Categories
ข่าวทั่วไป

อบต.ควนโพธิ์ ดันโครงการเยาวชนรู้เท่าทันภัย “บุหรี่ไฟฟ้า” จุดประกายสำนึกต้านภัยเงียบในชุมชน

อบต.ควนโพธิ์ ดันโครงการเยาวชนรู้เท่าทันภัย “บุหรี่ไฟฟ้า” จุดประกายสำนึกต้านภัยเงียบในชุมชน

           สตูล – 19-20 ก.ค. 68 องค์การบริหารส่วนตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ร่วมกับ สภาเด็กและเยาวชนตำบลควนโพธิ์ จัดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทันภัยบุหรี่ไฟฟ้า” ณ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน เพื่อส่งเสริมความรู้เท่าทัน ลดพฤติกรรมเสี่ยงการใช้สารเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น และควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการควบคุมร้านค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่เด็กและเยาวชน

 

          โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลควนโพธิ์ โดยมี นายบุญมา โดยพิลา นายก อบต.ควนโพธิ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกล่าวย้ำว่า

 

         “บุหรี่ไฟฟ้าคือภัยเงียบที่กำลังซึมลึกสู่กลุ่มเยาวชน เราต้องร่วมกันสร้างเกราะป้องกันให้เด็ก ๆ รู้เท่าทันก่อนจะสายเกินไป”

         กิจกรรมในครั้งนี้มีทั้งการให้ความรู้โดยวิทยากรเฉพาะทาง กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เวิร์กช็อปสื่อสร้างสรรค์ และบทบาทสมมุติเพื่อเสริมทักษะการปฏิเสธอย่างมั่นใจ ให้เยาวชนมีพลังในการส่งเสียงและปกป้องตนเองจากภัยใกล้ตัว

 

         การขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องของ อบต.และเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนตำบลควนโพธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของท้องถิ่นในการเฝ้าระวังภัยบุหรี่ไฟฟ้า ลดการเข้าถึง ลดการใช้ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

รู้เท่าทันสื่อ ..หากคุณสั่งของมาแล้วไม่ตรงปก…อย่าปล่อยผ่าน! มารู้วิธีเอาคืนแบบผู้รู้ทัน

รู้เท่าทันสื่อ ..หากคุณสั่งของมาแล้วไม่ตรงปก…อย่าปล่อยผ่าน! มารู้วิธีเอาคืนแบบผู้รู้ทัน

“หากเราสั่งของออนไลน์…เปิดกล่องมา ‘โป๊ะ!’ ของไม่ตรงปก!

 

หน้าแตก เสียเงิน เสียอารมณ์… แล้วจะทำยังไง?

👉 คลิปนี้มีคำตอบ ..อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด! เพราะยิ่งเงียบ = มิจฉาชีพยิ่งได้ใจ

 

นี่คือ ‘4 วิธีรับมือ – เอาคืน – ป้องกัน’ แบบคนรู้ทัน 👇

 

1️⃣ แคปรูปสินค้ากับของจริงไว้เป็นหลักฐาน

2️⃣ แจ้งเรื่องผ่านแพลตฟอร์มที่ซื้อ (เลือกซื้อที่มีระบบคืนเงิน)

3️⃣ รีวิวความจริง เตือนผู้บริโภคคนอื่น พร้อมแฮชแท็ก #ของไม่ตรงปก

4️⃣ แจ้งความออนไลน์ได้ ผ่าน www.thaipolice online.com หรือสายด่วน 1441

 

👉 ยิ่งคนร้องเรียนเยอะ ระบบยิ่งจัดการมิจฉาชีพง่ายขึ้น

 

จำไว้! เราอาจเสียเงิน แต่ อย่าเสียสิทธิ์

รวมพลังคนไม่ยอมโดนหลอก แชร์โพสต์นี้…เพื่อหยุดวงจรมิจฉาชีพบนโซเชียล!”

