Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

รถบัสสไตล์วินเทจ “ซา-ตูล บัส คาเฟ่แอนด์แคมปิ้ง” พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

รถบัสสไตล์วินเทจ “ซา-ตูล บัส คาเฟ่แอนด์แคมปิ้ง” ของวิสาหกิจชุมชนซา-ตูล นวัตวิถีคนสตูล เปิดแกลลอรี่ภายใต้คอนเซป มาแล้วต้องได้ทำ ได้ดู ได้กิน และซื้อกลับบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

           ริมถนนยนตรการกำธร  ต.ควนโดน  อ.ควนโดน จ.สตูล  (เลยสามแยกตลาดควนโดน  ซ้ายมือขาออกนอกเมือง)  ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาก็จะเห็นรถบัสขนาดใหญ่จอดอยู่ 2  คัน  ที่ตกแต่งเป็นคาเฟ่ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะชมชิม  ภายใต้ชื่อร้าน    “ซา-ตูล  บัส  คาเฟ่แอนด์แคมปิ้ง” 

 

          ซึ่งนายอนุรักษ์   ไปรฮูยัน  วิศวกรรับเหมาก่อสร้าง  หนุ่มใหญ่เจ้าของ  “ซา-ตูล  บัส  คาเฟ่แอนด์แคมปิ้ง”  ที่ออกแบบรถบัสวินเทจได้เล่าความเป็นมาของ “ซาตูล  บัส  คาเฟ่แอนด์แคมปิ้ง”   คำว่าสตูลเป็นคำตายที่มาจากหลักฐานหัวไม้เท้าของเจ้าเมืองโบราณ

          ด้านในรถบัสคันแรกจะคงบรรยากาศรถบัสเดิม ๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกลิ่นไอของรถบัสติดแอร์เย็นย่ำ  และจะตกแต่งด้านหลังเป็นบาร์   พร้อมเสิร์ฟอาหารเครื่องดื่มร้อนและเย็น  ด้านบนหลังคาก็จะเป็นอีกทางเลือกที่นั่งให้กับลูกค้าได้นั่งกินลมชมบรรยากาศในมุมสูง   ส่วนรถบัสคันที่สองก็จะถูกตกแต่งให้เป็นแกลลอรี่  สตูลมีดี  บัสแกลอรี่ของสะสมวินเทจ ให้นักท่องเที่ยว  ลูกค้าที่เข้ามาได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ความเป็นมาของสตูล 

 

           ภายใต้คอนเซ็ป..มาแล้วต้องมีอะไรให้ดู  มีอะไรให้ทำ มีอะไรให้กิน และมีอะไรให้ซื้อกลับบ้านนั่นก็คือ สินค้าโอทอปของที่นี่  ที่มีหลากหลายจากชุมชน ที่พร้อมจะต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวเป็นกรุ๊ปทัวร์  กลุ่มเพื่อนฝูง หรือครอบครัวก็พร้อมให้บริการบนพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง  ที่แบ่งเป็นโซน แคมปิ้ง, เรื่องของสวนเกษตร, พื้นที่ใช้สอยรถบัส, และบ้านต้นไม้

 

          เปิดทุกวัน  (ยกเว้นวันพฤหัสบดี) ตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกาถึง 23 นาฬิกา โทร.084 996 9980

……………………………………………

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

ผู้ว่าฯกระบี่ ให้การต้อนรับ กองถ่ายทำภาพยนตร์ ฟอร์มยักษ์ระดับโลก 

ผู้ว่าฯกระบี่ ให้การต้อนรับ กองถ่ายทำภาพยนตร์ ฟอร์มยักษ์ระดับโลก 

             วันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรองชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดห้องรับรองให้นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากบริษัท เปสตัน ฟิล์ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารการถ่ายทำภาพยนต์ เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแจ้งการถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศฟอร์มยักษ์ระดับโลก ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ได้อนุญาตให้ SAGA Production Limited สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนเหนือ ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย. – ก.ค.67 โดยมีสถานที่ถ่ายทำคือ กรุงเทพมหานคร พังงา กระบี่ ภูเก็ต และตรัง โดยมีบริษัท เปสตัน ฟิล์ม จำกัด เป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย จึงได้เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เพื่อชี้แจงรายละเอียดและกำหนดการถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกในจังหวัดกระบี่ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นว่าจังหวัดกระบี่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นจุดศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพกว้าง ก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชน และภาพลักษณะที่ดีของจังหวัด ซึ่งจะมีเงินจากการลงทุนของบริษัทภาพยนต์หมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น 900 – 1,200 ล้านบาทต่อปี

         โดยทางด้านของผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  ได้เน้นย้ำกับทางคณะผู้บริหาร“เปสตัน ฟิล์ม“ ในเรื่องของการช่วยดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติของจังหวัดกระบี่ เพราะเป็นสิ่งที่ชาวจังหวัดกระบี่ให้ความหวงแหนมากที่สุด ซึ่งทาง“เปสตัน ฟิล์ม“ได้แจ้งว่า ทางบริษัทฯเองได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกันได้มีฝ่ายดูแลด้านธรรมชาติโดยเฉพาะร่วมในการถ่ายทำภาพยนต์ในครั้งนี้ด้วย

