Categories
ข่าวทั่วไป

สัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์! ตะลึงพบฝูงโลมาอิรวดี 10 ตัว โชว์ตัวกลางคลองท่าจีนสตูล

สัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์! ตะลึงพบฝูงโลมาอิรวดี 10 ตัว โชว์ตัวกลางคลองท่าจีนสตูล

วันที่ 10 มีนาคม 2568  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า   ชาวสตูลและนักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับการพบฝูงโลมาอิรวดีกว่า 10 ตัว ว่ายน้ำและกระโดดโชว์ตัวอย่างไม่หวาดกลัวผู้คนในพื้นที่คลองท่าจีน ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนและทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่

นายทรงเดชา วันทา ปลัดเทศบาลตำบลคลองขุด พร้อมด้วยกลุ่มประมงพื้นบ้านและกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน ได้จัดกิจกรรมล่องเรือสำรวจเส้นทางคลองท่าจีน หมู่ที่ 1 ตำบลคลองขุด เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ ระหว่างการสำรวจได้พบเหตุการณ์น่าประทับใจเมื่อฝูงโลมาอิรวดีประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำและกระโดดแสดงความน่ารักให้ชม โดยไม่แสดงอาการตื่นกลัวต่อผู้คนแต่อย่างใด

“การพบโลมาอิรวดีในพื้นที่นี้เป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ” นายทรงเดชากล่าว “โลมาอิรวดีจะเข้ามาในพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรในพื้นที่นี้ยังคงสมบูรณ์และมีความสำคัญต่อสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้”

พื้นที่คลองท่าจีนตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาสูงที่ชาวบ้านเรียกว่า “โต๊ะกูเด็น โต๊ะตาบอด” เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน หอยขาว และสัตว์ทะเลนานาชนิด การพบฝูงโลมาอิรวดีซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง

ทางเทศบาลตำบลคลองขุดได้เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมผลักดันเส้นทางล่องเรือคลองท่าจีนให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและชมความน่ารักของฝูงโลมาอิรวดีในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ

…………………………………………..

คลิปพบฝูงโลมา    ขอบคุณภาพประทับใจจาก…ปลัดเทศบาลตำบลคลองขุด

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-เยียวยาหัวใจที่แตกสลาย! ครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายเมื่อลูกน้อยวัย 9เดือนป่วยโรคหัวใจรั่ว ไม่มีเงินซื้อยานอกระบบ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 4 ชีวิตด้วยความยากจน

เยียวยาหัวใจที่แตกสลาย! ครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายเมื่อลูกน้อยวัย 9เดือนป่วยโรคหัวใจรั่ว ไม่มีเงินซื้อยานอกระบบ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 4 ชีวิตด้วยความยากจน

ความหวังยังคงเหลืออยู่ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อสังคมยื่นมือช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งโรคร้ายของลูกน้อยวัย 9 เดือนและความยากจนที่รุมเร้า

“ทุกวันนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะออกทะเล เพราะเท้าเคยเป็นบาดทะยัก สายตาก็มองไม่ค่อยเห็น” นายวาเหตุ สามาดี อายุ 59 ปี เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้ ลูกสาวตัวน้อยป่วยหนัก ต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลไม่รู้จบ และต้องเตรียมยานอกระบบด้วย “

นายวาเหตุ  เล่าว่าลูกสาววัย 9 เดือนป่วยด้วยโรคหัวใจขนาดใหญ่ผิดปกติ ปอดติดเชื้อ และผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่วทั้ง 2 ห้อง ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสตูล 14 คืน ก่อนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลหาดใหญ่อีก 7 คืน กลับบ้านได้เพียงคืนเดียวก็ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกจนถึงปัจจุบัน โดยมีคิวผ่าตัดในเดือนมีนาคมหรือพฤษภาคม

“ผมตกงานมา 4-5 เดือนแล้ว ล่าสุดช่วยเพื่อนต่อเติมบ้านได้เงินมา 1,000 บาท” นายวาเหตุเล่า ขณะที่ภรรยาวัย 38 ปี ต้องเฝ้าลูกที่โรงพยาบาลทำให้ไม่มีรายได้เช่นกัน ส่วนลูกชายวัย 4 ขวบ ผมต้องขี่รถจยย.เดินทางไปส่งไปกลับโรงเรียนไกลถึง 50 กิโลเมตรจากโรงพยาบาลสตูล ไปตันหยงโป