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูล..วิถีประมงแปรรูป สร้างอาชีพริมคลองเจ๊ะบิลัง “ปลาเส้นแคลเซียมสูง” เสริมรายได้จากเรือเล็กสู่ครัวเรือน

สตูล..วิถีประมงแปรรูป สร้างอาชีพริมคลองเจ๊ะบิลัง “ปลาเส้นแคลเซียมสูง” เสริมรายได้จากเรือเล็กสู่ครัวเรือน

สตูล – ใต้ชายคาบ้านไม้ริมน้ำในชุมชนชาวประมงเล็ก ๆ หมู่ 2 ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมืองสตูล เสียงทอดปลาแห้งดังกรอบเบาๆ เคล้าไปกับกลิ่นหอมของแดดทะเล กลายเป็นบรรยากาศอบอุ่นของครัวเรือนที่เปลี่ยนปลาท้องถิ่น ให้กลายเป็น “ปลาเส้นแคลเซียมสูง” อาหารพื้นถิ่นที่กำลังกลายเป็นรายได้หลักให้ครอบครัว

 

นางสุนิตา เรืองเดช วัย 42 ปี คือหนึ่งในคนต้นแบบของการแปรรูปอาหารจากวิถีประมงพื้นบ้าน เธอเริ่มแปรรูปปลามานานกว่า 6 ปีแล้ว   โดยใช้ปลาโคก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปลาบาสี” ซึ่งหาได้ง่ายจากเรือประมงพื้นบ้านที่ออกหาปลาในคลองใกล้บ้าน

 

“ปลาชนิดนี้มีเกล็ดเยอะ ขนาดเล็ก คนทั่วไปไม่ค่อยเอาไปทำอะไร แต่เรามองว่ามีคุณค่า จึงแปรรูปเป็นปลาแห้ง แล้วมาตัดซอยเป็นเส้น บางคนนำไปย่าง บางคนชอบทอดกรอบ ทานกับข้าวต้ม หรือจะเอาไปยำมะม่วงก็อร่อยค่ะ” สุนิตาเล่าอย่างภูมิใจ

 ปลาบาสี   หลังแปรรูปแล้ว มีรสชาติกลมกล่อม เคี้ยวง่าย ถูกใจทุกกลุ่มวัย และที่สำคัญคืออุดมด้วยแคลเซียมสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนตั้งครรภ์ที่ต้องการสารอาหารบำรุงกระดูก ซึ่งสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานนับเดือน จึงกลายเป็นของฝากจากสตูล  ที่ลูกค้าต่างจังหวัดนิยมสั่งซื้อผ่าน   เพจ “ปลาเส้นแคลเซียมเจ๊ะบิลัง”  ออเดอร์ต่อเดือนรับได้ครั้งละ 30-50 กิโลกรัมเลยทีเดียว

 

นอกจากปลาเส้นแล้ว เธอยังคิดต่อยอดด้วยการทำปลาผ่าหลัง และวางแผนพัฒนาเป็นปลาหวาน หรือ “ปลากลม” ในอนาคต ขึ้นอยู่กับชนิดปลาที่ได้มาในแต่ละวัน

วิถีชุมชนของที่นี่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ด้านหลังบ้านของชาวประมงทุกหลัง  จะติดคลองน้ำเค็มที่ไหลสู่ทะเล เปิดโอกาสให้เรือประมงลำเล็กออกหาวัตถุดิบสดใหม่ได้ทุกเช้า   สุนิตาบอกว่า สามีของเธอก็ทำอาชีพขับเรือนำเที่ยวในต่างจังหวัด ช่วงที่ว่างจากงาน เธอก็ใช้เวลาที่บ้าน  ทำปลาเส้น ควบคู่กับการเลี้ยงลูก และมีลูก ๆมาช่วยแปรรูปในครัวเรือนอีกแรง

แม้ขั้นตอนการทำจะยุ่งยาก ต้องล้าง ขูดเกล็ด ตากแดด ตัดเป็นเส้น และควบคุมความแห้งให้พอดี แต่เธอบอกว่า คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อ เพราะสามารถสร้างรายได้เดือนละหลายพันบาทถึงหลักหมื่น โดยไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

 

 “เราไม่ได้ทำโรงงานใหญ่ ทำแค่ในครัวหลังบ้าน แต่ก็มีคนติดใจจนสั่งซ้ำ ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเรายังได้ดูแลลูกไปด้วยค่ะ”

 

ปลาเส้นแคลเซียมสูงจากเจ๊ะบิลัง จึงไม่ใช่แค่ของกินพื้นบ้าน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ  ที่สร้างรายได้จากวิถีชีวิตเล็กๆ ในครัวเรือนชาวประมง   และเป็นตัวอย่างของการ “กินอยู่กับธรรมชาติ” อย่างยั่งยืน   ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน

……

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

เฟคนิวส์ที่คนไทยถูกหลอกมากที่สุด! อย่าแชร์ ถ้ายังไม่แน่ใจ

เฟคนิวส์ที่คนไทยถูกหลอกมากที่สุด!  