………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล-สวยแล้วยังมีประโยชน์ด้วย   ปอเทือง  ปุ๋ยพืชสดบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องนาข้าวพื้นเมืองอัลฮัมดูลิลละห์  กว่า 10 ไร่  เรียกแขกเชยชมเช็คอินพักผ่อนหย่อนใจ  ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นเตรียมดันทุ่งนาข้าวเป็นแลนมาร์คบ้านนา

สตูล-สวยแล้วยังมีประโยชน์ด้วย   ปอเทือง  ปุ๋ยพืชสดบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องนาข้าวพื้นเมืองอัลฮัมดูลิลละห์  กว่า 10 ไร่  เรียกแขกเชยชมเช็คอินพักผ่อนหย่อนใจ  ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นเตรียมดันทุ่งนาข้าวเป็นแลนมาร์คบ้านนา

            ปอเทืองบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องนาสองฝั่งข้างทาง  ในบ้านสะพานเคียน  หมู่ที่ 2 ต.ควนโดน  อ.ควนโดน จ.สตูล  ที่ชาวนาในพื้นที่ปลูกขึ้น  เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน  ตามโครงการส่งเสริมอาชีพ  ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  กิจกรรมการไถ่กลบตอซังข้าว  แล้วส่งเสริมการปลูกปุ๋ยพืชสดปอเทืองให้เหลืองอร่ามเต็มท้องนาบนพื้นที่ 10 ไร่

 

           โดยในวันนี้ความสวยงามของต้นปอเทือง  นอกจากกจะเป็นการบำรุงดินให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาแล้ว  ยังเป็นการลดรายจ่ายให้เกษตรกรอีกด้วย  และที่สำคัญความสวยงามของต้นปอเทืองยังบานสะพรั่งในห้วง 3 เดือนนี้  ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวใกล้ไกลหมู่บ้าน  มาเที่ยวชมพักผ่อนหย่อนใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในหมู่บ้านไปในตัวด้วย 

           ช่างภาพนักท่องเที่ยวรายหนึ่งในอำเภอข้างเคียง   บอกว่า   ความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้   ที่ตัดกับสีท้องฟ้ากว้าง   ทำให้ตนพร้อมนางแบบ   อยากจะมาถ่ายภาพเก็บไว้โพสต์แชร์ในโลกโซเซียล   ว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวและมาเช็คอิน   สำหรับคนที่หลงใหลธรรมชาติของดอกไม้  โดยเฉพาะแสงยามเช้าและยามเย็นทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยงามมาก

 

         นางวรรณนภา คงเคว็จ   เกษตรอำเภอควนโดน  บอกว่า  ทางเกษตรอำเภอควนโดนร่วมกับศูนย์วิจัย   และพัฒนาการเกษตรสตูล  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.ควนโดน และองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน  ได้ส่งเสริมการปลูกปอเทืองในกลุ่มเกษตรกรชาวนา   เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  กิจจกรรมการไถ่กลบ  ตอซังข้าว   แล้วส่งเสริมการปลูกปุ๋ยพืชสดปอเทืองนั้น  เป็นการเพิ่มไนโตรเจนช่วยปรับสภาพดินให้มีความร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  ในส่วนของดอกสามารถที่จะนำไปประกอบอาหารได้ เมล็ดพันธุ์ได้จากพัฒนาที่ดินสตูล ซึ่งปลายเดือนมิถุนายนนี้ก็จะมีการไถลกลบหน้าดินเพิ่มปุ๋ยให้กับนาข้าวพื้นเมืองอัลอัมดูลิลละห์ อนาคตจะขยายพื้นที่ปลูกปอเทืองให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

……………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล – ร้านลับๆของบาริสต้าซุปตาร์ลูกหนังระดับชาติ  แฟนคลับแห่อุดหนุน

ร้านลับๆของบาริสต้าซุปตาร์ลูกหนังระดับชาติ  แฟนคลับแห่อุดหนุน

         [ Kanu Craft Bar ]  ร้านกาแฟเล็กๆ กับบาริสต้าซุปตาร์ระดับชาติ  นายอดิศักดิ์ กานู นักฟุตบอลกองกลางทีม PT สตูลยูไนเต็ด (หรือ ทีมหมอผีสตูล)   วัย 38 ปี (ดีกรีนักฟุตบอลอาชีพ 10 สโมสร)    เปิดร้านกาแฟเล็กๆ ที่บ้านโต๊ะซ๊ะ ตำบลควนสตอ  อำเภอควนโดน  จังหวัดสตูล (รอยต่อติดกับโรงเรียนบ้านเกตตรี  อำเภอเมืองสตูล)

 