คุณลุงกฤษฎา มะสมัน อายุ 75 ปี เพื่อนบ้านยืนยันว่า “ผมรู้จักครอบครัวนี้มานาน เห็นความยากลำบากมาตลอด ตัวสามีเคยได้รับบาดเจ็บจากบาดทะยัก เดินไม่สะดวก สายตาก็ไม่ดี ทำงานได้แค่ก่อสร้าง พอลูกป่วย ภรรยาไม่ได้ทำงาน ต้องเลี้ยงลูกสองคน เป็นครอบครัวที่ลำบากจริงๆ ผมก็ช่วยบ่อยครั้ง”

ด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล  หลังทราบข่าวได้ลงพื้นที่มอบความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งนม แพมเพิส ขนมปัง และข้าวสาร พร้อมเตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อขออนุมัติค่าดูแลบุตร ส่วนเรื่องยานอกระบบได้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาล

ขณะที่ อบต.ตันหยงโป และ อบจ.ได้มีการเดินเรื่องเพื่อขอสนับสนุนค่าเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ให้กับทางครอบครัวผู้เดือดร้อนแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถบริจาคผ่านเลขบัญชี 020-315-673-861 ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นายวาเหตุ สามาดี

……………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

จับแล้ว! วัยรุ่น 16 ปี โจรใจกล้าปีนห้องน้ำลักทรัพย์ร้านก๋วยเตี๋ยวซ้ำหลายครั้ง หลังพบหลักฐานชัดกล้องวงจรปิด

สตูล..จับแล้ว! วัยรุ่น 16 ปี โจรใจกล้าปีนห้องน้ำลักทรัพย์ร้านก๋วยเตี๋ยวซ้ำหลายครั้ง หลังพบหลักฐานชัดกล้องวงจรปิด

          วันที่ 10 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ.เมืองสตูล    ภายใต้การอำนวยการของ   พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ  ผกก.สภ.เมืองสตูล   สั่งการให้  ร.ต.อ.ฮาซัน แหละหมัน   รอง สว.สส.ฯ   ร.ต.อ.รัฐศักดิ์ จีนหวั่น    รอง สว.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับ ชปข.ตชด.436, ตม.จว.สตูล, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองฯ  ร่วมจับกุมเยาวชนชายวัย 16 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ร้านก๋วยเตี๋ยว “ร้านก๊ะสาวกลางนา” ได้สำเร็จหลังจากติดตามสืบสวนมาระยะหนึ่ง

            จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผกก.เมืองสตูล ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเมื่อเวลา 05.30 น. หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่กับบิดามารดาซึ่งประกอบอาชีพกรีดยางพาราบนเขาที่บ้านทุ่งมะปรัง หมู่ 2 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งมีระยะทางไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร บนเส้นทางที่สูงชัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนการจับกุมอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าป่า

          ผู้ต้องหาถูกระบุว่าเป็นเยาวชนชาย  อายุ 16 ปี  ชาวบ้านตำบลเกตรี  อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมไปอยู่กับบิดามารดาที่ทำงานรับจ้างกรีดยางพารา

           กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับร้านก๋วยเตี๋ยว “ร้านก๊ะสาวกลางนา” ของนางไซหนาบ แก้วสลำ อายุ 51 ปี ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นหลายครั้งตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 เป็นต้นมา

           นางไซหนาบ เจ้าของร้านเล่าว่า ครั้งแรกที่เงินทอนหายไปไม่ได้เอะใจ คิดว่าอาจวางไว้ผิดที่ แต่เมื่อเกิดเหตุซ้ำในวันต่อๆ มา จึงได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมที่ห้องครัว ซึ่งสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะปีนเข้ามาทางห้องน้ำได้อย่างชัดเจน โดยมีลักษณะเป็นชายวัยรุ่น มีไฟฉายผูกที่หน้าผาก ใช้วิธีปีนข้ามกำแพงห้องน้ำเข้ามา ซึ่งห้องน้ำตั้งอยู่ใกล้กับห้องครัวและที่เก็บเงิน

            จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายได้ปีนเข้ามาในร้านถึง 5 ครั้ง โดยลักเอาเงินทอนที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้า เงินในกล่องบริจาคที่เก็บไว้ให้มัสยิด รวมทั้งขนมที่อยู่ในร้าน

         หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ปีนเข้าร้านมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อประมาณเดือนมกราคม ได้เงินไป 300 บาท ครั้งที่ 2 ได้ขนม 3 ห่อ ครั้งที่ 3 ได้เงิน 1,500 บาท และครั้งที่ 4 ซึ่งถูกบันทึกภาพได้จากกล้องวงจรปิด ได้เงินเหรียญไปเพียง 25 บาท โดยให้เหตุผลว่านำเงินที่ได้ไปซ่อมและตกแต่งรถ

        เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานยามค่ำคืน โดยเข้าทางช่องทางซึ่งทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

………………………………………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

“น้ำถุง 10 บาท” ทางรอดธุรกิจเล็กยุคเศรษฐกิจฝืด เปิดสูตรความสำเร็จร้านฟาริสต้าในเดือนรอมฏอน

“น้ำถุง 10 บาท” ทางรอดธุรกิจเล็กยุคเศรษฐกิจฝืด เปิดสูตรความสำเร็จร้านฟาริสต้าในเดือนรอมฏอน

         พาชิมน้ำถุงราคาประหยัด แต่รสชาติเข้มข้น กว่า 20 เมนู ที่ขายดิบขายดีในเดือนรอมฏอน จ.สตูล สร้างรายได้วันละกว่า 500 ถุง

         ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ผู้ประกอบการรายย่อยต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หนึ่งในนั้นคือร้านฟาริสต้า น้ำตู้ ในจังหวัดสตูล ที่ปรับกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงเดือนรอมฏอน ด้วยการแปลงเครื่องดื่มจากตู้มาเป็นน้ำถุงราคาประหยัด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจฝืด

        ในช่วงเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม ตลาดรอมฏอนตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล คึกคักด้วยผู้คนที่มาเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อละศีลอด ร้านฟาริสต้า น้ำตู้ เป็นหนึ่งในร้านที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นเพียง 10-15 บาท ที่มีให้เลือกมากกว่า 20 เมนู

       “น้ำถุงของเราขายดีมาก เพราะราคาประหยัดแต่รสชาติเข้มข้น ช่วยให้ลูกค้าได้ดื่มน้ำหลากหลายรสชาติในราคาที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูง” นายมะหะหมาด บิลังโหลด วัย 50 ปี เจ้าของร้านฟาริสต้า น้ำตู้ เล่าถึงกลยุทธ์การขายที่ประสบความสำเร็จ

          เมนูยอดนิยมราคาเพียง 10 บาท ได้แก่ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเขียว น้ำเม็ดแมงลัก น้ำลิ้นจี่ และน้ำเก๊กฮวย ส่วนเมนูพรีเมียมที่มีส่วนผสมของนม อย่างนมชมพู ชาเย็น ชาเขียว ข้าวโพด และกาแฟโบราณ ราคาเพียง 15 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปมาก

          “ผมทำธุรกิจนี้มานานกว่า 15 ปี แต่เมื่อถึงเดือนรอมฏอน ผมจะปรับรูปแบบจากน้ำตู้  มาเป็นน้ำถุงที่ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปดื่มตอนละศีลอด สามารถทานได้ทั้งแบบเย็นหรือรอให้อุ่นขึ้นก็ได้ ทำให้ขายดีมาก วันหนึ่งผมทำน้ำกว่า 500 ถุง ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน” นายมะหะหมาด กล่าวเพิ่มเติม

         ร้านฟาริสต้าเปิดขายทุกวันในช่วงเดือนรอมฏอน ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. หรือก่อนถึงเวลาละศีลอด และหลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฏอน ร้านจะหมุนเวียนไปขายตามตลาดต่างๆ ในจังหวัดสตูล ได้แก่ วันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดเปิดท้ายดูสน, วันพฤหัสบดีที่ตลาดเปิดท้ายฉลุง, วันอังคาร-ศุกร์ที่ตลาดเกตเวย์, วันจันทร์ที่ตลาดบายพาส และวันพุธที่ตลาดบ้านควน

         ธุรกิจเล็กๆ อย่างน้ำถุงของร้านฟาริสต้าสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจฝืด โดยการมอบสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ประหยัด ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จับต้องได้ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