อย่าแชร์ ถ้ายังไม่แน่ใจ

5 ประเภทเฟคนิวส์ที่แพร่หนักในไทย

  1. 🩺 ข่าวสุขภาพปลอม

“น้ำสมุนไพรรักษามะเร็งได้!” หรือ “ฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิต”

หลอกง่าย เพราะคนกลัวโรค และอยากได้ทางลัดรักษา

  1. 💸 ข่าวหลอกลงทุน / เงินด่วน

“กู้ฟรีไม่มีดอก!” หรือ “ลงทุน 1,000 ได้คืน 10,000”

ใช้ชื่อหน่วยงาน-ดาราดังปลอม หลอกคนกำลังลำบาก

  1. 🗳️ ข่าวการเมืองบิดเบือน

“ฝ่ายตรงข้ามโกงอีกแล้ว!” หรือ “คลิปนี้พูดแรงมาก!”

กระตุ้นอารมณ์ สร้างความเกลียดชัง แบ่งฝักฝ่าย

  1. 🌟 ข่าวปลอมเกี่ยวกับดารา คนดัง

“เสียชีวิตแล้ว!” “ท้องกับ…” “เลิกกันจริงเหรอ?”

คนชอบเสพดราม่า แชร์ก่อนอ่านจริง

  1. 🌪️ ข่าวภัยพิบัติ-ฉุกเฉินปลอม

“แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คืนนี้” “น้ำท่วมตายยกหมู่บ้าน”

สร้างความตื่นกลัวจากข่าวปลอม ภาพเก่า คลิปบิดเบือน

________________________________________

🤔 ทำไมคนไทยถึงหลงเชื่อ?

  • เพราะข่าวพวกนี้ “โดนใจ-น่าตกใจ-เหมือนจริง”
  • แชร์จากเพื่อน/ญาติ ทำให้ดูน่าเชื่อ
  • ขาดทักษะตรวจสอบข่าว (Media Literacy)

________________________________________

วิธีรับมือเฟคนิวส์

  1. 🔍 อย่าเพิ่งแชร์! ตรวจสอบแหล่งข่าวก่อน
  2. 📌 เช็กกับเว็บจริง เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม www.antifakenewscenter.com
  3. 🧠 ใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
  4. 📱 รู้เท่าทันสื่อ อย่าเชื่อข่าวที่ “ดีเกินจริง-ร้ายเกินไป”

________________________________________

📢 แชร์ความรู้ ดีกว่าแชร์ข่าวปลอม

หยุดวงจรเฟคนิวส์ เริ่มที่คุณวันนี้!

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูล  เกษตรกรหัวใจนักสู้! เปลี่ยนทลายปาล์มเหลือใช้ สู่เห็ดฟางคุณภาพ  ส่งขายตลาด-โรงพยาบาล สร้างรายได้มั่นคง พร้อมต่อยอดแปรรูปครบวงจร

สตูล  เกษตรกรหัวใจนักสู้! เปลี่ยนทลายปาล์มเหลือใช้ สู่เห็ดฟางคุณภาพ  ส่งขายตลาด-โรงพยาบาล สร้างรายได้มั่นคง พร้อมต่อยอดแปรรูปครบวงจร

สตูล – จากสวนยางว่างเปล่า สู่ฟาร์มเห็ดฟางรายได้ดี “สุริยา อาดำ” หนุ่มวัย 38 ปี ชาวบ้านลูโบ๊ะบาตู หมู่ 1 ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ไม่ยอมจำนนต่อเศรษฐกิจที่ผันผวน ต่อยอดจากอาชีพหลักอย่างการกรีดยาง ด้วยการนำ “ทลายปาล์มเหลือใช้” มาแปรรูปเป็นแหล่งเพาะเห็ดฟาง สร้างรายได้เสริมมั่นคงให้กับครอบครัวตลอดทั้งปี

