Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล สืบทอดขนมโบราณ “ลอเป๊ะ” จากรุ่นคุณยายขายดีช่วงรอมฎอน เด็กรุ่นใหม่ชื่นชอบ

สตูล สืบทอดขนมโบราณ “ลอเป๊ะ” จากรุ่นคุณยายขายดีช่วงรอมฎอน เด็กรุ่นใหม่ชื่นชอบ

          ขนมโบราณพื้นบ้านอย่าง  ขนมลอเป๊ะ  ขนมตาล และหม้อแกงต่างๆ  ต้องปรับราคาขึ้น  เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักอย่างน้ำตาล ไข่ และข้าวเหนียว พุ่งสูงขึ้น  ทำให้ร้านค้าต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

          แม้วัตถุดิบหลายอย่างปรับราคาขึ้น  แต่ทางร้านในพื้นที่จังหวัดสตูลยังคงทำขนมพื้นบ้าน  ขายในห้วงเดือนรอมฎอน  หรือเดือนถือศีลอดของชาวไทยอิสลาม  อย่างขนมลอเป๊ะ  หรือ ขนมลูเป๊ะ  ที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบหลัก คลุกกับมะพร้าวทึนทึกไปทางอ่อน  ทานกับน้ำตาลอ้อย   รสชาติอร่อย  เป็นหนึ่งเมนูขนมที่ขายดี  และเป็นขนมที่หลายคนคิดถึง   

          นางมาเรีย นาคบรรพต อายุ 30 ปี เจ้าของร้าน “กระจิ๊กandหวาชา” กล่าวว่า  ทำขนมไทยพื้นบ้านมาตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย   โดยเฉพาะ “ขนมลอเป๊ะ”  ขนมไทยโบราณที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินโดนีเซีย โดยคนไทยที่ไปทำงานที่อินโดนีเซียนำวัฒนธรรมขนม  เข้ามาประยุกต์ให้เข้ากับพื้นที่จังหวัดสตูล  โดยส่วนผสมมีข้าวเหนียว 100%  กวนกับน้ำปูนหรือน้ำด่าง ก่อนนำมาห่อด้วยใบตอง  นำไปต้มประมาณ 45 นาที เมื่อต้มเสร็จพักให้เย็นนำมาตัดเป็นแว่น คลุกกับมะพร้าว  ตัวข้าวเหนียวจะมีรสชาติจืดๆ  ทานด้วยน้ำตาลอ้อยที่นำมาเคี่ยวราดลงไป  ก็จะหวานลงตัวพอดี  เป็นขนมที่ถือว่าโบราณมากๆ  คุณแม่บอกว่าทำตั้งแต่รุ่นโต๊ะ หรือคุณยาย  เป็นขนมที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เลย  เมื่อก่อนจะหากินได้เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น  แต่ตอนนี้ก็มีวางขายตามปกติทั่วไปแล้วในช่วงเช้าของคนจังหวัดสตูลด้วย

            นอกจากขนม ลอเป๊ะ ที่เป็นต้นตำรับแล้วยังมีขนมอื่นๆอีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็นหม้อแกงถั่ว  หม้อแกงไข่ และข้าวเหนียวสังขยา  นี่ก็เป็นขนมที่อยู่ในช่วงเทศกาล   ปกติขายกล่องละ 10 บาท  แต่ตอนนี้ต้องปรับขึ้นเป็น 12 บาท   ส่วนราคาส่งจาก 8 บาท  ปรับเป็น 10 บาท   สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบ เช่น น้ำตาลทราย จากเดิมกิโลกรัมละ 21 บาท  ขึ้นเป็น 30 บาท  ไข่ไก่ จากแผงละ 90 กว่าบาท  ขึ้นเป็น 117 บาท  และข้าวเหนียว จากกิโลกรัมละ 25 บาท  ขึ้นเป็น 34-35 บาท  ทำให้รายได้ลดลง จากเดิมขายได้วันละ 4,000 บาท  เหลือเพียง 600-700 บาท 

            ด้านนายอนัญลักษณ์  สุขเสนา  ลูกค้าคนรุ่นใหม่  กล่าวหลังได้ชิมขนมว่า  ขนมลอเป๊ะนี้มีความแน่นของข้าวเหนียว  เมื่อได้กินคู่กับน้ำตาล  และมะพร้าวที่คลุกมากับข้าวเหนียว  จะให้ความรู้สึกว่าเคี่ยวเพลิน  มีความเค็มเล็กๆของมะพร้าว ตัดกับน้ำหวาน  จากใจเด็กรุ่นใหม่ คิดว่าขนมชนิดนี้จะเป็นขนมทานเล่นระหว่างวันได้เลย  และยอมรับว่าเพิ่งเคยทานที่นี่เป็นครั้งแรก  ก็ติดใจ  เคี่ยวเพลิน สามารถทานได้เรื่อยๆ

           ปัจจุบัน  ทางร้านเน้นรับออเดอร์ออนไลน์ และฝากขายที่ร้านลูกชิ้นซอย 17 ต.พิมาน อ.เมือง  จ.สตูล เพียงร้านเดียว   จากเดิมที่เคยฝากขาย 10 ร้าน   เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี   ทำให้บางร้านต้องเลิกขาย    สำหรับลูกค้าที่สนใจ  สามารถติดต่อร้าน “กระจิ๊กandหวาชา”   ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 080-545-5196   Line @0805455196   หรือ Facebook : maria nbpt

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

สัมภาษณ์พิเศษ  ปีเตอร์  พีรพัฒน์  รัชกิจประการ  ทายาท ส.ส.สตูล แนวคิดปลุกสตูลให้ตื่น เปลี่ยนโต้รุ่ง เป็น ตลาดแลจันทร์ ดึงลูกทัวร์มาเลเซียเข้าพื้นที่

สัมภาษณ์พิเศษ  ปีเตอร์  พีรพัฒน์  รัชกิจประการ  ทายาท ส.ส.สตูล  กับแนวคิดปลุกสตูลให้ตื่น เติมสีสัน เปลี่ยนโต้รุ่ง เป็น ตลาดแลจันทร์ ดึงลูกทัวร์มาเลเซียเข้าพื้นที่

