมจะให้โอกาสในการแสดงฝีมือ  ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน   ราคาค่าไฟหรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวเพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศและช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบปัญหาสินค้าราคาแพง

         ขณะที่นายกฤตฐพัฒน์   ทองป้อง  เจ้าของกิจการ  บอกว่า ไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำได้แต่ก็ต้องให้โอกาสในการทดลองทำดู  และเป็นกำลังใจให้เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็มักจะมาให้ความหวังกับประชาชนไว้   ในการแก้ปัญหาค่าไฟและค่าน้ำมัน  พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย  ทำไมถึงแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันได้  ซึ่งมีราคาแตกต่างจากบ้านเราถึงเข้าตัวขอให้รัฐบาลแก้ปัญหา

         ส่วนฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวเห็นด้วยว่าจะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว  ให้มีเม็ดเงินกลับมา  ขอฝากให้กระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองท่องเที่ยวที่เป็นเมืองปิดอย่างจังหวัดสตูล  ด้วยการเปิดเส้นทาง  ในการสร้างสะพานอย่างที่ชาวจังหวัดสตูล  เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวและเม็ดเงินสะพัดมากยิ่งขึ้น

…….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

ชาวคลองขุดชวนกันหาหอยพื้นถิ่นด้วยมือเปล่า  ขณะที่แม่ครัวโชว์ลีลาเด็ดปรุงเมนูหอยเรียกเสียงฮา  ในงานรักษ์ครอง รักษ์ป่า  รักษ์หอยขาว

ชาวคลองขุดชวนกันหาหอยพื้นถิ่นด้วยมือเปล่า  ขณะที่แม่ครัวโชว์ลีลาเด็ดปรุงเมนูหอยเรียกเสียงฮา  ในงานรักษ์ครอง รักษ์ป่า  รักษ์หอยขาว

         ที่ท่าเรือเขาจีน  หมู่ที่ 1 ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  เทศบาลตำบลคลองขุด  นำชาวบ้าน และกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ทสม.ร่วม 100 คน  ลงเรือแพเพื่อศึกษาเส้นทางธรรมชาติป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ในคลองเขาจีนโดยมีวิทยากรจากป่าชายเลนมาให้ความรู้  ภายใต้โครงการ รักษ์ครอง รักษ์ป่า  รักษ์หอยขาว  ซึ่งมีการจัดติดต่อมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วนั้น

         สำหรับพื้นที่ตำบลคลองขุด  ติดกับป่าชายเลน 4 หมู่บ้านได้แก่หมู่ 1 3 4 และ 5   ประชาชนมีวิถีชีวิตที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับป่าชายเลน   การประกอบอาชีพการตั้งถิ่นฐานและการบริโภคนอกจากนี้ป่าชายเลนที่ทอดตัวยาวเปรียบเสมือนกำแพงธรรมชาติ  ทำหน้าที่ปรับสมดุลธรรมชาติทางทะเลเป็นที่ดักกรองมลพิษที่หลายคนมากับน้ำมาสู่ทะเล   อีกครั้งป่าชายเลนอย่างเป็นต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหารของท้องถิ่นแหล่งผลิตอาหารแหล่งที่อยู่อาศัยวางไข่และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายชนิดโดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างหอยขาวหรือหอยตลับที่มีความชุ่มในพื้นที่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

         นายสุนทร  พรหมเมศก์   นายกเทศมนตรีตำบลคลองขุด  บอกว่า   กิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้เกิดความตระหนักและร่วมกันอนุรักษ์โดยกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือการเรียนรู้   การบรรยายในหัวข้อและประเด็นที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์การจัดการขยะและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชายฝั่ง    ควบคู่กับการสัมผัสและชื่นชมความงดงามความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าชายเลน    และวิธีการใช้ชีวิตร่วมกันของคนกับป่าชายเลน

        นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลคลองขุด  ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนให้รู้จักหอยขาว  หรือ  หอยตลับ  หอยพื้นถิ่นและวิธีการหาหอยที่ไม่ทำให้หอยสูญพันธุ์ด้วยการหาหอยด้วยมือเปล่าเพื่ออนุรักษ์ให้หอยตลับ หรือหอยขาวอยู่คู่คลองเขาจีนและชาวเทศบาลตำบลคลองขุดให้ยาวนาน 