……………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลด่วน! พบร่างชายหนุ่มละงูหลังพลัดตกทะเลขณะล่าแมงกะพรุน

สตูลด่วน! พบร่างชายหนุ่มละงูหลังพลัดตกทะเลขณะล่าแมงกะพรุน

พบแล้ว! ร่างหนุ่มละงูวัย 22 ปี ผู้ป่วยลมชักที่พลัดตกน้ำในทะเลขณะกลับจากล่าแมงกะพรุน หลังค้นหานาน 2 วัน

วันที่ 7 มีนาคม 2568 – เจ้าหน้าที่พบร่างของนายนัสรุต ดินนุ้ย อายุ 22 ปี ชายหนุ่มที่พลัดตกน้ำเมื่อเช้ามืดวานนี้ (6 มี.ค.) บริเวณร่องน้ำบากันโต๊ะทิด หมู่ 7 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล หลังจากทีมค้นหาระดมกำลังติดตามเป็นวันที่ 2

เวลา 11 นาฬิกา 40 นาที ทีมค้นหาพบร่างของนายนัสรุตลอยขึ้นเหนือน้ำในสภาพนอนคว่ำหน้า ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร สวมใส่เสื้อสีดำ กางเกงปาเตะสีเหลือง และมือกำหมัดแน่น

ก่อนหน้านี้ทีมค้นหาประกอบด้วยชาวบ้าน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น มูลนิธิกู้ภัยร่มไทรจังหวัดสตูล พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ นำโดยนาวาตรีปรัชญ์ ขำเจริญ หัวหน้าสถานีเรือละงู/ผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลเกาะหลีเป๊ะ ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุ

รายงานเบื้องต้นระบุว่า นายนัสรุต  ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคลมชัก พลัดตกน้ำขณะล้างเรือหลังกลับจากการไปตัก “บอบอ” หรือแมงกะพรุน เพื่อนำไปขายที่แพ โดยจุดเกิดเหตุเป็นร่องน้ำที่มีความลึกถึง 5 เมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ทางนายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อประสานการค้นหา ท่ามกลางความหวังของครอบครัวที่รอคอยข่าวคราวด้วยความระทึก

ด้านนายกาเส็ม ดินนุ้ย บิดาของผู้เสียชีวิต เผยว่า บุตรชายเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 3 เดือนหลังรักษาอาการลมชัก และเพิ่งกลับมาประกอบอาชีพตักแมงกะพรุนซึ่งกำลังมีราคาดีถึงตัวละ 15 บาท เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หลังพบร่างของผู้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ครอบครัวและเพื่อนๆ ของนายนัสรุตต่างรับทราบข่าวด้วยความเศร้าโศก รับตัวกลับไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาอิสลามต่อไป

……………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลด่วน! หนุ่มลมชักพลัดตกทะเลละงู น้ำลึก 5 เมตรกลืนร่าง ครอบครัวรอลุ้นระทึกวันที่สอง

สตูลด่วน! หนุ่มลมชักพลัดตกทะเลละงู น้ำลึก 5 เมตรกลืนร่าง ครอบครัวรอลุ้นระทึกวันที่สอง

วันที่ 7 มีนาคม 2568 – ยังไร้วี่แววชายหนุ่มวัย 22 ปี ผู้ป่วยลมชักที่พลัดตกเรือขณะล้างเรือหลังกลับจากตักแมงกระพรุนในทะเลละงู จังหวัดสตูล ท่ามกลางความระทึกในการค้นหาที่เข้าสู่วันที่สอง ครอบครัวร่ำไห้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ว่าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายยังคงระดมกำลังค้นหา นายนัสรุต ดินนุ้ย ชายหนุ่มที่พลัดตกน้ำเมื่อเช้ามืดวานนี้ (6 มี.ค.) บริเวณร่องน้ำบากันโต๊ะทิด หมู่ 7 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล หลังจากกลับจากตัก “บอบอ” หรือแมงกระพรุนและนำไปขายที่แพบากันกรุ๊ป

นายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู  เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายนัสรุต  กำลังล้างเรือหลังจากขายแมงกระพรุนเสร็จ ทว่าเกิดพลัดตกลงไปในร่องน้ำที่มีความลึกถึง 5 เมตร ทางองค์การบริหารส่วนตำบลละงูจึงได้ร่วมกับอำเภอละงู หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ละงู และมูลนิธิร่มไทรจังหวัดสตูล จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมนักประดาน้ำ ชาวประมง และชาวบ้านช่วยกันค้นหาอย่างเร่งด่วน

“การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นทะเลกว้างและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหาย แต่เราจะไม่ยอมแพ้และวางแผนค้นหาต่อไป” นายจำรัสกล่าว

ด้านนายกาเส็ม ดินนุ้ย บิดาของผู้สูญหาย เล่าด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า บุตรชายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 3 เดือน เมื่ออาการดีขึ้นจึงออกไปประกอบอาชีพตักแมงกระพรุนซึ่งกำลังมีราคาดีถึงตัวละ 15 บาท เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

“ผมขอวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือช่วยคุ้มครองลูกชายผมให้ปลอดภัย” นายกาเส็มกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเฝ้ารอข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การค้นหายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ โดยมีการวางแผนขยายพื้นที่ค้นหาออกไปตามทิศทางกระแสน้ำ ซึ่งคาดว่าอาจพัดพาร่างของผู้สูญหายออกไปไกล ขณะที่ญาติและเพื่อนร่วมอาชีพต่างเฝ้ารอความหวังและร่วมสวดขอพรให้พบนายนัสรุตโดยเร็วที่สุด

………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

อบต.กำแพง จัดโครงการรอมฏอนสัมพันธ์ เสริมสร้างความรักและสามัคคี   เปิดพื้นที่แห่งความปรองดอง สานใจในเดือนแห่งความศรัทธา

อบต.กำแพง จัดโครงการรอมฏอนสัมพันธ์ เสริมสร้างความรักและสามัคคี   เปิดพื้นที่แห่งความปรองดอง สานใจในเดือนแห่งความศรัทธา

          วันที่ 5 มี.ค.2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ค่ำวานนี้  องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง โดยนางสำลี  ลัคนาวงศ์  นายก อบต.กำแพง  จัดโครงการ “รอมฏอนสัมพันธ์” ประจำปี 2568  มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและความสามัคคีในชุมชน   ส่งเสริมการถือศีลอดที่ถูกต้องตามหลักศาสนา  สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม  เสริมสร้างศีลธรรมอันดีให้กับสังคม

 

          โดยนายธีระพงษ์ คุ่มเคี่ยม นายอำเภอละงู เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวในการนี้ว่า เดือนรอมฏอนเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มุสลิมทุกคนจะได้ขัดเกลาจิตใจ ฝึกความอดทน และละวางสิ่งไม่ดีทั้งปวง  เดือนนี้ไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการอดอาหารเท่านั้น หากแต่ยังเป็นโอกาสในการชำระจิตวิญญาณ เรียนรู้ความอดทน และแบ่งปันความรักให้กับเพื่อนมนุษย์

 

           นายอิสรา ละประเสริฐ รองนายก อบต.กำแพง เปิดเผยว่า มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 500 คน แสดงให้เห็นถึงพลังชุมชนที่เข้มแข็งและความร่วมมือร่วมใจ  บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น ผู้ร่วมงานละศิลอดอย่างพร้อมเพรียงกัน  

 

          โครงการรอมฏอนสัมพันธ์ครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกัน หากแต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน

…………………………….

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลเตือนภัยผลกระทบยาเสพติดเด็กในสตูลตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว 

เตือนภัยผลกระทบยาเสพติดเด็กในสตูลตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว

           โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่หมู่ 3 บ้านคลองลิดี ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล เมื่อเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ  ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าขณะถูกนำส่งโรงพยาบาล หลังถูกลุงซึ่งมีอาการคลุ้มคลั่งจากฤทธิ์ยาเสพติด จับตัวเหวี่ยงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงสองครั้งซ้อน เหตุการณ์สลดใจนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

         จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายอับดุลอาซีด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หมู่ที่ 3 บ้านคลองลิดี ต.สาคร อ.ท่าแพ ผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหายังคงมีอาการผิดปกติ พูดคนเดียว แต่รับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้เหวี่ยงเด็กกระแทกพื้นจนเสียชีวิตจริง และไม่ได้ขัดขืนการจับกุมแต่อย่างใด