           เป็นความหวังของชาวสตูลอีกครั้ง  เมื่อผู้บริหารหนุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดจะเปลี่ยนโฉมตลาดโต้รุ่งเมืองสตูลที่หลายคนคุ้นเคย  ซึ่งมีมานาน 30 ปี  สู่  “ตลาดแลจันทร์” ศูนย์อาหารครบจบในที่เดียว ด้วยงบประมาณ 10 ล้านบาท  ให้ชาวสตูลมีช่องทางทำมาค้าขาย  และต้อนรับนักท่องเที่ยว  ชาวไทยและต่างชาติ ที่จะเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ “ปีเตอร์”  คุณพีรพัฒน์  รัชกิจประการ  วัย 30 ปี  บุตรชาย โกโต  คุณพิบูลย์  รัชกิจประการ  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์จังหวัดสตูล เขต 1  กับแนวคิดที่จะปลุกเมืองสตูลที่หลับใหล  ให้เศรษฐกิจสตูลกลับมาคึกคัก  

 

@ แนวคิด “ตลาดแลจันทร์”     

ครับ  ผมมีโอกาสไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่เด็ก  จบจากคณะสถาปัตย์  พอกลับมาประเทศไทยก็อยากทำโปรเจคที่ได้ใช้ความสามารถที่ได้เรียนรู้มาในเรื่องของการดีไซน์    ไอเดียของตลาดนี้เป็นสิ่งที่ทางบ้านผมอยากทำมานานแล้ว   แต่พอผมกลับมาเข้าช่วงโควิดพอดี  หลังจากโควิดเศรษฐกิจสตูลก็เห็นได้ชัดว่ามันแย่ลง    หลายคนบ่นว่าในเมืองสตูลนี้ค่อนข้างเงียบ   ไม่มีสีสัน   ผมจึงคุยกับคุณพ่อว่า เราทำอะไรได้บ้าง?  

สำหรับตัวผมเองเวลาเพื่อนจากต่างประเทศ   ญาติจากต่างจังหวัดมาสตูล   ถามผมว่าที่สตูลไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง?   ในฐานะที่เป็นคนสตูลเองก็รู้สึกอาย   ก็คิดว่าโปรเจคตลาดแลจันทร์ที่จะเกิดขึ้นจะตอบสนองความต้องการของคนสตูลได้ดี   ให้เมืองมีสีสันมากขึ้น   มีความคึกคักมากขึ้น

 

@ รูปแบบของตลาดเป็นแบบไหน วาง concept ไว้ยังไง ?

          ตลาดแลจันทร์เป็นตลาดกลางคืน เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็นไปจนถึง 4 ทุ่ม   ส่วนตัวตลาดเองก่อนหน้านี้เป็นตลาดโต้รุ่ง  ตลาดโตรุ่งเองก็มีพ่อค้าแม่ค้าอยู่แล้วประมาณ 70 ล็อค   หลักๆของผมที่ออกแบบตลาดจะคิดว่าถ้ามีพ่อค้าแม่ค้ามากขึ้น   ผมก็ต้องหาลูกค้ามาให้มากขึ้นเช่นกัน   วันนี้คนมาเดินโต้รุ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เดินมาซื้ออาหารซะส่วนใหญ่   เป็นกลุ่มลูกค้าที่เช็คอเวย์  จะมี LINE MAN มาซื้อ   ก็เลยคิดว่าถ้าหาลูกค้าเพิ่ม   ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าคุณสตูลชอบแบบไหน  คนสตูลเวลากลางคืนชอบไปนั่งร้านน้ำชา    ตอนดีไซน์ตลาดขึ้นมาคิดว่าต้องมีโซนนั่งชิลล์   ให้คนมานั่งทานอาหาร   ซึ่งเป็นที่โล่งๆ  สามารถดูดาวหรือพระจันทร์ได้   มันเป็นส่วนหนึ่ง  

 

         นอกจากนี้ก็จะมีโซนหลักๆอีกสองโซน   จะเป็นโซนลานจัดกิจกรรม   จะมีของตกแต่งสวยงามมีต้นไม้   แสงสี   เป็นจุดเช็คอิน    คิดว่าการจัดกิจกรรมจะทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้น  ถ้าในพื้นที่มีการจัดงานไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่   หลักๆคืออยากให้พื้นที่จัดงานตรงนี้สามารถมาจัดได้ฟรี   อยากให้คนสตูลได้ออกอีเวนท์ต่างๆ   ถ้าในตลาดมีจุดเช็คอินสวยๆ  ก็จะดึงลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ   หรือคนต่างจังหวัดเข้ามา   ไหนๆก็จะทำตลาดทั้งทีจึงคิดว่าก็ทำให้ดีไปเลย    ของเราจะมีการคัดแม่ค้า   อยากจะประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเป็น Local best   หรือ สินค้าท้องถิ่นที่ดีที่สุด   ที่จะมาขายในตลาดของเรา   ตัวตลาดเองก็จะเป็นพื้นที่ปูนคอนกรีต   ทางตลาดจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก   เช่น  ห้องน้ำ   ลานจอดรถ   จะมีแม่บ้าน   มียาม  มีกล้องวงจรปิด   ดูแลเรียบร้อย

@ รองรับจำนวนลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน ?

          ปัจจุบันนี้ลูกค้ามาที่โต้รุ่งก็เกือบ 1,000 หรือมากกว่า 1,000 คน   ในอนาคตก็จะมีที่จอดรถเพิ่มให้ด้วยหลัก 2,000 คน ก็น่าok.  เพราะตลาดเรามีถนนล้อมสามด้าน  มีที่จอดรถเยอะเป็นพิเศษ

 

@ กลุ่มเป้าหมายนอกจากเป็นคนในท้องถิ่น  คนต่างจังหวัด  และต่างประเทศ  เราเล็งกลุ่มไหนไว้เป็นพิเศษ ?