        จากจุดเริ่มต้น  ชอบดื่มกาแฟและชอบการตั้งแคมป์ปิ้ง  จึงสร้างเครื่องมือชงกาแฟมากมาย  ประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา  ทำให้หยุดเล่นฟุตบอลไประยะหนึ่ง  จึงทดลองเปิดร้านกาแฟที่จังหวัดยะลา (ซึ่งเป็นบ้านแฟน) ขณะนั้นยอมรับว่ากระแสตอบรับดีมาก  โดยสโลแกนขายกาแฟตอนนั้น  คือ  ลีกปิดร้านเปิด

 

        นายอดิศักดิ์  กานู  นักฟุตบอลอาชีพคนสำคัญของทีม PT สตูลยูไนเต็ด   ยอมรับว่าอยากกลับมาดูแลพ่อแม่ที่จังหวัดสตูล สโลแกนนั้นจึงต้องพับไว้  เพราะตอนนี้ร้านเปิดทุกวันโดยมีแฟนช่วยดูแลร้าน   ที่เปิดตั้งแต่เวลา 14:00 น. ไปจนถึง 22:00 น. โดยแบ่งเวลาไปฝึกซ้อมในช่วงเย็น

           ลูกค้าประจำรายหนึ่งบอกว่า  ปกติตัวเองชื่นชอบกาแฟอยู่แล้วโดยเฉพาะกาแฟดำ  ดื่มกาแฟมาตั้งแต่มัธยมปลาย ติดในรสชาติของกาแฟ รสชาติที่ตนทานปกติจะเป็นสายกาแฟ special   ซึ่งที่ร้านนี้ก็มีตอบโจทย์ตัวเองอย่างมาก  อีกทั้งเจ้าของร้านก็มีส่วนอย่างมากทำให้อยากมานั่งทานเพราะเป็น FC เจ้าของร้านตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย  ชอบสไตล์การเล่นฟุตบอลของพี่เขาเก่งและติดตามมานาน   ยิ่งชงกาแฟได้เก่งก็ยิ่งชอบ  จนกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

 

          จากความชื่นชอบ  ใส่ใจและหมั่นฝึกฝนเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนกันระหว่าง  ในการเล่นฟุตบอลอาชีพและ  การชงกาแฟในทัศนคติของนายอดิศักดิ์  กานู  กองหน้าทีม PT สตูล ยูไนเต็ด หากเราจับจุดได้  หมั่นฝึกฝน  และพัฒนาอุปกรณ์ ฝีมือรสชาติให้ชำนาญต่อเนื่อง ก็สามารถที่จะไปอยู่กับสโมสรใหญ่ๆหรือทีมใหญ่ๆได้  เช่นเดียวกับการชงกาแฟที่ทำให้ลูกค้าติดใจในฝีมือการชงได้

 

          สิ่งที่อยากพัฒนาร้านต่อไปคือ  ไม่ได้ต้องการให้เป็นคาเฟ่  แต่อยากให้เป็นสภากาแฟมานั่งพบปะพูดคุยของคนทุกวัยและดื่มกาแฟที่ทุกคนชื่นชอบและโปรดปราน   โดยสามารถพูดคุยกับทางร้านได้ว่าชื่นชอบรสชาติไหน  นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมีเมนูสำหรับสายสุขภาพ  หรืออาหารทานเล่นไว้บริการด้วย

 

          ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา  14:00 น.  เป็นต้นไปจนถึง 22:00 น. ครัวปิดแต่สามารถนั่งต่อได้  สอบถามเพิ่มเติมทางเพจและ IG : kanucratbar  ,หรือโทร  063 2638914

 

          สำหรับอดิศักดิ์  กานู  เป็นนักฟุตบอลอาชีพ 10 สโมสร สโมสรเยาวชนจุฬาฯยูไนเต็ด , สโมสรอาชีพ BBC FC,สุพรรณบุรีเป็นต้น และ ปัจจุบันอยู่กับสโมสร PT สตูลยูไนเต็ด หมายเลข 14

…..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล – นักโบราณคดีลงเก็บหลักฐาน  ถ้ำเขาค้อม  หลังเจอชุดกระดูกสภาพสมบูรณ์ในสุสานมนุษย์โบราณ   พร้อมยอมรับว่า   สตูลนับว่าเป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

นักโบราณคดีลงเก็บหลักฐาน  ถ้ำเขาค้อม  หลังเจอชุดกระดูกสภาพสมบูรณ์ในสุสานมนุษย์โบราณ   พร้อมยอมรับว่า   สตูลนับว่าเป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

         วันที่ 16 พ.ค.2567   นักโบราณคดี จากสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา พร้อมทีมงานและทีมนักศึกษากว่า 10 คน ลงเก็บร่องรอยและหลักฐานทางโบราณคดีภายในถ้ำเขาค้อม  หมู่ที่ 10 ต.ควนกาหลง  อ.ควนกาหลง  จ.สตูล ซึ่งมีทางที่ว่าการอำเภอควนกาหลง ประชาชนชาวควนกาหลง ร่วมสังเกตการณ์   สำหรับถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลังของวิทยาลักเกษตรและเทคโนโลยีสตูลติดกับอ่างเก็บน้ำหล่อเลี้ยงชาวบ้าน