         และกิจกรรมที่สร้างสัมพันธ์กันในหมู่บ้านคือการแข่งขันปรุงอาหารจากเมนูหอยขาว จาก 7 หมู่บ้านที่นำมาแข่งขันในความอร่อย เช่น เมนูสปาเก็ตตี้หอยขาว   เมนูผัดขี้เมาหอยขาว  เมนูลาบหอยขาว ส้มตำหอยขาว และผัดเครื่องแกงหอยขาว พร้อมลีลาความสนุกสนานของแม่ครัว บวกกับความสะอาด ความสวยงาม สร้างสีสันและกองเชียร์กันอย่างสนุกสนาน งานนี้ภรรยาท่านนายกเทศมนตรีได้ลงแข่งขันด้วย  กับเมนูผัดขี้เมาหอยขาว  ยิ่งสร้างสีสันให้กับลูกบ้านได้ไม่น้อย

        มาทำความรู้จัก  หอยตลับ  หรือ  หอยขาว   ลักษณะหอยตลับหรือหอยขาวก็คือเปลือกหนาผิวเป็นเงามีสีและลวดลายต่าง ๆ ตั้งแต่สีขาวเรียบสีครีมลายสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม  แหล่งที่พบ   บริเวณพื้นทรายบนโคลนหรือปากแม่น้ำเมื่อน้ำลงต่ำสุดจะฝังตัวบนพื้นทรายลึกประมาณ 5 ถึง10 เซนติเมตรได้ปากแม่น้ำ   กินตะกอนอินทรีย์แขวนลอยบริเวณพื้นท้องทะเลและสาหร่ายขนาดเล็กกรองกินเป็นอาหาร

………………………………..

 

อัพเดทล่าสุด

        วันหยุดสุดสัปดาห์มีแหล่งท่องเที่ยวแหล่งจับจ่ายมาแนะนำ  นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม  โดยทางอบจ.สตูล ได้จัดงาน  “สตูลฮาลาลสตรีท 2023” ครั้งที่ 4  ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค.2566 ขึ้นที่ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (คฤหาสน์กูเด็น)  ตำบลพิมาน  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล   โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการจากภาคส่วนต่าง ๆ การออกร้านจากผู้ประกอบการ  ที่มีทั้งอาหารคาว  หวาน  และอาหารซีฟู้ดที่ขึ้นชื่อในจังหวัดสตูล และจังหวัดข้างเคียง  โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตของชาวสตูลคือโรตี  ในรูปแบบต่าง ๆ  อาหารทะเลซีฟู้ดสด ๆ จากทะเลสตูล และเมนูอาหารวัฒนธรรมท้องถิ่นมากมายมารวมภายในงานนี้  

        นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมสาธิตเมนูอาหารและชิมฟรี  กิจกรรมการเสวนา “ฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว”  โดยสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล   การแสดงนาฏศิลป์มลายู ชุด Eid Mubarak จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ  การแสดงอันนาชีด โดยวงนัจมี  จากโรงเรียนสามัคคีอิสสลามวิทยา

Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

นั่งวิ่งทั่วสารทิศตื่นเช้า ร่วมกิจกรรม “วิ่งรวมใจก้าวต่อไปเพื่อผู้ด้อยโอกาส” ต.ฉลุง กันอย่างครึกครื้น

นั่งวิ่งทั่วสารทิศตื่นเช้า ร่วมกิจกรรม “วิ่งรวมใจก้าวต่อไปเพื่อผู้ด้อยโอกาส” ต.ฉลุง กันอย่างครึกครื้น

       วันที่่ 26 ส.ค.2566  นั่งวิ่งจากทั่วสารทิศกว่า  600 คน  เข้าร่วมวิ่งรวมใจ   ก้าวต่อไป เพื่อผู้ด้อยโอกาส ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2566   ที่อบต.ฉลุงจัดขึ้น  โดย นายพิบูลย์ รัชกิจประการ  ส.ส.เขต1 จ.สตูล, รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ,นายกอบจ.สตูล ,นายกทต.คลองขุด ,นายก อบต.หลายพื้นที่ และ แขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมมาเป็นเกียรติเปิดงาน   