          หลักๆก็ต้องเป็นเพื่อนบ้าน   คือกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย  ที่จริงคนมาเลเซียมาเที่ยวสตูลเยอะมาก   เพียงแต่ไม่ได้ผ่านเข้ามาในเมือง   ก็ได้มีการเข้าไปคุยกับกลุ่มทัวร์ในมาเลเซียว่า  คุณสนใจที่จะมาลงที่นี่ไหม  เพราะเขาทำทัวร์เหมือนกัน   เวลามาสตูลก็จะไปดูนกที่ตำมะลัง  ไปทานอาหารทะเลที่ตันหยงโป  จึงเสนอไปว่า  “ทัวร์ของคุณจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไหมถ้าคุณมีที่อื่นให้ไปด้วย”   ซึ่งเค้าก็สนใจติดต่อเข้ามา

 

@ สิ่งที่เป็นห่วงของการทำตลาดตรงนี้คือคุณพ่อให้คำชี้แนะยังไงบ้าง?

          พ่อเป็นคนอยากให้ทำ   พ่อเข้าใจดีว่าพี่น้องชาวสตูลต้องการอะไร   แต่ผมโชคดีตรงที่ผมมีที่ปรึกษาที่ดีเยอะ   เพราะพ่อมีเพื่อนเยอะ เจ้าของตลาดกรีนเวย์ ก็เป็นเพื่อนกับพ่อ  จริงๆแล้วมีเจ้าของตลาดเป็นที่ปรึกษาที่สำคัญมากสำหรับตลาดแลจันทร์   คือเวลามีอะไรก็จะถาม

 

@ ปัญหาอุปสรรค?

          เรื่องฝนก็เป็นปัญหาหลักปัญหาหนึ่ง   แต่โซนที่เป็นอาหารก็จะมีโซนที่ไม่มีหลังคา   ส่วนโซนที่มีหลังคาก็มีเช่นกัน    ปัญหาหลักๆที่นึกได้ก็คือ   พ่อค้าแม่ค้าชาวสตูลต้องเข้าใจว่าพวกเขามีงบไม่เยอะ   ส่วนหลักๆคือทำยังไงให้ค่าเช่าต่ำที่สุด   โชคดีตรงที่ว่าเจ้าของที่ดินเป็นที่ดินของกงสี ผมก็ไปเจรจากับทางกงสี  ซึ่งที่ดินกลางเมืองสี่ไร่นี้ถ้าคิดค่าเช่าจริงๆ คิดได้เยอะเลย   แต่ก็เจรจาขอให้ตลาดติดก่อนไม่ต้องขึ้นค่าเช่ากับแม่ค้า

 

@ สิ่งที่มุ่งหวัง?

           ผมหวังว่า   หลักๆการที่ผมทำโปรเจคตลาดแลจันทร์   จะทำให้เศรษฐกิจสตูลดีขึ้น   อย่างน้อยพ่อค้าแม่ค้ามีลูกค้ามาเดินตลาดเยอะๆ  ชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าก็จะสบายขึ้นเยอะ  นอกจากนั้นก็มองว่าถ้าตลาดสำเร็จจริงๆ   มันจะไม่ใช่ตลาดอย่างเดียวที่ได้รับผลประโยชน์   เพราะถ้านักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดมา   กิจการอย่างอื่นเช่น   โรงแรม   ก็มีผลพลอยได้ไปด้วยก็อยากจะขอฝากพี่น้องชาวสตูลว่า  เราเป็นสตูลเหมือนกัน อยากให้พี่น้องชาวสตูลมาช่วยสนับสนุนเพราะถ้าเราไม่ช่วยสนับสนุนกันเองก็ไม่รู้ว่าใครจะมา

          ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครพ่อค้าแม่ค้าทางเพจ Facebook ตลาดแลจันทร์ มาช่วยกันสนับสนุนตลาดสตูลกันนะครับ

……………

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

 กีฬาสูงวัยใจเกินร้อย  จัดหนักจัดเต็มกับกีฬามหาสนุกเน้นเสียงหัวเราะและสุขภาพดี   

สตูล-กีฬาสูงวัยใจเกินร้อย  จัดหนักจัดเต็มกับกีฬามหาสนุกเน้นเสียงหัวเราะและสุขภาพดี

          หลังประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ  หลายพื้นที่เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุ  ได้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข และสุขภาพดี 

         เหมือนอย่างเช่นที่เทศบาลตำบลคลองขุด   อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  นายสุนทร พรหมเมศร์  นายกเทศมนตรีตำบลคลองขุด  ร่วมกับนางประมูล มีบุญ  ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลคลองขุด และ นางประไพ อุบลพงศ์  ประธานโครงการฯ   ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬามหาสนุก  ภายใต้โครงการ ผู้สูงอายุสุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี ชีวีมีสุข ประจำปีงบประมาณ 2567  ซึ่งมีการจัดขึ้นภายในอาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านคลองขุด  โดยนักกีฬาแต่ละสี แต่ละทีม  ก็แต่งกายจัดหนักจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร ย้อนวัยสวยสมวัยกับชุดเดินพาเหรด

        โดยเกมกีฬาเป็นการละเล่นที่เน้นความสนุกสนาน  ความสามัคคีในหมู่คณะ  การละเล่นที่เน้นเสียงหัวเราะ และปลอดภัยเหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุ  เช่น  เกมทูนของ  เป็นการนำถาดใส่แตงโมแล้วนำมาวางไว้บนศีรษะ  โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องไม่ให้ถาดหล่นลงมาที่พื้น  ไม่งั้นจะถือว่าแพ้เกมการแข่งขัน  ซึ่งการแข่งขันลักษณะนี้ก็มีหลายคน  ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำถาดมาทูนบนหัว  แต่ก็มีหลายคนที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ  สร้างเสียงหัวเราะให้กับกองเชียร์และผู้เล่นได้ไม่น้อย