         

          หลังได้รับแจ้งว่านายกำพลศักดิ์  สัสดี  นักสำรวจถ้ำและอาสากู้ภัยป่าภูเขา และคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูลว่าหลังได้สำรวจร่องรอยภายในถ้ำเขาค้อม   ซึ่งห่างจากปากถ้ำไม่มากนัก พบโพรงถ้ำขนาดใหญ่คล้ายหลุมยุบและด้านในชั้นดินยังพบเศษโครงกระดูกมากมายคล้ายสุสาน  พบเครื่องมือยุคหิน และกระดูกหน้าแข้ง กระดูกซีโครง และที่สำคัญ กระดูกฟันกรามล่างที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ อยู่ปะปนกับเปลือกหอยทับถมในชั้นดินจำนวนมาก  ยิ่งขุดยิ่งเจอนั้น  เพื่อให้ทีมนักโบราณคดีเข้าตรวจสอบเพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือ สถานที่เรียนรู้ต่อไป หากเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญจริง ๆ

           ด้านน.ส.เพลงเมธา ขาวหนูนา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา  กล่าวว่า  การเดินทางมาในครั้งนี้มาเพื่อเก็บข้อมูลในเบื้องต้นเพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าเป็นอย่างไร   โดยวันนี้ได้มาเก็บสภาพแหล่งที่พบและหลักฐานทางโบราณคดีที่พบภายในถ้ำว่ามีอะไรบ้าง   แล้วนำไปวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้ง  การเจอโบราณวัตถุในช่วงสมัยนั้นก็สามารถที่จะบ่งบอกได้ว่าเป็นยุคไหน   อย่างเช่น  ขวานหิน  หรือ  เครื่องมือ ที่ใช้ที่เป็นภาชนะดินเผา

 

          สำหรับพื้นที่ตรงนี้เบื้องต้นอยากจะขอให้มีการปิดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้ามาทำลาย  สำหรับการตรวจสอบใช้เวลากี่วันนั้น   วันนี้เป็นเพียงเบื้องต้นในการตรวจสอบ  ต้องมีการประเมินว่าต้องทำขั้นตอนอะไรต่อไป  โดยวัตถุที่เก็บไปในครั้งนี้จะนำไปวิเคราะห์ที่ศิลปากรที่ 11 จังหวัดสงขลา

 

          สำหรับจังหวัดสตูลนับว่าเป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญมาก ๆ มักจะพบเจอโบราณวัตถุค่อนข้างเยอะพร้อมขอฝากในส่วนของแหล่งโบราณคดี  หากพี่น้องประชาชนเจอโบราณวัตถุสามารถแจ้งได้ที่ศิลปากรที่ 11 สงขลายินดีที่จะเข้ามาตรวจสอบ  เพราะอยากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์รักษาเป็นมรดกของชาติต่อไป

 

…………………………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล-โลมาหัวโหนกนับ 20 ตัวว่ายขึ้นอวดโฉมความสมบูรณ์ทะเล อช.ตะรุเตา  

สตูล-โลมาหัวโหนกนับ 20 ตัวว่ายขึ้นอวดโฉมความสมบูรณ์ทะเล อช.ตะรุเตา  

         วันที่ 16 พ.ค.2567  มาชมธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ท้องทะเลอันดามัน  เมื่อนายมงคล  แดงกัน  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา  แจ้งว่า ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา  บริเวณ หน้าอ่าวตะโละวาว  เจ้าหน้าที่ได้พบน้องโลมาหลังโหนก   ว่ายน้ำขึ้นมาอวดโฉมให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน หน่วยพิทักษ์ฯที่ ตต.1 (อ่าวตะโละวาว)  ได้เห็นมากกว่า 20 ตัว  ให้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพนำมาฝากไว้ได้ ขณะออกลาดตระเวนในบริเวณดังกล่าวเมื่อ (วันที่ 15 พ.ค.67)   

          สำหรับโลมาหลังโหนก   โลมาสีชมพู   โลมาเผือก  เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535  ขนาดตัวผู้ยาว 2.8 ม. ตัวเมีย 2.6 ม. หนักถึง 280 กก. ลูกแรกเกิดยาว 1 ม.  รูปร่างหัวกลมมน มีปากยาวเรียว ลักษณะเด่นคือส่วนหลังโหนกเป็นแนวยาว 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว

         ลำตัวมีสีต่างกันมากตามอายุ วัยเด็กจะมีสีเทาดำ และจางลงเมื่อโตขึ้น ตัวเต็มวัยบาง ตัวมีสีเทาประขาว เมื่ออายุมากขึ้นจะมีสีออกขาวเผือกหรือชมพู   มีฟันจำนวน 28-38 คู่ บนขากรรไกรบนและล่าง (เฉลี่ย33-35 คู่)