         พี่ชายของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ขณะที่ตนนอนพักอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงดังตุบ 2 ครั้ง จึงรีบออกมาดูและพบเด็กนอนสลบแน่นิ่งอยู่แล้ว  จึงรีบแจ้งเหตุและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที  แต่น่าเศร้าที่เด็กเสียชีวิตระหว่างทาง

         ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีประวัติติดยาเสพติดมานาน ถึงแม้จะผ่านการบำบัดมาหลายครั้ง แต่ก็กลับไปเสพซ้ำอยู่เรื่อยๆ ขณะเกิดเหตุเชื่อว่าผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งจากฤทธิ์ของยาเสพติด จนนำไปสู่การกระทำรุนแรงต่อเด็ก

       

        ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหาและเด็กผู้เสียชีวิตนั้น มีศักดิ์เป็นลุง (พี่ชายของพ่อเลี้ยง) บ้านของทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กัน และปกติเด็กกับผู้ต้องหาก็มีความคุ้นเคยกันดี ขณะเกิดเหตุ แม่ของเด็กกำลังล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน ไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์สลดใจที่เกิดขึ้น

         นายอนุสรณ์ อุเส็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สาคร เล่าว่า หลังทราบเหตุได้รีบแจ้งตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ยังคงอยู่ในอาการผิดปกติ ทางด้านตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         ล่าสุด พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เพ็ชรรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, พ.ต.ท.อาบูบากาด ดาแลหมัน สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, ร.ต.อ.นุกูล จิตรเพชร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, นายขจรศักดิ์ เจ๊ะแอ กำนันตำบลสาคร, นายอนุสรณ์ อุเส็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สาคร และข้าราชการตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรท่าแพ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหารือแนวทางป้องกันแก้ไขกรณีเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเสียชีวิต

 

          เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นภัยร้ายแรงในสังคม โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กผู้บริสุทธิ์ แม้จะมีมาตรการการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด แต่การกลับไปเสพซ้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

        ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เตรียมหารือถึงมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันในกรณีผู้มีประวัติเสพยาเสพติดที่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง

………………………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลคลิปครูทำร้ายเด็กโผล่หลังเงียบนาน 1 ปี – ครูชำนาญการพิเศษ  ยอมรับผิด นายอำเภอเร่งสอบ พร้อมตั้งมาตรการคุมเข้มพุ่งตรวจสอบผู้เสียหายรายอื่น เตรียมส่งเรื่องคุรุสภาพิจารณาใบอนุญาต 

สตูลคลิปครูทำร้ายเด็กโผล่หลังเงียบนาน 1 ปี – ครูชำนาญการพิเศษ  ยอมรับผิด นายอำเภอเร่งสอบ พร้อมตั้งมาตรการคุมเข้มพุ่งตรวจสอบผู้เสียหายรายอื่น เตรียมส่งเรื่องคุรุสภาพิจารณาใบอนุญาต

         วันที่ 3 มีนาคม 2568  คลิปฉาวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลขณะนี้ เมื่อแม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ โพสต์คลิปเผยพฤติกรรมรุนแรงของครูศูนย์อนุบาลแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล

 

          คลิปเหตุการณ์สะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 แต่ผู้ปกครองเพิ่งได้รับคลิปล่าสุดก่อนนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอทุ่งหว้า วันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่พบว่า แม้เหตุการณ์จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ศูนย์อนุบาลยังเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ขณะที่เด็กชายผู้เสียหายไม่ได้มาเรียน

 

         ครูคนนี้พบว่ายังมีประวัติมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานจนถึงขั้นต้องไปโรงพัก เคยมีเรื่องฟ้องร้องกันมาแล้ว

 

          หลังคลิปฉาวแพร่กระจายในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว นายกริชชัย ภู่ฉุน นายอำเภอทุ่งหว้า ได้เร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบด้วย ศึกษาธิการจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายก อบต. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของครูผู้ก่อเหตุ

 

         นายอำเภอทุ่งหว้า  กล่าวว่า   ตอนนี้แม้เรายังไม่ได้พูดคุยกับครูโดยตรง แต่มีข้อมูลว่าครูน่าจะยอมรับในสิ่งที่ได้กระทำลงไป และครูยินดีย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นระหว่างที่มีการสอบสวน ขณะนี้มีผู้ปกครองรายอื่นเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วมากกว่าสองราย เรากำลังเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้งกรณีนี้และกรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