        เกมแชร์บอล เป็นเกมทดลองประสิทธิ์ภาพความแม่นยำการเล็งของผู้สูงอายุ  ที่หลายคนก็สามารถเล่นได้อย่างสบาย ๆ  นอกจากนี้ยังมีเกมส่งข่าวสาร ที่เน้นเล่นเป็นทีม  ถึงข่าวสารที่ได้รับมาและส่งต่อ  ว่าจะเหมือนเดิมหรือมีการแปลงข่าวสารหรือไม่  ก็เป็นเกมที่เล่นง่ายๆ  แต่ก็เล่นเอาผู้สูงอายุฟังผิดเพี้ยนไปตามๆ กันเลยทีเดียว   ส่วนเกมส่งลูกมะพร้าวเล่นกันเป็นทีม  ยังเป็นการฝึกสมาธิให้ผู้สูงอายุ และการยืดเหยียดไปในตัวด้วย 

          ส่วนเกมไกวเปล ก็เล่นค่อนข้างจะยาก  เพราะต้องเน้นความพร้อมเพียงกัน  ไม่อย่างนั้นลูกโป่งที่ใส่น้ำที่นำมาไกวเปล  ก็จะหล่นแตกเหมือนอย่างหลายกลุ่ม เกมสุดท้ายด่านยาก   เกมปิดตากินแตงโมงร้อยเข็มและกรอกน้ำ  ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นได้ไม่น้อย  รวมทั้งกองเชียร์ที่หลายคนยอมรับว่า  เป็นเกมกีฬาที่สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับพวกตนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน   สำหรับทีมผู้ชนะในครั้งนี้ทางนายกเทศมนตรีตำบลคลองขุด  ยังมีรางวัลให้เป็นของขวัญ  กับทีมสีผู้สูงอายุที่ชนะ และรองชนะทั้งหมดด้วย 

         นายสุนทร  พรหมเมศร์  นายกเทศมนตรีตำบลคลองขุด  บอกว่า  การส่งเสริมการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ต้องการให้ผู้สูงอายุออกมาจากบ้านมาร่วมกิจกรรมกันเพื่อความผ่อนคลาย และร่วมกันออกกำลังกาย  ได้ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เน้นชัยชนะมากเกินไป เช่นการส่งลูกมะพร้าวเพื่อให้ทุกคนมีสมาธิฝึกร่วมกิจกรรม และเชื่อมความสัมพันธ์กัน โดยปกติทุกวันกลุ่มผู้สูงอายุชุดนี้ก็จะมีการออกกำลังกายรวมกันอยู่แล้ว  กลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มนี้ถือว่ามีความเข้มแข็งมาก ทางเทศบาลตำบลคลองขุดเองจะเข้ามาผลักดันและพร้อมส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความสุขทั้งกาย ใจและสุขภาพแข็งแรง

…………………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

  สตูล-เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนชิม แตงโมริมทะเลแหลมสน ที่หวานฉ่ำกรอบ หน้าสวนขายเพียงกก.ละ 10-12 บาท หลังแตงโมหลายพื้นที่ออกมาตีตลาด    

สตูลเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนชิม แตงโมริมทะเลแหลมสน ที่หวานฉ่ำกรอบ หน้าสวนขายเพียงกก.ละ 10-12 บาท หลังแตงโมหลายพื้นที่ออกมาตีตลาด

          หลังว่างเว้นจากการออกเรือประมงและทำนาข้าว  ชาวบ้านริมชายทะเลหมู่ที่ 3 ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล  จะลงมือปลูกแตงโมพันธุ์  เมย์ย่า และ โบอิ้ง  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมของตลาด  และเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่   เนื่องจากที่นี่มีสภาพเป็นดินทรายน้ำไม่ขัง  มีความเป็นกรดและด่าง  มีแคลเซียมจากเปลือกหอย  จึงทำให้แตงโมแหลมสนมีความหวาน  กรอบอร่อย  และขึ้นชื่อมาอย่างยาวนาน

 

         แตงโมแหลมสน  จะปลูกปีละ 2 ครั้ง บนพื้นที่ 200 ไร่  มีเกษตรกรปลูกมากถึง 60 ราย  โดยภายใน 60 วัน  ที่นี่จะเต็มไปด้วยแตงโม เฉลี่ยผลผลิต 2.5 ตัน/ไร่ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร  30,000 บาท/ไร่   จากราคาที่จำหน่ายหน้าสวน 10 – 12 บาท/กิโลกรัม

 

          นายวัชระ  ติ้งโหยบ   อายุ 51 ปี  เกษตรกรหมอดินอาสา  ปลูกแตงโมแหลมสน  บอกว่า  ในช่วงแล้งเกษตรกรจะปลูกในระบบบ่อน้ำตื้น  และระบบน้ำหยดที่ให้ปุ๋ยไปพร้อมกับการปล่อยน้ำ  รดสวนแตงโม  เป็นปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์  ใช้เวลาปลูกเพียง 60 วัน  ก็เก็บผลผลิตได้  ในช่วงแล้งนี้ก็จะประสบปัญหาเรื่องแมลงเพลี้ยไฟ  เพลี้ยอ่อน  ที่เข้ามาดูดน้ำเลี้ยงทำให้ผลไม่โตบ้างเหมือนกัน  อีกทั้งปัญหาแล้งที่ยาวนานไปหน่อย  แต่ก็ยังพอใจ   ราคาพออยู่ได้  แต่ไม่ดีเท่าปีก่อนที่กิโลกรัมละ 15 บาท  แต่ปีนี้เหลือเพียง  10 บาท  อยากให้ภาครัฐช่วยหาแม่ค้ามารับซื้อ  เพราะแตงโมหลายพื้นที่ออกพร้อมกัน  หลายคนหวัง  จะขายในช่วงเดือนถือศีลอด

 

         นางสาวมนัสนันท์ นุ่นแก้ว เกษตรอำเภอละงู พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอละงู ลงพื้นที่ตรวจสอบ   สวนแตงโมของเกษตรกร   ตลาด  และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก  หลังพบว่าปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาทางการตลาด  ที่มีการปลูกแตงโมพร้อม ๆ กันในหลายพื้นที่   ทำให้แม่ค้ามารับซื้อลดลง   ในการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร โดยได้ประสานกลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ให้เข้ามารับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้น  หากลูกค้าท่านใดสนใจสามารถกติดต่อสอบถาม  ได้ที่เกษตรอำเภอละงู  หรือติดต่อเกษตรกรโดยตรงที่   สนใจติดต่อ 092-627  3653  พร้อมกันนี้ทางเกษตรอำเภอละงู  จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรได้รับมาตรฐาน GAP ด้วย

          นอกจากนี้  ที่นี่ยังมีการปลูกแตงไท  และพริกสด อีกหนึ่งแหล่งรายใหญ่ของจังหวัดสตูลด้วย

…………………………………..