          ครีบหลัง สั้น เล็ก ที่เด่นชัดคือ ส่วนของฐานครีบเป็นสันโหนกรับกับครีบหลัง 

        ตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 9-10 ปี และตัวผู้อายุ 11-13 ปี ผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี ตั้งท้องนาน 10-12 เดือน และหย่านมเมื่ออายุ 2 ปี อายุยืนมากกว่า 40 ปี   พฤติกรรม- ชอบรวมกลุ่มตั้งแต่ 10-40 ตัวและมักว่ายน้ำช้าๆเมื่ออยู่ใกล้ชายฝั่ง   กิน ปลา และปลาหมึกหลายชนิด  ตามชายฝั่งและแนวปะการัง

  

           อาศัยตามชายฝั่งแม่น้ำ ปากแม่น้ำ และป่าชายเลนในเขตร้อน มีการแพร่กระจายตั้งแต่ตอนใต้ของจีน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรอินเดีย และตอนใต้ของแอฟริกา ประเทศไทยพบในธรรมชาติ เช่น จ.ตราด ระยอง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และตรัง

………………………………

ขอบคุณภาพจาก อช.ตะรุเตา

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล-นักสำรวจถ้ำพบสุสานโครงกระดูกมนุษย์ยุคหิน ชุดฟันกรามสมบูรณ์ที่สุด และเครื่องใช้ใบราณซ่อนใต้ชั้นดินหลุมยุบถ้ำเขาค้อม  คาดอายุเกิน 5,000 ปี

นักสำรวจถ้ำพบสุสานโครงกระดูกมนุษย์ยุคหิน ชุดฟันกรามสมบูรณ์ที่สุด และเครื่องใช้ใบราณซ่อนใต้ชั้นดินหลุมยุบถ้ำเขาค้อม  คาดอายุเกิน 5,000 ปี วิทยาลัยเกษตรฯ เจ้าของพื้นที่กั้นห้ามเข้า รอกรมศิลปกรขุดค้น  เต็มรูปแบบผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

        ที่ภูเขาหลังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล  ซึ่งติดกับถ้ำเขาค้อม หมู่ที่ 10  ต.ควนกาหลง  อ.ควนกาหลง  จ.สตูล   นายนาทชัย   เถื่อนทิม  อ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูลพร้อมเจ้าหน้าที่ และ นายกำพลศักดิ์  สัสดี นักสำรวจถ้ำ ,และอาสากู้ภัยป่าภูเขา (แห่งวีรบุรุษถ้ำหลวง) ,นายราเชนทร์   เบ็ญโกบ  ชาวบ้านชุมชนควนกาหลง , นายไพรัช  สุขงาม ผอ.ททท.สำนักงานสตูลร่วมสังเกตการณ์, และคณะนักข่าวเข้าสำรวจถ้ำป่าเขาค้อม ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นถ้ำที่สวยงามและมีเรื่องเล่า 

 

        ถ้ำเขาค้อม   ถูกนักสำรวจถ้ำในจังหวัดสตูลที่มีชื่อเสียงอย่างคุณกำพลศักดิ์  สัสดี  นักสำรวจถ้ำมือฉมังระดับแนวหน้าของจังหวัดและของประเทศ (ทีมช่วยหมูป่าที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน) ได้ค้นพบว่าถ้ำแห่งนี้มีความหลากหลายทางระบบถ้ำมากที่สุด  และมีความยาวที่สุดแห่งหนึ่งในสตูล    

 

          นายกำพลศักดิ์  สัสดี  นักสำรวจถ้ำและอาสากู้ภัยป่าภูเขา (วีรบุรุษถ้ำหลวง) หลังขออนุญาติเจ้าของพื้นที่เข้าสำรวจหลายครั้ง  พบว่า  เขาค้อมเป็นเขาลูกใหญ่ลักษณะเขาหินปูนผสมป่าดงดิบ มีถ้ำที่เชิงเขา  อยู่ที่ชาวบ้านเรียกว่าถ้ำเขาค้อม  เบื้องต้นจากการสำรวจพบว่าเป็นถ้ำระบบแห้งประมาณ 500 เมตร และลึกเข้าไป 1 กิโลเมตรจะเป็นถ้ำลำธาร  ที่ยังไม่รู้ว่าลึกแค่ไหน  และยังพบว่าที่โซนปากถ้ำมีร่องรอยการอาศัยของยุคมนุษย์หิน โดยพบเครื่องมือเครื่องใช้ในยุคมนุษย์หิน  และยังเจอชิ้นส่วนของกระดูกมนุษย์ (กระดูกหน้าแข้ง ,กระดูกสันหลัง,เศษกะโหลกไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น ) และชิ้นส่วนฟันกรามล่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์   รวมทั้งเปลือกหอยจำนวนมาก ที่ทับถมปะปนกัน   เชื่อได้ว่าตรงจุดที่พบน่าจะเป็นสุสานเพราะยิ่งขุดดูยิ่งพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์  ที่เชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 10 ชีวิตที่นำร่างมาฝังตรงนี้