          นอกจากนี้ นายอำเภอทุ่งหว้ายังเปิดเผยถึงมาตรการดำเนินการกับครูผู้ก่อเหตุว่า…เราได้ย้ายครูรายนี้ออกจากศูนย์อนุบาลเด็กเล็กแล้ว และกำลังพิจารณาส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตพื้นที่ระหว่างการสอบสวน ส่วนทางคดี ตำรวจรับเรื่องไปดำเนินการแล้ว โดยจังหวัดสตูลได้แจ้งให้สถานีตำรวจภูธรทุ่งหว้าพิจารณาคดีอย่างเร่งด่วน”

 

         สำหรับการดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบ ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล จะเข้าประเมินสภาพจิตใจของเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือและติดตามผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว   ที่สำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดในทุกห้องเรียน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปกครอง

 

           ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอำเภอทุ่งหว้า พร้อมด้วยนายก อบต. ศึกษาธิการจังหวัด และทีมงานพัฒนาสังคมฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของเด็กผู้เสียหาย เพื่อเยียวยาจิตใจและประเมินสภาพเด็ก ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเด็กยังมีสภาพจิตใจร่าเริง

 

**ญาติของเด็ก**: “หลานเราก็ซนตามประสาเด็กผู้ชาย แต่พอได้เห็นคลิป เราตกใจมาก ครูทำเกินกว่าเหตุ และไม่คิดว่าจะเกิดกับลูกหลานเราเอง”

 

             สำหรับด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีตำแหน่ง “ชำนาญการพิเศษ” และเข้าทำงานที่ศูนย์อนุบาลแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2563 โดยไม่เคยมีประวัติการร้องเรียนมาก่อน ทางศึกษาธิการจังหวัดแจ้งว่า จะต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงก่อนนำสำนวนไปประกอบการพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งเป็นอำนาจของคุรุสภา

 

          คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การกระทำรุนแรงต่อเด็กสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในสถานศึกษา ซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ทางการสัญญาว่าจะตรวจสอบอย่างเข้มงวดและวางมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก

…………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ชนสนั่นหน้าโรงพัก! 18 ล้อพุ่งเสยสิบล้อ-เก๋ง ดับ 1 เจ็บ 2 ตำรวจรอดหวุดหวิด 

ชนสนั่นหน้าโรงพัก! 18 ล้อพุ่งเสยสิบล้อ-เก๋ง ดับ 1 เจ็บ 2 ตำรวจรอดหวุดหวิด 

          นาทีระทึก! กล้องวงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุสุดสยองหน้า สภ.ทุ่งหว้า เมื่อเช้านี้ (26 ก.พ. 2568) รถพ่วง 18 ล้อพุ่งชนรถเก๋ง ก่อนเสียหลักไปกระแทกกับสิบล้อที่วิ่งสวนทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็น รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งหว้า ที่กำลังขับรถมาเข้าเวรสายตรวจ! 

 

         เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.19 น. ขณะที่ ร.ต.ท.ว่าหลิด เอียดดี  รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (ป.) สภ.ทุ่งหว้า ขับรถเก๋งฮอนด้า (ทะเบียน กจ 4379 สตูล) เพื่อเข้าเวรสายตรวจตามปกติ กำลังจะเลี้ยวเข้าหน้าโรงพัก แต่ในจังหวะเดียวกัน รถพ่วง 18 ล้อ (ทะเบียน 81-3466 ตรัง) ซึ่งขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนท้ายอย่างจัง ส่งผลให้รถเก๋งหมุนเสียหลัก ก่อนที่รถพ่วงจะพุ่งชนประสานงากับ รถสิบล้อ (ทะเบียน 70-91-72 สงขลา) ที่วิ่งสวนมา 

 

            แรงปะทะทำให้คนขับสิบล้อ เสียชีวิตคาที่ ในซากรถ ส่วน ร.ต.ท.ว่าหลิด ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง และ นายวุฒิชัย ปานเขียว ซึ่งโดยสารมากับรถพ่วง 18 ล้อ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกจากรถเป็นการด่วน 

 

         เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทรจังหวัดสตูลระดมกำลัง กว่า 20 นาย พร้อมเครื่องตัดถ่าง 3 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง 

………………..

อัพเดทล่าสุด