 

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 ไส้ไก่ย่างกอและโบราณ  ขายมานาน 10 ปี  ไม้ละ 10 บาท อาหารละศีลอดขายดี  ยอดปัง  วันละ 200-250 ไม้     

ของถูกที่สตูล..เมนูไส้ไก่ย่างกอและโบราณ  ขายมานาน 10 ปี  ไม้ละ 10 บาท อาหารละศีลอดขายดี  ยอดปัง  วันละ 200-250 ไม้

         ตกเย็นในทุก ๆ วัน  ช่วงเดือนถือละศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม  ในพื้นที่ตำบลพิมาน   อำเภอเมือง   จังหวัดสตูล  หนึ่งในเมนูที่หลายคนนึกถึง  ทานง่าย จ่ายคล่อง เมนูประจำถิ่นกำลังฮิตในเวลานี้  คือ เมนูไก่ย่างกอและโบราณ  ที่ขายดี ชนิดแบบย่างแทบไม่ทัน  ไม้ละ 10 บาทเท่านั้น

        โดยร้านนี้เป็นของนางสาวศิริขวัญ    มาสชรัตน์    เจ้าของร้านไก่ย่างกอและสูตรโบราณ    อยู่ในซอยนกบินหลา   ถนนสฤษดิ์ภูมินารถ  ซอย 3    ตำบลพิมาน   อำเภอเมือง   จังหวัดสตูล  ที่นี่มีไก่ย่าง  6 เมนู  ได้แก่  ไก่ย่างนมสด   ไก่ย่างเทอริยากิ   ไก่ย่างพริกไทยดำ  เนื้อโคขุนย่าง  และกำลังได้รับความชื่นชอบ  คือเมนูไส้ไก่กอและย่าง  เป็นการนำไส้ไก่ที่ทำความสะอาดอย่างดีมาคลุกกับผงขมิ้น  หอมอบอวล  ขายดีทุกเมนู  เพียงไม้ละ 10 บาท  และข้าวเหนียวห่อละ 5 บาท  โดยเฉพาะในเดือนรอมฏอน หรือ เดือนถือศีลอดพี่น้องมุสลิม จะขายดีเป็นเท่าตัวจากวันละ 100 ไม้  เพิ่มเป็น 200 ไม้ถึง 250 ไม้

           ที่นี่เป็นการทำธุรกิจในครอบครัว  คุณพ่อมีหน้าที่ย่าง  คุณแม่มีหน้าที่เสียบไม้ ส่วนคุณลูกมีหน้าที่ขาย และไปส่งตามออเดอร์  ซึ่งรับรองได้ว่าที่นี่สูตรน้ำราดอร่อยเป็นพิเศษ  เผ็ดนำเล็กน้อย เด็ก ๆก็ทานได้ โดยสูตรน้ำราด  ทำมาจากถั่วไม่ได้ใส่กะทิ  และผสมกับเครื่องแกงสูตรปัตตานีทำเอง  นอกจากนี้ทางร้านยังมี  หมี่คลุกโบราณ ผัดหมี่เบตง ในราคาชุดละ 40 บาท    เริ่มขาย ตั้งบ่าย 3 โมงเย็น  มีบริการจัดส่งตามบ้าน  โทรสอบถาม  086-966-9398 และ 088-9190-695   หรือทักเฟสส่วนตัว Sirikwan mascharat   หยุดทุกวันเสาร์และอาทิตย์

……………………………………………………………………………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 ขนมพื้นเมืองเตาฟืน  100 ปี สืบทอดสู่รุ่นที่ 4 ครองใจนักท่องเที่ยวและชาวสตูล แห่อุดหนุนกันคึกคักจนเพิ่มกำลังผลิต     

ขนมพื้นเมืองเตาฟืน  100 ปี สืบทอดสู่รุ่นที่ 4 ครองใจนักท่องเที่ยวและชาวสตูล แห่อุดหนุนกันคึกคักจนเพิ่มกำลังผลิต

         บรรยากาศการจับจ่ายในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้หลายพื้นที่คึกคัก   อย่างเช่นที่ร้านแห่งนี้  ซึ่งตั้งอยู่เส้นทางมุ่งหน้าไปท่าเทียบเรือปากบารา (สู่เกาะตะรุเตาและเกาะหลีเป๊ะ)  ต.ปากน้ำ  อ.ละงู  จ.สตูล   ตั้งแต่ 9 โมงเช้าของทุกวันเป็นต้นไป  จะมีลูกค้ามายืนรอจับจ่ายกันตั้งแต่เช้าเพื่อซื้อขนมคาวหวานไว้ละศีลอดในช่วงเวลาประมาณ  18.30 น. ซึ่งเป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน  

 

         ร้านก๊ะกร หรือร้านของ  นางทิพากร  บิหลาย อายุ  45 ปีเจ้าของร้านซึ่งเป็นทายาทสืบทอดการทำขนมรุ่นที่ 4 แล้ว ยอมรับว่า ลูกค้าที่มาซื้อเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตายาย ที่ทำขนมขายมานานถึง 100 ปี  โดยทุก ๆ วันจะทำขนมหวานวันละ 15 ชนิด อาทิ ขนมแบงกัง ขนมหม้อแกงไข่  ขนมหม้อแกงถั่ว  ขนมชั้น  ขนมเมล็ดขนุน ขนมทองหยอด และขนมโกยยาโกยที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวน้ำตาลแดงและกะทิ   ขายตั้งแต่ราคา ชิ้นละ 2-3 บาท  ปัจจุบันขายที่ชิ้นละ 5 – 10 บาท (ในเมนูที่ใส่ไข่จะราคาชิ้นละ 10 บาท)

 