แรงบันดาลใจของเขาเริ่มจาก “การไม่อยู่นิ่ง” เปิดรับความรู้จากทุกช่องทาง ทั้งยูทูป เฟซบุ๊ก และที่สำคัญคือการลงพื้นที่เรียนรู้จริงกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสตูล จนสามารถพลิกสวนผสมและสวนยางที่เคยรกร้าง มาเป็นฟาร์มเพาะเห็ดระบบปิดถึง 5 โรงเรือน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

เคล็ดลับอยู่ที่ “ทลายปาล์ม” เศษเหลือจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่คนทั่วไปมองข้าม แต่สำหรับสุริยา นี่คือขุมทรัพย์ทางการเกษตร เขานำทลายปาล์มผ่านกระบวนการหมักด้วย EM และปูนขาว  จนเกิดความร้อน-กลิ่นหอม พร้อมเป็นวัสดุเพาะเห็ดคุณภาพดี แล้วจึงนำเข้าฟาร์มระบบปิด ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ

“เริ่มจาก 0 ไม่ได้เรียนจบเกษตร แต่ใจมันสู้ และผมเชื่อในพลังของการเรียนรู้” สุริยาเล่าด้วยรอยยิ้ม เขายังเปิดเผยว่า   ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ปีที่ 5 ของการเพาะเห็ด และยื่นขอการรับรองมาตรฐาน GAP มาแล้ว 4 ปี เพื่อยืนยันคุณภาพเห็ดฟางให้เป็นที่ยอมรับของตลาด

เห็ดฟางของสุริยา ขายดีทั้งในตลาดสด โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าในสตูล ราคากิโลกรัมละ 80 บาท วันละไม่ต่ำกว่า 10-30 กิโลกรัม และมีแผนจะขยายโรงเรือนเพิ่มในอนาคต

ด้าน นายวรนิตย์ นิลวัตร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสตูล กล่าวชื่นชมว่า “สุริยาเป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ที่ไม่หยุดพัฒนาตนเอง และเปิดรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทางเกษตรฯ จึงเข้ามาสนับสนุนในด้านการป้องกันโรคในเห็ด และร่วมส่งเสริมการแปรรูปเห็ด เช่น เห็ดย่างซอสหม่าล่า เพิ่มมูลค่าและช่องทางตลาดที่ทันสมัย”

อนาคตของสุริยาไม่หยุดแค่เห็ดสด เขากำลังวางแผนต่อยอดด้วยการทำ “เห็ดฟางกระป๋อง” และขยายฟาร์มให้ได้ผลผลิตมากขึ้น โดยย้ำว่า “เกษตรไทยไปได้ไกล ถ้าเราไม่หยุดเรียนรู้” สนใจโทร. 089-4635075

 

แรงบันดาลใจจากสวนเล็กๆ ที่สตูลวันนี้ อาจกลายเป็นโมเดลเกษตรสร้างรายได้ของคนทั้งประเทศในวันหน้า

………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 อาหารโบราณราคาหลัก10 “ปัสมอส”  สลัดแขกสูตรโบราณ ขายดีสวนกระแสเศรษฐกิจฝืด

อาหารโบราณราคาหลัก10 “ปัสมอส”  สลัดแขกสูตรโบราณ ขายดีสวนกระแสเศรษฐกิจฝืด

สตูล – แม่ค้าชาวบ้านเกตรี สืบสานสูตรอาหารโบราณ “ปัสมอส” หรือสลัดแขก รสชาติดั้งเดิมที่เด็กทานง่าย ผู้ใหญ่ทานดี ขายในราคาเพียงถุงละ 10 บาท หวังให้คนในชุมชนได้อิ่มท้อง   โดยไม่ลำบากกระเป๋าสตางค์ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

 

นางสาวยามิตา หมาดมานัง อายุ 42 ปี ชาวบ้านเกตรี อำเภอเมืองสตูล เปิดเผยว่า ตนทำปัสมอสขายมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะเคยช่วยน้าขายตามตลาด จนซึมซับสูตรโบราณติดตัวมานานหลายสิบปี

 

 “หัวใจสำคัญของปัสมอสคือน้ำราด ต้องใช้ถั่วลิสงคั่วตำใหม่ๆ  เคี่ยวไม่ให้นาน  เพราะจะแตกเป็นน้ำกะทิ ต้องมีรสหอมมัน เค็มหวานกลมกล่อม” นางสาวยามิตากล่าว