 

          หลังจากที่ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูลได้มาร่วมสังเกตการณ์และร่วมดูหลักฐานการพบเจอในครั้งนี้   เบื้องต้นเราได้แจ้งไปที่กรมศิลปากร เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อเป็นหลักฐานทางวิชาการอีกครั้ง 

 

         ซึ่งร่องรอยการพบชิ้นส่วนทั้งหมดนี้ได้ส่งตัวอย่างไปเปรียบเทียบทางโบราณคดีมีการยืนยันแล้วว่าใกล้เคียงกับยุคมนุษย์หิน เป็นฟันกรามของมนุษย์ยุคหินจริงๆ อายุน่าจะเกิน 5,000 ถึง 10,000  ปี ซึ่งหลังจากนี้ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล  คงจะมีการประสานไปทางกรมศิลปากรให้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อเข้าสู่กระบวนการขุดค้นการดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ   หลังจากนี้ทางวิทยาลัยและเทคโนโลยีสตูลจะมีการกันพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการเข้าไปเหยียบย่ำ หรือ ขุดทำลาย  

 

        นักสำรวจถ้ำ และอาสากู้ภัยป่าภูเขา (วีรบุรุษถ้ำหลวง) หลังขออนุญาตเจ้าของพื้นที่เข้าสำรวจหลายครั้ง  บอกด้วยว่า   สิ่งที่มุ่งหวังอยากให้เกิดคือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยาเพราะมีถ้ำระบบน้ำที่สามารถที่จะเรียนรู้ทางธรณีวิทยาได้  จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พิเศษสักหน่อยสำหรับคนที่สนใจด้านนี้โดยเฉพาะ    พร้อมฝากชาวบ้านชุมชนคนที่เดินป่าเดินเขา  หากเจออะไรที่มีลักษณะพิเศษเกี่ยวกับกระดูก  คล้ายมนุษย์ขอให้รีบแจ้งกู้ภัยก็จะลงไปตรวจสอบว่าเป็นกระดูกของใครเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดู

        นายนาทชัย   เถื่อนทิม  อ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล   กล่าวว่า   ในส่วนของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูลหลังได้ทราบข่าวการค้นพบได้รีบแจ้งฝ่ายบริหารให้รับทราบ และได้มอบหมายให้มากันพื้นที่ ป้องกันบุคคลภายนอกจะเข้ามาเหยียบย่ำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้  แล้วจะมีการประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในการจัดทำข้อมูลต่อไป  หรือผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล   สำหรับพื้นที่ตรงจุดนี้ปกติแล้วทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูลจัดการพื้นที่เป็นแหล่งน้ำใช้ภายในชุมชน  ปกติไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ชุมชนจะใช้น้ำจากแหล่งตรงนี้ แต่หากมีการค้นพบและสามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็คงจะต้องมีการผลักดันต่อไป

 

         นายราเชนทร์   เบ็ญโกบ  ชาวบ้านชุมชนควนกาหลง  บอกว่า  ที่ถ้ำเขาค้อมจะมีศาลเพียงตาด้านหน้า  ที่ชาวบ้านเรียกว่าทวดเขาค้อม  มีการมาตั้งศาลไว้ไม่นาน  หลังมีการบนบานศาลกล่าวและได้ตามผลที่ขอ  ได้โชคลาภตามที่ขอโดยใช้ไข่ไก่มาแก้บนไม่นานมานี้เอง   สำหรับเรื่องเล่าที่นี่ก็การบางกลุ่มที่มีความเชื่อและมีการมาแก้บน  และส่งผลกลับมาด้วยการแก้ด้วยไข่ต้ม    ไม่ได้มีการกราบไหว้ในวงกว้าง  แต่จะมีการทำในบางกลุ่มเท่านั้น  การเจอโครงกระดูกและอุปกรณ์เครืองใช้ของยุคโบราณในครั้งนี้   มองว่าเป็นเรื่องใหม่จากนักสำรวจเป็นสิ่งแปลกใหม่ มีอายุหลายหมื่นปียุคโบราณ และเป็นสิ่งที่ดีในพื้นที่ที่น่าสนใจ วิวทิวทัศน์สวยงามมากรอบบริเวณนี้

…………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล..อุทยานแห่งชาติตะรุเตาประกาศปิดการท่องเที่ยวและที่พักแรม ให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว 

สตูล..อุทยานแห่งชาติตะรุเตาประกาศปิดการท่องเที่ยวและที่พักแรม ให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว  รวมทั้งความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว  เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละฤดู 

        นายมงคล   แดงกัน  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา   ได้ลงประกาศเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567   โดยประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  ฉบับลงวันที่ 18 ธันวาคม 2566 เรื่องปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานประจำปี 2567  เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละฤดู  และความสามารถในการรองรับของทรัพยากร  เปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว  รวมทั้งมีความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวนั้น

 

       อุทยานแห่งชาติตะรุเตา  พิจารณาแล้วเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่ง   พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพุทธศักราช 2562 ประกอบระเบียบ  อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

         จึงประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา   ระหว่าง 16 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน   บ้านพัก และลานกางเต็นท์  ZONE 1  อ่าวพันเตมะละกา เกาะตะรุเตา   ZONE 2  อ่าวเมาะและ เกาะตะรุเตา  ZONE 3  แหลมสน เกาะอาดัง

 

         ระหว่าง วันที่  1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม  บริเวณ เกาะเหล็ก เกาะบิสสี เกาะตาลัง เกาะอาดังทิศเหนือ และเกาะอาดังทิศตะวันออก

 

          ระหว่างวันที่  1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน   ประกอบด้วย  เกาะยาง  ร่องน้ำจาบัง  เกาะราวี  เกาะดง เกาะหินซ้อน  เกาะรอ-กลอย เกาะอาดังทิศตะวันตก เกาะซาวัง  และเกาะไผ่

 

           ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติตะรุเตา  ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ตามปกติ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 074-783 485   จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันประกาศวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 

…………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

   สตูล- ปูนับล้านๆๆตัวโผล่หน้าหาดทะเลดาว  อวดโฉมความสมบูรณ์ของธรรมชาติ  ท่องเที่ยวชุมชนฯ  ชวนชมปูทหารพระราชา  ที่มีขึ้นทุกวันหลังน้ำลด ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้

สตูลฮือฮา!  ปูนับล้านๆๆตัวโผล่หน้าหาดทะเลดาว  อวดโฉมความสมบูรณ์ของธรรมชาติ  ท่องเที่ยวชุมชนฯ  ชวนชมปูทหารพระราชา  ที่มีขึ้นทุกวันหลังน้ำลด ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้

          ทันทีที่น้ำลด  ปูทหารหลายล้านตัวต่างออกมาวิ่งเล่น คุ้ยเขี่ยหาอาหาร  จะเห็นได้ชัดที่ชายหาดกาสิง  โซนหน้ารีสอร์ททะเลดาว  บ้านบ่อเจ็ดลูก  หมู่ที่ 1  ต.ปากน้ำ  อ.ละงู  จ.สตูล  เป็นภาพประทับใจสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัส  ด้านท่องเที่ยวชุมชนเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชมปูทหารพระราชา  อีกหนึ่งความสมบูรณ์ของท้องทะเลจังหวัดสตูล     

 

           ห่างจากฝั่งเพียง 100 เมตรก็จะเจอปูทหารพระราชา  ที่ออกมาคุ้ยเขี่ยหาอาหารทันทีที่น้ำลด  บนพื้นที่ชายหาดกาสิงตลอดแนวร่วม 4 กิโลเมตร  ขณะที่ชาวบ้านก็หาปู ปลา  อาหารทะเล  โดยไม่รบกวนปูทหารแต่อย่างใด  โดยชาวบ้านที่ออกมาหาปู  บอกว่า  ช่วงน้ำแห้งปูตัวเล็กๆจะขึ้นมาเยอะมาก เต็มชายหาดโดยปูจะหากินอยู่บนชายหาดนี้  ไม่ไปไหน   ส่วนตัวเวลาเดินไปหาอาหารทะเลก็ไม่กล้าเหยียบ  เอ็นดูเมื่อเห็นมันวิ่ง  สำหรับปูจะมีตัวเล็กๆใหญ่สุดก็จะประมาณหัวแม่มือ

 

          นายนัสรูน  หลงสมัน  กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก  กล่าวว่า    ชายหาดตรงนี้เรียกชายหาดกาสิง มีความยาวนี่โดยรวมก็เกือบ 4  กิโลเมตร  บริเวณที่ปูทหารมันขึ้นเยอะ  ก็จะอยู่ตรงชายหาดทะเลดาวรีสอร์ท  ถ้าเราขับรถเข้ามาชุมชนบ้านบ่อลูกก็เจอซอยแรกขวามือก็เลี้ยวได้เลย   หลังจากที่เลี้ยวเข้ามาตามซอยมาจอดตรงด้านหน้ารีสอร์ททะเลดาว   หลังจากนั้นก็เดินไปยังชายหาดประมาณ  100 เมตร  ก็จะเจอกองทัพทหารที่มีอยู่มากกว่าเป็น 1,000,000 ตัว  เพราะว่ามันเยอะมาก

 