         โดยขนมที่ได้รับความนิยมคือ  ขนมแบงกัน  ลักษณะขนมคล้ายขนมหม้อแกง  แต่!ใส่ไข่น้อยกว่า   เพราะมีรสชาติอร่อยถูกปากคนพื้นที่   เพราะมีความมัน และกลมกล่อม เนื่องจากขนมทุกชนิดของที่นี่  ส่วนใหญ่จะใช้เตาไม้ฟืน(ยางพารา)  เพื่อเพิ่มความหอมของขนม  และลดต้นทุนการผลิตทำให้ขายได้ในราคาถูก   ซึ่งปกติทางร้านขาย  ในเวลา 15 นาฬิกาถึง 16 นาฬิกา  ของก็จะหมดเกลี้ยง  แต่ในช่วงนี้ลูกค้าจะมารอซื้อตั้งแต่เช้า  ทำให้ทางร้าน  ต้องทำไป  ขายไปกันแบบสด ๆ 

         นางสาวนาเดีย  ลูกค้า บอกว่า เป็นลูกค้าประจำซื้อมาตั้งแต่เด็ก ๆ ชอบในความสดอร่อย มีขนมหลากหลายให้เลือก รสชาติอร่อยถูกปาก โดยขนมที่ซื้อส่วนใหญ่คือขนมแบงกัง  ขนมลูเป๊ะ

 

          ทายาทรุ่นที่ 4 ขายมานานกว่า 100 ปีตั้งแต่บรรพบุรุษ   บอกว่า  ครอบครัวทำขนมหวานขาย   มายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น  ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและนักท่องเที่ยว  มาซื้อหาก่อนลงเรือไปเที่ยวชมเกาะแก่งในจ.สตูล 

 

           ในแต่ละวันในช่วงนี้  ทางร้านจะทำขนมวันละ 40 ถาด (ซึ่งขนม 1 ชนิดจะทำอย่างละ 4-6 ถาด)  ภายใน 1 ถาดจะได้ 30 ชิ้น  ขายยกถาดละ 200 บาท ส่วนเมนูไส่ไข่อย่างสังขยา หรือหม้อแกง  ขายยกถาดละ 250 บาท  แรงงานที่มาช่วยกันทำขนม  ก็เป็นคนในครอบครัว ญาติและแรงงานในหมู่บ้าน  ท่านได้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่   062 074 9335

……………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 “ขนมตาหยาบ” ชายแดนใต้ที่สตูล  ไส้หวานฉ่ำสร้างรายได้งามช่วงรอมฎอน     

“ขนมตาหยาบ” ชายแดนใต้ที่สตูล  ไส้หวานฉ่ำสร้างรายได้งามช่วงรอมฎอน

           ที่บ้านเลขที่  83/1 ม.7 ต.ควนสตอ อ.ควนโดน  จ.สตูล  นางฮาหยาด  เกปัน  วัย 66 ปี   กำลังกุลีกุจอทำขนมโบราณ  หรือที่ชาวบ้านในพื้นถิ่นแดนใต้สตูลเรียก  “ขนมตาหยาบ”  มีลักษณะคล้ายขนมสายไหม  และ  ขนมโตเกียว  เพราะด้านนอกห่อด้วยแป้งนุ่มๆ  ที่มีการผสมสีเขียวจากใบเตย   หวานฉ่ำด้วยไส้มะพร้าวทึนทึกไปค่อนข้างอ่อน   ซึ่งเป็นการผสมผสานที่เข้ากันได้อย่างดี

 

        โดยสูตรเริ่มจากน้ำมะพร้าวทึนทึกไปผัดกับน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดง   บางรายใส่น้ำมันพร้าวอ่อนลงไปด้วย ใส่เกลือนิดหน่อย   จากนั้นเตรียมแป้งสาลีอเนกประสงค์  เกลือ  ไข่ไก่ และน้ำใบเตยลงไป ผสมให้เข้ากัน   เสร็จแล้วก็ไปเตรียมกระทะตั้งไฟอ่อน  โดยเอาผ้าชุบน้ำมันทาบาง ๆ จากนั้นเทแป้งลงไปและทำให้เป็นแผ่นกลมๆ ก่อนจะนำออกมาใส่ไส้มะพร้าวอ่อนพร้อมกับห่อเป็นแท่ง   เท่านี้ก็เสร็จพร้อมทานกับน้ำชาหรือกาแฟได้เลย

 

          นางฮาหยาด  หรือ  ม๊ะฮาหยาด  บอกว่า  เริ่มทำขนมตาหยาบโบราณมาจากพ่อแม่ที่เปิดร้านขายมาก่อนกว่า 30 ปีที่เรียนรู้ทำขนมขนเป็นที่ติดอกติดใจลูกค้าประจำ และลูกค้าคนรุ่นใหม่ท่าชื่นชอบขนมโบราณทานง่าย แป้งนิ่มหนึบไส้หวานฉ่ำเข้ากันได้ดี  ขนมชนิดนี้ทำให้สามารถเลี้ยงลูกรับราชการ และโตมาได้ถึง 4 คน โดยขายตั้งแต่วันละ 200 บาท ปัจจุบันนี้ในช่วงรอมฏอนวันละ 2,000 บาท ลูก ๆ บอกให้หยุดทำได้แล้วแต่ม๊ะยังชื่นชอบและบอกว่าไหว เพราะลูกค้ายังเรียกร้องทำให้ม๊ะฮาหยาดต้องทำขนมต่อ

 

           สำหรับขนมตาหยาบโบราณ  จะทำขายเป็นกล่องละ 10 บาท (ข้างในมีจำนวน 4 ชิ้น) ในช่วงรอมฏอนนี้จะมีออเดอร์สั่งรัว ๆ เพราะใช้ทานแก้บวช จะหวานฉ่ำชุ่มคอ และทานเป็นอาหารเบรกระหว่างวันได้เป็นอย่างดี ส่วนใครจะนำไปประกอบอาชีพทุนไม่มากนักรายได้ดีหากมีฝีมือ  โดยอุปกรณ์ของม๊ะฮาหยาด  บอกว่า ของใหม่นำมาทำขนมแล้วไม่อร่อย ม๊ะ  ใช้กระทะเหล็กใบเก่าอายุ กว่า 30 ปี ตะหลิว และจวัก แม้จะมีบางส่วนชำรุดแต่ก็ยังปรุงเมนู ขนมตาหยาบได้อร่อยเหาะ จนมีออเดอร์ปังวันละ 200 กล่องเพียง 2 – 3 ชั่วโมงก็ทำเสร็จหมดเกลี้ยง โดยพ่อค้าแม่ค้า  10 เจ้า  มารับที่บ้านเพื่อไปจำหน่าย