 

ปัสมอสสูตรดั้งเดิมของร้าน ประกอบด้วย หมี่ลวกหรือหมี่เหลือง แตงกวาซอย กุ้งผสมแป้งทอดกรอบ และไข่ต้มแบ่งสี่ส่วน ราดน้ำถั่วเข้มข้น ใส่ถุงละ 10 บาทเท่านั้น โดยมีลูกค้านำไปเติมพริก มะนาว หรือเนื้อไก่ตามชอบ

 

 “สมัยก่อนขายถุงละ 5 บาท พอของแพงขึ้นก็ขยับเป็น 10 บาท แต่ยังขายในราคานี้ เพราะอยากให้ครอบครัวใหญ่ที่มีลูกหลายคนได้ทานอิ่มทุกคน วันดีๆ เคยขายได้วันละ 150–200 ถุง บางวันตลาดเงียบก็ยังต้องสู้ต่อไป” แม่ค้ากล่าว

 

นอกจากนี้ หากลูกค้าต้องการจัดชุดใหญ่เพิ่มไก่ทอดหรือกุ้งทอด ทางร้านก็สามารถทำได้ในราคาชุดละ 30 บาท แต่ต้องโทรสั่งล่วงหน้า

แม่ค้ารายหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าประจำกล่าวว่า “ราคาแค่สิบบาท แต่อิ่มอร่อยเกินคุ้ม น้ำราดเข้มข้นไม่เหมือนใคร ทุกครั้งที่มาซื้อ จะรู้สึกดีใจที่ยังมีอาหารราคานี้ให้คนธรรมดาได้ทาน”

 

ผู้สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามได้ที่ โทร. 087-391  5501 (นางสาวยามิตา หมาดมานัง)

ตารางขายปัสมอส ตลาดชุมชนสตูล มีดังนี้

วันจันทร์และศุกร์ : ตลาดเช้า หัวสะพานเกตรี

วันพุธและเสาร์ : ตลาดเย็น บ้านดุ

วันพฤหัสบดี : ตลาดเช้า กาเนะ

วันอาทิตย์ : ตลาดเย็น ซอยเอวหัก คลองขุด

ลูกค้าที่ต้องการนั่งรับประทานที่ร้านก็สามารถใช้บริการ

 

“ปัสมอส” สลัดแขกโบราณถุงละสิบบาท จึงไม่เพียงเป็นอาหารอิ่มท้อง แต่ยังเป็นรสชาติของความทรงจำ และความเอื้ออาทรในยุคข้าวยากหมากแพง

………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

  สะเทือนใจ! พบซากโลมาเน่าเกยหาดบ้านสน สัญญาณเตือนภัยทะเลสตูล 

สะเทือนใจ! พบซากโลมาเน่าเกยหาดบ้านสน สัญญาณเตือนภัยทะเลสตูล

          6 กรกฎาคม 2568 – ภาพเศร้าสะเทือนใจเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ (นรภ.ทร.) เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบซากโลมาเสียชีวิตถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาดบ้านสนกลาง ตำบลแหลมสน อำเภอละงู  จังหวัดสตูล

 

         เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบโลมาไม่ทราบเพศ ความยาวกว่า 2 เมตร ในสภาพเน่าเปื่อยจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม กลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วริมหาด เสียงคลื่นกระทบฝั่งคล้ายกำลังเรียกร้องให้มนุษย์ตื่นตัวกับความเปราะบางของผืนทะเล

 

        ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนล่าง จังหวัดตรัง ระบุว่า ซากโลมาดังกล่าวเสื่อมสภาพเกินกว่าจะผ่าชันสูตรหาสาเหตุ เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบดำเนินการฝังกลบ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคและการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม

          เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงข่าวธรรมดา หากแต่เป็น เสียงเตือนให้เราหันมาใส่ใจทะเลอันดามันและสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพามนุษย์ในการปกป้อง โลมาหนึ่งชีวิตที่จากไป อาจสะท้อนถึงขยะทะเล มลพิษ และภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจนสัตว์ทะเลต้องจบชีวิตโดยไม่มีใครล่วงรู้สาเหตุ