       ปูทหารพระราชาเป็นปูที่มีมานานแล้ว   ผมเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก  ขอให้น้ำลดปุ๊บเค้าจะปั้นดินเป็นก้อนกลมๆ  เพื่อที่จะหาอาหารในดินที่เป็นอินทรีย์วัตถุ  สาเหตุที่จุดนี้มีปูทหารเยอะเพราะว่าน้ำจืดมันไหลลงมาบรรจบกับน้ำทะเล   เลยทำให้น้ำทะเลกับน้ำจืดมันกร่อย จึงเกิดอินทรีย์วัตถุที่มันอยู่ในดิน  กลายเป็นอาหารให้พวกปูทหาร   เค้าก็เลยมาอาศัยอยู่บริเวณนี้นี่แบบเยอะมาก   จะเห็นในช่วงน้ำลดทุกวัน   แต่ละวันมันก็จะไม่เหมือนกัน  จะต่างกันไปวันละชั่วโมงขึ้นอยู่กับข้างขึ้นข้างแรม  โดยดูน้ำขึ้นน้ำลง   แต่ถ้ามาเที่ยวชุมชนก็สอบถามกับชุมชนได้เลยว่าสามารถไปดูได้ตอนไหนเวลาไหน ที่น่าดูที่สุด

          นายนัสรูน  หลงสมัน  กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก  กล่าวอีกว่า  สำหรับ  ปูทหารนี้กินไม่ได้  เพราะมันตัวเล็กมาก ใหญ่สุดไม่เกิน 4-5 ซม.  ไม่เกินนี้  เนื้อที่จะให้เรารับประทานมันก็ไม่มี   แล้วปูนี้มันบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ว่าที่นี่ยังมันอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะเรื่องของอากาศ ถ้าอากาศดีปูก็เต็มอย่างที่เห็น  แต่ถ้าอากาศมีมลพิษปูอาจจะไม่อยู่เยอะอย่างนี้  ซึ่งจังหวัดสตูลอากาศบริสุทธิ์  มันก็มาอาศัยอยู่เต็มชายหาด

 

        จริงๆแล้วผมเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก   มันขึ้นมาตั้งนานแล้ว   แต่บางคนเค้าเข้าใจว่าบางทีอาจจะเกิดจากภาวะโลกร้อนบ้างอะไรบ้าง  ถ้าเคยได้ยิน   แต่จริงๆแล้วผมว่าไม่ใช่นะ   เพราะว่ามันขึ้นมานานแล้ว  ปูมดแดงกับปูทหารผมว่าชนิดเดียวกันนะ  เพราะว่าชาวบ้านบางทีเค้าเรียกกันแบบบ้าน  เมื่อก่อน คนแก่คนที่บ้านเค้าก็เรียกปูมดแดง

 

         สำหรับท่านที่มาท่องเที่ยวชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก  นอกจากเราลงเรือไปเที่ยวปราสาทหินพันยอดแล้ว  ขากลับขึ้นฝั่งมาสามารถขึ้นมาชมกองทัพปูทหารพระราชาได้  สามารถติดต่อได้ที่ชุมชนบ่อเจ็ดลูก เบอร์โทร 081-542 0071 หรือ  098-695-6461

…………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล – จัดเทศกาลงานข้าวโพดหวานและของดีอำเภอท่าแพ  ครั้งที่ 13  ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สตูล – จัดเทศกาลงานข้าวโพดหวานและของดีอำเภอท่าแพ  ครั้งที่ 13  ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

          องค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพ   พร้อมภาคีเครือข่ายร่วม   จัดเทศกาลงานข้าวโพดหวานและของดีอำเภอท่าแพ  ครั้งที่ 13 ประจำปี 2567   ขึ้น ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล   ระหว่าง 27 – 28 เมษายน 2567  โดยนายสัมฤทธิ์  เลียงประสิทธิ์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล   เป็นประธานในพิธีเปิด  นายประดิษฐ์ เปรมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพ  กล่าวรายงานวัตถุประสงค์  เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตรขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพและจังหวัดสตูลให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  ส่งเสริมและฟื้นฟูเศรษฐกิจของท้องถิ่น สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับประชาชนเกษตรกรในท้องถิ่น   และพัฒนาองค์ความรู้การประกอบอาชีพเกษตรกรแบบยั่งยืนและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนทั่วไป  

 

           ตลอด 2 วัน มีกิจกรรมมากมายประกอบด้วย  คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ , การจัดนิทรรศการให้ความรู้จากกลุ่มอาชีพ และหน่วยงานต่างๆ , การสาธิตอาหารเมนูข้าวโพดชวนชิมกว่า 10 เมนู , การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน, การประกวดฝักข้าวโพด  ,  การแข่งขันกินข้าวโพด ,  การแข่งขันประกอบอาหารเมนูข้าวโพดและเมนูแพะ  ,  การแข่งขันแทงต้ม, การแข่งขันขูดมะพร้าว, การแสดงของเด็กนักเรียน, การแสดงของสภาเยาวชนตำบลท่าแพ การแสดงดนตรี และการประกวดหนูน้อยข้าวโพดหวาน

        บรรยากาศมีประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่  รวมถึงนักท่องเที่ยว ร่วมงานกันอย่างคึกคัก 

อัพเดทล่าสุด