     โดยนายสุจริต  ยามาสา  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง   ในนามผู้จัดงานโครงการวิ่งรวมใจ   ก้าวต่อไป เพื่อผู้ด้อยโอกาส มองว่า องค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง  เห็นปัญหาที่กำลังมีมากขึ้นในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจ และปัญหาสังคมในปัจจุบัน จึงทำให้ประชาชนเหล่านั้นตกเป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมกว่าผู้อื่นนั้น

        ซึ่ง “ผู้ด้อยโอกาส” ในที่นี้หมายถึง “ผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา สาธารณสุข การเมือง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติ และภัยสงคราม รวมถึงผู้ที่ขาดโอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนผู้ประสบปัญหาที่ยังไม่มีองค์กรหลักรับผิดชอบอันจะส่งผลให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น”

       องค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง โดยผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ร่วมกับ ฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ฝ่ายผู้นำศาสนา  อีหม่ามประจำมัสยิด เพื่อจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง   และได้ร่วมกันจัดงาน วิ่งรวมใจ ก้าวต่อไป เพื่อผู้ด้อยโอกาส ขึ้นในวันนี้   โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง  ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่ด้อยโอกาส ได้มีโอกาสในด้านต่างๆทัดเทียมคนทั่วไป  สร้างโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเป็นผู้ให้   และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความสามัคคีของคน

…………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

สภาอุตสาหกรรมสตูลฝากความหวังถึงนายกเศรษฐา  ช่วยลดรายจ่ายประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน!  สานต่อ Soft Loan ช่วยภาคธุรกิจจากพิษโควิด และเมกะโปเจคเปิดเมืองชายแดนสะพานสตูล-เปอร์ลิส

สภาอุตสาหกรรมสตูลฝากความหวังถึงนายกเศรษฐา  ช่วยลดรายจ่ายประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน!  สานต่อ Soft Loan ช่วยภาคธุรกิจจากพิษโควิด และเมกะโปเจคเปิดเมืองชายแดนสะพานสตูล-เปอร์ลิส

       วันที่ 24 ส.ค.2566  ภาคธุรกิจจังหวัดสตูลเริ่มขยับหลังมีการแต่งตั้งให้เศรษฐา  ทวีสิน  นั่งนายกรัฐมนตรี  โดยเห็นว่าวาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งขยับเคลื่อนคือการลดรายจ่ายของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้  โดยเฉพาะค่าน้ำ  ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะนั่นคือต้นทุน  พร้อมจัดหาเงินกู้หรือซอฟต์โลนช่วยภาคธุรกิจที่ประสบกับภาวะโควิด  และสานต่อโครงการเมกะโปเจค สตูลเปอร์ลิสเพิ่มช่องทางค้าขาย

       นายชวรณ สุธาพานิชย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  เปิดเผยว่า  การรอคอยการจัดตั้งนายกรัฐมนตรีของทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าประเทศ เพื่อเป็นความหวังให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา ลดรายจ่ายของประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน  ไม่ว่าจะค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนที่สูงในขณะนี้  ภาคธุรกิจไม่สามารถจะปรับราคาขึ้นได้เพราะเห็นว่าเป็นการผลักภาระให้กับประชาชน 

      ส่วนประเด็นที่อยากให้มีการสานต่อคือ  การจัดหาเงินกู้หรือ  Soft Loan ให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด 19  การจัดการหนี้ NPL ที่ดีเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพยุงตัวเองขึ้นกลับมาได้  รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้ท่องเที่ยวนำ ดึงนักท่องเที่ยวจีน 40 ล้านคนที่หายไปจากภูเก็ต กระบี่ และสตูลกลับคืนมา พร้อมผูกมิตรกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย  อินโดนีเซียซึ่งเป็นลูกค้าอีกส่วนที่สำคัญในการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนสตูล ด้วยการส่งเสริมให้มีจุดเด่น  จุดขาย  ในการรองรับนักเที่ยวให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

        ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  เปิดเผยต่อว่า  โครงการพัฒนาเมกะโปรเจค  สะพานเชื่อมสตูล เปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 2 ประเทศที่เสมือน 2 หมู่บ้านที่ไปมาหาสู่กันได้ง่ายยิ่งขึ้นในการขนถ่ายสินค้าและการสัญจรไปมาได้สะดวก  จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้าขายให้กว้างยิ่งขึ้นแม้ในช่วงแรกอาจจะดูไม่คุ้มค่า แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศจากการลงทุน  สร้างงาน สร้างรายได้อย่างแน่นอน 

       ส่วนนโยบายเด่น “ดิจิทัลวอลเล็ต” หรือ “กระเป๋าเงินดิจิทัล”ของพรรคเพื่อไทย   ที่จะเข้ามากระตุ้นด้วยเม็ดเงิน 5 แสน 6 หมื่นล้านบาทเชื่อว่า    จะช่วยกระตุ้นเศรษฐ์กิจของประเทศได้เป็นอย่างดีหากเป็นจริง แต่ก็มีข้อกังวลเมื่อเห็นการใช้เงินจากโครงการลักษณะคล้ายกันจากรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากบางผู้ประกอบการและผู้ใช้เงินใช้ผิดวัตถุประสงค์  ด้วยการหักถอนเงินจนทำให้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล อีกทั้ง อีก 6 เดือนกว่าจะเบิกเงินได้  ฉะนั้นต้องมีเงินทุนสำรอง  นักวิชาการหลายคนกลับมองว่าในระยะเวลา 6 เดือนจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มว่าในปัจจุบันก็กำลังเพิ่มขึ้น ในทั่วโลกหลายประเทศเพิ่มขึ้น  แต่ในประเทศไทยมีการควบคุมได้ดีเพราะมีเงินทุนสำรองจำนวนมากในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชีย

……………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง

สตูล ปัญหาน้ำมันแพง   แก้ปัญหาปากท้อง  วาระเร่งด่วนชาวสตูลขอให้นายกเศรษฐา  เร่งเข้ามาแก้ไข  ส่วนรัฐบาลข้ามขั้วมองเป็นมติที่ดีไม่แบ่งสี  พร้อมให้นายกฯใหม่ชี้แจงตัวเองประเด็นชูวิทย์แฉเพื่อความโปร่งใส 

สตูล ปัญหาน้ำมันแพง   แก้ปัญหาปากท้อง  วาระเร่งด่วนชาวสตูลขอให้นายกเศรษฐา  เร่งเข้ามาแก้ไข  ส่วนรัฐบาลข้ามขั้วมองเป็นมติที่ดีไม่แบ่งสี  พร้อมให้นายกฯใหม่ชี้แจงตัวเองประเด็นชูวิทย์แฉเพื่อความโปร่งใส 

         วันที่  23 ส.ค.2566  ตามร้านสภากาแฟในพื้นที่จังหวัดสตูล   โดยเฉพาะที่ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล   ชาวบ้านส่วนใหญ่ยินดีหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวานที่ผ่านมา  ได้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ  เศรษฐา  ทวีสิน 

        นายเฉลิม   ไฝขวัญ  อายุ 69 ปี  อดีตข้าราชการเกษียณ  เปิดเผยว่า   รู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรี   โดยเห็นว่าสิ่งแรกที่อยากให้แก้ปัญหาเร่งด่วนที่สุดคือ   ปัญหาน้ำมันแพง  เพราะขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหากันอย่างมาก   และการชี้แจงต่อสาธารณะชน   กรณีที่นายชูวิทย์ ออกมาแฉความไม่โปร่งใสของนายกเศรษฐา   เพื่อให้ชาวบ้านไขข้อข้องใจ    ส่วนการตั้งรัฐบาลข้ามขั้วชาวบ้านจังหวัดสตูล  เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จับมือกันและเลิกการแบ่งพรรค แบ่งฝ่าย แบ่งสี  มาช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย  ส่วนประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญเห็นว่าควรแก้เป็นบางจุด  ไม่ใช่แก้ทั้งหมด  เพราะไม่เห็นว่าการแก้ทั้งหมดจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ

         นายชัย   ลิ้มเลิศเจริญวานิช   (นักท่องเที่ยว) อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจในวัยเกษียรณ  ยอมรับว่า   หลังได้นายกรัฐมนตรีสิ่งแรกที่อยากให้นายกฯคนใหม่ทำคือ   การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ให้เร็วที่สุด   และการได้นายกรัฐมนตรี  ชื่อเศรษฐา  น่าจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนได้  แต่ก็ต้องดูฝีมือกันต่อไป   และนักเป็นเรื่องดีที่มีการตั้งรัฐบาลข้ามขั้วเพราะนั่นคือ  ความสามัคคีของคนไทยให้มีสีเดียวกันทำเพื่อประชาชน

อัพเดทล่าสุด