         สนใจติดต่อสั่งขนมให้ที่โทร 065 610 4484

…………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูล -แล้งนี้ชาวทุเรียนโอดครวญกับสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด   ส่งผลกระทบให้ช่อดอกทุเรียนล่วงหล่น  และเชื่อว่าจะแล้งยาวนานไปจนถึงพ.ค.นี้  ผลผลิตปีนี้พยากรณ์น้อยกว่าทุกปี  แม้เกษตรกรจะมีระบบน้ำ     

สตูล แล้งนี้ชาวทุเรียนโอดครวญกับสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด   ส่งผลกระทบให้ช่อดอกทุเรียนล่วงหล่น  และเชื่อว่าจะแล้งยาวนานไปจนถึงพ.ค.นี้  ผลผลิตปีนี้พยากรณ์น้อยกว่าทุกปี  แม้เกษตรกรจะมีระบบน้ำ

          ที่สวนโกฮก  หมู่ 2 เขตเทศบาลตำบลฉลุง  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล   เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเมืองสตูล   ลงพื้นที่เยี่ยมสวนแห่งนี้    ซึ่งมีพื้นที่ 10 ไร่  ได้ปลูกทุเรียน 100 ต้น  หลังพบว่า   ที่สวนแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากช่อทุเรียนได้แห้งและล่วงหล่นจำนวนมาก  แม้สวนแห่งนี้   จะเป็นสวนที่มีระบบน้ำเพียงพอ   แต่สภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด  เชื่อว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะยาวนานไปจนถึงเดือน พ.ค.นี้   ทำให้เกษตรกรแม้จะมีระบบน้ำ   ต้องเพิ่มความถี่ในการรดน้ำที่โคนต้น  เป็นระยะ ๆ  เพื่อหล่อเลี้ยงรักษาระดับความชื้น    

 

          นายพิสุทธิ์  กั้วพานิช  อายุ 46 ปีเจ้าของสวนทุเรียน  กล่าวว่า  ปีนี้ต้องดูแลสวนทุเรียนเป็นพิเศษเพราะเป็นพืชหลักที่ทำรายได้ให้กับทางสวน รองลงมาเป็นมังคุด และเงาะ  สถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ทางสวนกลัวมาที่สุดคือ  ฝน เพราะหากฝนตกหนักในช่วงนี้อาจจะทำให้ผลที่เริ่มติดดอก  ล่วงหล่นเพิ่มได้   แต่ก็ยังมีพืชบางชนิดที่ยังคงต้องการช่วงแล้ง  พร้อมเชื่อว่าปีนี้   ผลผลผลิตจะลดน้อยกว่าทุกปีเหลือร้อยละ   60-70

 

        ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสตูล  ได้แนะนำให้เกษตรกร  รดน้ำพืชผลเป็นช่วงๆ ก่อนออกดอก  โดยจะให้น้ำในระยะเวลานึง   เมื่อติดดอก…..ผสมเกสร ต้องลดปริมาณน้ำลง   เกษตรกรเองก็ต้องประเมินว่าพื้นที่ของตัวเองมีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่  สำนักข่าวไทยอสมท.รายงานจากจ.สตูล 

 

          นางสาวศรัณยา สว่างภพ  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสตูล กล่าวว่า  สำหรับพืชที่มีความเสี่ยงจะให้ผลผลิตลดน้อยลง   ในช่วงแล้งนี้   ได้แก่   ทุเรียน มังคุด  เงาะ จำปาดะ ลองกอง  ซึ่งต้องมีการพยากรณ์อีกครั้ง   ในช่วงเมษายนว่า   จะมีฝนตกลงมาหรือไม่   สำหรับเกษตรกรรายไหนที่มีระบบน้ำ  สำรอง   ในช่วงนี้ไม่ต้องการให้ฝนตกเพราะในสวนกำลังออกดอกติดผลผลิต    ผิดกับ เกษตรกร   ที่ไม่มีระบบน้ำ   ในช่วงนี้ต้องการเพียง   รักษาต้น   ให้รอดตายจากฤดูแล้งนี้

………………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล-พลังภาคีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง  ประกาศให้ท่าเรือตำบลขอนคลาน เป็นท่าเรือสีขาวแห่งแรกของจังหวัด  แก้ปัญหายาเสพติดด้วยการจัดการกันเอง

สตูล..พลังภาคีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง  ประกาศให้ท่าเรือตำบลขอนคลาน เป็นท่าเรือสีขาวแห่งแรกของจังหวัด  แก้ปัญหายาเสพติดด้วยการจัดการกันเอง

         ปัญหายาเสพติดยังไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลง  แม้รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี   นำความปลอดภัยมาสู่พี่น้องประชาชน   ปัจจุบันภายใต้แนวคิด  เปลี่ยนผู้เสพมาเป็นผู้ป่วย   ดังนั้นหากชุมชนมีความเข้มแข็ง   ไม่มีผู้เสพหน้าใหม่   ผู้ค้าและขบวนการยาเสพติดก็จะหมดสิ้นไปในที่สุด   แนวคิดนี้เป็นที่มาของการทำโครงการท่าเรือสีขาว  ของตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  ที่กำหนดให้ทุกสถานีต้องประกาศท่าเรือสีขาวให้ได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ  จากจำนวนท่าเรือที่มีมากถึง 100 แห่ง