 

          หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบสัตว์ทะเลเกยตื้นหรือตาย อย่าละเลย ให้รีบแจ้งหน่วยงานโดยด่วน เพื่อร่วมกันดูแลและรักษาสมดุลธรรมชาติ

 

          วันนี้ โลมาตัวหนึ่งสิ้นใจ…พรุ่งนี้จะมีชีวิตใดตามมาอีกหรือไม่? ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของเราทุกคน

………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

  ป.ป.ช.ลุยตรวจการ์ดเรลแขวงทางหลวงสตูล หลังพบประเด็นสร้างไม่ได้มาตรฐานในพัทลุง

ป.ป.ช.ลุยตรวจการ์ดเรลแขวงทางหลวงสตูล หลังพบประเด็นสร้างไม่ได้มาตรฐานในพัทลุง

        สตูล – วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสตูล ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้ง การ์ดเรล หรือราวเหล็กริมทาง ภายใต้ความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงจังหวัดสตูล หลังได้รับเบาะแสว่าอาจก่อสร้างไม่ได้ตามแบบแปลนคล้ายกรณีในจังหวัดพัทลุง

 

         การตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล และตำบลท่าแพ อำเภอท่าแพ โดย นายธนกฤต เลิศวิริยวรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.สตูล เปิดเผยว่า เบื้องต้นเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 มอบหมาย หลังประชาชนร้องเรียนเรื่องคุณภาพโครงการ ว่ามีข้อสงสัยความหนา ความยาว และวิธีติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง

 

       “จากการตรวจจุดแรก บริเวณสะพาน พบความหนาของราวเหล็กยังเป็นไปตามเกณฑ์ ส่วนจุดถัดไปจะตรวจความลึกของเสาที่ต้องฝังดิน 1.2 เมตร และเทคอนกรีตรัดรอบ  ความสูงเหนือพื้นดิน 80 ซ.ม. ความหนาเหล็กต้องไม่ต่ำกว่า 3.2  ส่วนตัวเสาหนา 4 มิลลิเมตรต่อแบบรายการ ทั้งนี้การตรวจเป็นการสุ่ม เพราะถ้าพบจุดใดมีปัญหา ส่วนอื่นๆ ก็มักจะเป็นลักษณะเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความซื่อตรงของผู้รับจ้างและความละเอียดรอบคอบของผู้ควบคุมงาน” นายธนกฤตกล่าว

        ด้าน นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 9 ระบุว่า การลงพื้นที่วันนี้เน้นตรวจวัดมิติต่างๆ เช่น ความหนา ความยาว ความสูง ซึ่งจากการสุ่มตรวจยังไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือแผ่นราวเหล็กไม่มี สติกเกอร์รับรอง จากกรมทางหลวง ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันแหล่งที่มาของวัสดุ อาจเกิดจากความผิดพลาดช่วงขนย้ายหรือติดตั้ง จึงได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงเร่งตรวจสอบและรายงานผลเพิ่มเติม

 

         ในส่วนของแขวงทางหลวงจังหวัดสตูล นายสมเกียรติ โมควงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล ชี้แจงว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณกว่า 490,000 บาท ติดตั้งการ์ดเรลบริเวณคอสะพานรวม 7 แห่ง ระยะทางกว่า 212 เมตร แล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่ควบคุมงานให้ปฏิบัติตามรูปแบบและมาตรฐานกรมทางหลวงทุกขั้นตอน

         “การที่ ป.ป.ช.ลงมาตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี ช่วยเพิ่มความรอบคอบโปร่งใส หากประชาชนพบข้อผิดสังเกตสามารถแจ้งแขวงทางหลวงหรือป.ป.ช.ได้โดยตรง เช่น หากเห็นเสาก่อนติดตั้งมีความยาวสั้นกว่ามาตรฐาน 2 เมตร อาจตั้งข้อสงสัยไว้ได้ แต่หากติดตั้งเรียบร้อยแล้วจะตรวจสอบด้วยสายตาค่อนข้างยาก” นายสมเกียรติกล่าว

 

         ทั้งนี้ ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่า การร่วมมือของประชาชนในการให้ข้อมูลเบาะแสเป็นกำลังสำคัญ เพราะยุคปัจจุบันสังคมตื่นตัวเรื่องการใช้งบประมาณและการตรวจสอบการทุจริตงานก่อสร้างมากขึ้น หากพบข้อพิรุธ สามารถแจ้งผ่านช่องทางสำนักงาน ปปช.สตูล หรือสายด่วน ป.ป.ช.ได้ตลอดเวลา

……………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

  สตูลเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก! เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นศึกษาผลกระทบโครงการบรรเทาอุทกภัยควนโดน–เมืองสตูล

สตูลเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก! เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นศึกษาผลกระทบโครงการบรรเทาอุทกภัยควนโดน–เมืองสตูล

          วันที่ 3 ก.ค. 68 ที่ห้องประชุมกาหลง ชั้น 2 อาคารศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยชุมชนสตูล ตำบลเกตรี อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มอบหมายให้ นายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศ  โครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น  เพื่อการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอควนโดน  และอำเภอเมืองสตูล  โดยมีนายมิตร บุญจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสตูล  พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมชลประทาน หน่วยงานราชการ ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง

        สำหรับโครงการดังกล่าว กรมชลประทานมอบหมายให้สำนักงานบริหารโครงการว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก โดยเฉพาะบริเวณคลองดุสน คลองฉลุง และคลองตาลีไกล ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ทำให้เกิดน้ำไหลหลากลงสู่พื้นที่ลุ่มอย่างรวดเร็ว และคลองระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพียงพอ

 

           การศึกษาครั้งนี้เป็นการพิจารณาทางเลือกในการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมทั้งในด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการออกแบบระบบระบายน้ำ การจัดการวัสดุก่อสร้าง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ตลอดจนการคำนึงถึงผลกระทบต่อแหล่งโบราณคดีและระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพื่อรองรับการวางแผนออกแบบและการก่อสร้างในอนาคต

…………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง

อบต.ละงู เดินหน้ายกระดับตลาดนัด สร้างมาตรฐาน “ตลาดน่าซื้อ” ผู้สัมผัสอาหารรับความรู้-บัตรรับรอง

อบต.ละงู เดินหน้ายกระดับตลาดนัด สร้างมาตรฐาน “ตลาดน่าซื้อ” ผู้สัมผัสอาหารรับความรู้-บัตรรับรอง

         องค์การบริหารส่วนตำบลละงู จังหวัดสตูล จัดกิจกรรมอบรมผู้สัมผัสอาหาร ภายใต้โครงการ “พัฒนาตลาดสู่มาตรฐานตลาดน่าซื้อ” ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ ตลาดนัดเพิ่มพูนสุข หมู่ที่ 4 ตำบลละงู โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คน. เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568

        การอบรมครั้งนี้ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหาร ความปลอดภัยของอาหารและน้ำ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สัมผัสอาหาร โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับ บัตรประจำตัวผู้สัมผัสอาหาร และ เกียรติบัตรผ่านการอบรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือรับรองคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

         นายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู เปิดเผยว่า ตำบลละงูมีตลาดสด 1 แห่ง และตลาดนัดอีก 5 แห่ง โดย “ตลาดนัดเพิ่มพูนสุข” เป็นพื้นที่นำร่องในการยกระดับสู่ “ตลาดน่าซื้อ” อย่างแท้จริง

“เราต้องการให้ตลาดในพื้นที่ เป็นแหล่งค้าขายที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของสุขอนามัย และความเป็นระเบียบของตลาด” นายจำรัสกล่าว

          ปัจจุบัน ตลาดนัดเพิ่มพูนสุขมีแผงค้ากว่า 66 แผง มีผู้ประกอบการประมาณ 100 คน จำหน่ายทั้งอาหารสด อาหารพร้อมบริโภค เสื้อผ้า และของใช้ต่างๆ การส่งเสริมความรู้แก่ผู้สัมผัสอาหารจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

         โครงการนี้จัดโดย กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ละงู ที่มุ่งมั่นสร้างพื้นที่ค้าขายที่ “น่าซื้อ” ทั้งในแง่ของคุณภาพ ความสะอาด และการมีส่วนร่วมของผู้ค้าและประชาชนในชุมชน โดยคาดว่าจะขยายผลไปยังตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่ต่อไป

……..

อัพเดทล่าสุด