          ที่ท่าเทียบเรือบ้านราไว   หมู่ที่ 4  ตำบลขอนคลาน  อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล  ที่ชุมชนแห่งนี้ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์   รวมทั้งอาชีพต่อเนื่องจากประมง  การทำประมงที่นี่   ใช้เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก  ทำประมงชายฝั่งเพื่อเลี้ยงชีพ   บวกกับความเข้มแข็งของคนในชุมชน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และหลายภาคส่วนราชการ   ให้ความร่วมมือด้วยดีในการเข้ามาแก้ไขปัญหา  ป้องกันยาเสพติดจนเกิดความเข้มแข็ง 

         ทำให้สถานีตำรวจภูธรทุ่งหว้า สามารถประกาศให้ท่าเรือบ้านราไว  ตำบลขอนคลาน  เป็นท่าเรือสีขาวแห่งแรกของจังหวัดสตูลได้สำเร็จ   จากความร่วมมือของทุกฝ่าย  ที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันป้องกัน และแก้ไขปัญหา  โดยมีชุมชนเป็นหัวใจหลัก  ในการขับเคลื่อนร่วมกับ ตำรวจ และสาธารณสุข และหลายภาคส่วนที่ร่วมด้วยช่วยกัน

         นายประพันธ์  ขาวดี  กำนันตำบลขอนคลาน  กล่าวว่า  จากการพูดคุยกันหลายเวทีของภาคีเครือข่ายในชุมชน  ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด  โดยเริ่มต้นจากกองทุนแม่ด้วยเงินงบประมาณเบื้องต้น 8,000 บาท เพื่อใช้ในการดูแลช่วยเหลือคนวิกลจริต บำบัดคนในชุมชน  ป้องกันจากปัญหายาเสพติด จึงได้จัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อระดมทุน  แคมปิ้งหาดราไว  ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีไว้ทำกิจกรรมในชุมชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด  รวมทั้งชุมชนช่วยกันตรวจสอบให้ข้อมูลเบาะแสในการเฝ้าระวังป้องกันร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาร่วมกันจนเป็นที่มาของการได้ชัยชนะ  โครงการท่าเรือสีขาวแห่งแรกของจังหวัดสตูล

 

            โครงการท่าเรือสีขาว มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปประธรรมแบบยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสงบสุข   ในส่วนของสภ.ทุ่งหว้า   ประชาชนประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นการดำเนินโครงการนี้ถือว่ามีความมีประโยชน์อย่างยิ่งและสอดรับกับบริบทของพื้นที่ในการดำเนินการดังกล่าวซึ่งได้รับความร่วมมือจากกำนันตำบลขอนคลาน  พัฒนาชุมชนอำเภอทุ่งหว้า   โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขอนคลาน  อาสาสมัครสาธารณสุข   ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงและอาชีพที่เกี่ยวเนื่องเป็นอย่างดี  จนทำให้บรรลุผลตามโครงการเป็นอย่างดี

          พลตำรวจตรีจารุต  ศรุตยาพร  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  โครงการท่าเรือสีขาว ทุกสถานที่ ที่มีท่าเรือในจังหวัดสตูลต้องจัดทำฐานข้อมูล ตั้งแต่คนขับเรือ คนเรือ ขยายผลไปว่าคนขับเรือบ้านอยู่ที่ไหนและวิถีชีวิตโดยให้ไปดูที่บ้านว่ากินอยู่อย่างไร   เป็นการทำข้อมูลท้องถิ่นเพื่อขยายผล  เช่นเดียวกับที่สถานีทุ่งหว้า ตำบลขอนคลาน  ต้องมีการทำข้อมูลขยายผลไปถึงเรือประมงส่งสัตว์น้ำทะเลไปที่ไหน  ให้กับใคร  ขยายไปถึงการตรวจสารเสพติด  ในร่างกายตลาดแห่งนั้นเพื่อให้เชื่อว่าไม่มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด  นั่นก็แสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้เสพในพื้นที่  จึงได้มอบธง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ที่นี่เป็นพื้นที่สีขาว ปลอดยาเสพติด

         นี่คือเป้าวัตถุประสงค์ของเราคือไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  เพื่อเป็นการลดผู้เสพ  ซึ่งการทำงานจะทำเพียงหน่วยเดียวไม่ได้ต้องร่วมด้วยช่วยกัน 

         โดยทางตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  ได้ตั้งเป้าหมายก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ทุกท่าเรือต้องประกาศเป็นท่าเรือสีขาวให้ได้   แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย  ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือกัน 

………………………..

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

   สตูล-แขวงทางหลวงสตูลเอาใจบุคลากรและประชาชน  เปิดห้องฟิตเนสและเต้นแอโรบิคบริการ  ให้ทุกคนมีสุขภาพกายใจที่ดี

สตูล-แขวงทางหลวงสตูลเอาใจบุคลากรและประชาชน  เปิดห้องฟิตเนสและเต้นแอโรบิคบริการ  ให้ทุกคนมีสุขภาพกายใจที่ดี

         ที่แขวงทางหลวงสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพชาวทาง แขวงทางหลวงสตูล โดยมีนายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นางสาวธัญรัศม์ ไตรพันธ์รัชตะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล  นายณรงค์ศักดิ์ นันทคำภิรา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

         แขวงทางหลวงสตูล จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อให้บุคลากรของหน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกาย เป็นการส่งเสริมให้มีสุขภาพพลานามัยทั้งร่างกายและจิตใจที่ดี ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี

            โดยให้บริการหลังจากปฏิบัติงานจะมีการเต้นแอโรบิค   นอกจากนี้ยังมีห้องฟิสเนสไว้เพื่อรองรับการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะมีครูผู้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์มาให้คำแนะนำด้วย ทั้งนี้การออกกำลังกายด้วยวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม ตามระดับความสามารถของร่างกายถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของผู้ออกกำลังกายโดยตรง ส่วนประโยชน์ในทางอ้อมจะช่วยให้ผู้ที่ออกกำลังกายได้ผ่อนคลายความเครียด โดยทั่วไป

 

       ประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกาย มักเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจ ปอด การไหลเวียนเลือด และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นหลัก ผลพลอยได้จากการออกกำลังกายนั้น สามารถลดอัตราการเกิดโรค หรือลดความรุนแรงในบางโรคได้

………………………………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล