Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

รุ่นใหม่ไฟแรง! บอสปีเตอร์ นายกสมาคมกีฬาสตูลคนล่าสุด พลิกโฉมวงการกีฬาจังหวัดเล็กด้วยวิสัยทัศน์ “กีฬาสร้างเมือง”

รุ่นใหม่ไฟแรง! บอสปีเตอร์ นายกสมาคมกีฬาสตูลคนล่าสุด พลิกโฉมวงการกีฬาจังหวัดเล็กด้วยวิสัยทัศน์ “กีฬาสร้างเมือง”

          นายพีรพัฒน์  รัชกิจประการ หรือ “บอสปีเตอร์” วัย 31 ปี ผู้จัดการทีม PT สตูล FC ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสตูล นับเป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ พร้อมนำประสบการณ์จากวงการกีฬาและธุรกิจมาพัฒนาวงการกีฬาท้องถิ่น

           บอสปีเตอร์  ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่ครองตำแหน่งผู้จัดการทีมสโมสร PT สตูล FC มาแล้ว 2 ปี และยังเป็นผู้บริหารตลาดแลจันทร์  ได้เล็งเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดเล็กๆ อย่างสตูล พร้อมเปิดใจถึงความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาวงการกีฬาของจังหวัด

           “จังหวัดสตูลของเราเป็นจังหวัดที่เล็กมาก งบประมาณพัฒนากีฬาจึงน้อยกว่าจังหวัดอื่นอย่างมาก แต่ผมเชื่อว่าพลังของการรวมตัวและการสร้างเครือข่ายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้” บอสปีเตอร์กล่าว “เราจะดึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน เพราะการทำงานคนเดียวไม่มีทางสำเร็จ แต่การทำงานเป็นทีมจะพาเราไปถึงเป้าหมาย”

 

          แม้เป็นจังหวัดขนาดเล็กที่ไม่มีมหาวิทยาลัย ทำให้นักกีฬาที่มีพรสวรรค์มักถูกดึงตัวไปจังหวัดอื่นหลังจบการศึกษาระดับมัธยม แต่สตูลก็มีชื่อเสียงในวงการกีฬาหลายประเภท โดยเฉพาะฟุตบอลที่รู้จักกันในนาม “หมอผีแดนใต้” นอกจากนี้ยังมีนักกีฬามวย ว่ายน้ำ และเทควันโดที่มีศักยภาพไม่น้อย

 

         วิสัยทัศน์เด่นที่ทำให้นายกคนใหม่แตกต่างคือแนวคิด “กีฬาสร้างเมือง” ที่มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนากีฬาเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น “นอกจากกีฬาจะช่วยพัฒนาสุขภาพกายและใจ ห่างไกลยาเสพติดแล้ว ผมยังเห็นว่ากีฬาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน” บอสปีเตอร์อธิบาย “ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน ผู้ชมจากต่างอำเภอ ต่างจังหวัด หรือแม้แต่ต่างประเทศ ต้องจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดเรา สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่”

        ด้วยประสบการณ์การบริหารทั้งในวงการกีฬาและธุรกิจ บอสปีเตอร์จึงมองเห็นโอกาสในการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แม้จะยอมรับว่ายังเป็น “น้องใหม่” ในวงการบริหารกีฬาระดับจังหวัด แต่เขาก็พร้อมเรียนรู้จากรุ่นพี่และพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง

         “ผมยังต้องศึกษาอีกมากจากพี่ๆ ในสมาคม แต่ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อพัฒนาวงการกีฬาสตูลให้ก้าวไกลและยั่งยืน” นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสตูลคนล่าสุดทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

……………………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูลเตรียมเปิดม่านเทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-มลายู ผ่านมรดกการแต่งกายอันทรงคุณค่า

สตูลเตรียมเปิดม่านเทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-มลายู ผ่านมรดกการแต่งกายอันทรงคุณค่า

          (13 มีนาคม 2568) – บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักในงานแถลงข่าวโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “สไบ กะบาย่า ปาเต๊ะ” Andaman Retro 2025 ณ ห้องนคราบอลรูม 1 โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง โดยมีผู้แทนจากทั้ง 6 จังหวัดอันดามันเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดยนางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล และนายก่อเกียรติ ต้นพัฒนกิจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์จังหวัดสตูล ผู้แทนจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

 

            ไฮไลท์ของงานแถลงข่าวคือการเดินแบบอวดโฉมชุดที่ทรงคุณค่า ทั้งชุดกะบาย่า  ชุดไทยห่มสไบ และผ้าปาเต๊ะอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวมลายู สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน

 

          สตูลได้รับเกียรติจัดงานเป็นจังหวัดแรกภายใต้ชื่อ “Andaman Retro 2025 @ Satun” ซึ่งจะเน้นการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมของสามเชื้อชาติที่อยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานในภูมิภาคอันดามัน ผ่านการจัดแสดงเครื่องแต่งกายโบราณ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และนิทรรศการภาพถ่ายเมืองเก่า

 

            นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชมการสาธิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน การชิมอาหารพื้นถิ่นรสเลิศ หรือเที่ยวชมสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของอันดามัน

          “โครงการนี้ไม่เพียงส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของทั้งสามเชื้อชาติให้คงอยู่ต่อไป” นางสาวภัชกุลกล่าว

 

           หลังจากเปิดฉากที่สตูลแล้ว เทศกาลนี้จะเดินทางไปจัดในอีก 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันในลำดับถัดไป ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอันดามันอย่างเต็มอิ่มตลอดปี 2568​​​​​​​​​​​​​​​​

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 เกษตรกรสตูลปลูก “ขมิ้นแดงสยาม-ขมิ้นตรัง” แปรรูปด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างมูลค่าเพิ่มสมุนไพรไทย

เกษตรกรสตูลปลูก “ขมิ้นแดงสยาม-ขมิ้นตรัง” แปรรูปด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างมูลค่าเพิ่มสมุนไพรไทย

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสตูลยกระดับการเกษตรสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่อำเภอควนโดนปลูกขมิ้นแดงสยามและขมิ้นตรัง พร้อมพัฒนาการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการตลาดที่เพิ่มขึ้น

             นางวรรณนภา คงเคว็จ เกษตรอำเภอควนโดน พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน และนายสมยศ จิตเที่ยง นายอำเภอควนโดน ร่วมกับ ผศ.กิติศักดิ์ ชุมทอง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการปลูกขมิ้นแดงสยามของกลุ่มเกษตรกรในอำเภอควนโดน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลากหลายชนิด

           นายเจ๊ะมูสอด สามารถ อายุ 73 ปี เจ้าของพื้นที่ปลูกขมิ้นแดงสยามในพื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลควนโดน เปิดเผยว่า ตนได้เริ่มปลูกขมิ้นในพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน ซึ่งสามารถจำหน่ายขมิ้นแดงสยามในราคา 21 บาทต่อกิโลกรัม โดยเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวประมาณ 2-3 เดือน ขมิ้นจะถูกขุดขึ้นมาและทำความสะอาดเพื่อเตรียมแปรรูป ทั้งนี้ การปลูกในกระสอบปุ๋ยและวงล้อรถยนต์ช่วยให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้สะดวกมากขึ้น

          ด้านนางสายฝน นุ่งอาหลี อีกหนึ่งเกษตรกรผู้ปลูกขมิ้นในวงล้อ และลงดิน ที่ปลูกพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลควนสะตอ ได้ขยายพื้นที่ปลูกขมิ้นถึง 5 ไร่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น

         โดยนางสายฝน นุ่งอาหลี  กล่าวว่า  ปลูกขมิ้นทำรายได้เลี้ยงกลุ่มและครอบครัวได้ดี เป็นที่ต้องการที่จะนำไปเป็นสมุนไพรทางการแพทย์ จึงไม่เพียงพอต่อการผลิตแปรรูป รวมทั้งการปลูกขมิ้นใช้พื้นที่น้อยข้างบ้านก็ปลูกได้ ในกระสอบ วงล้อก็ทำได้

           ทางด้านนายฮูสรี  หีมมะหมัด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน กล่าวว่า  ได้ให้การสนับสนุนโดยส่งเสริมการแปรรูปขมิ้นด้วยเทคโนโลยีการตากแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิด เช่น ลูกประคบสมุนไพรราคา 60 บาท น้ำมันเหลืองราคา 80 บาท และยาดมราคา 35 บาท

           นายสมยศ จิตเที่ยง นายอำเภอควนโดน กล่าวว่า “การแปรรูปขมิ้นเป็นสมุนไพรถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแค่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นการสนับสนุนการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ขมิ้นที่ผลิตในพื้นที่มีคุณภาพสูงและส่งไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อการรักษาผู้ป่วย แต่ขณะนี้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงอยากให้เกษตรกรหันมาปลูกขมิ้นเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับตลาดที่กำลังเติบโต”

          ทั้งนี้ โครงการส่งเสริมการปลูกขมิ้นแดงสยามและขมิ้นตรังในพื้นที่อำเภอควนโดน ถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นและพลังงานสะอาด สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

………………………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

จังหวัดสตูลคัดเฟ้นสุดยอด OTOP เด่น 2568 ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ตลาดระดับประเทศ

สืบสานนวัฒนธรรมอาหารมุสลิมโบราณ  โรตีออลาย!! สามวัยพี่น้องฟื้นชีวิตขนมโบราณรอมฎอน บนเส้นทางสืบสานมรดกปู่ย่าตายาย

ในยุคที่อาหารฟาสต์ฟู้ดและขนมสมัยใหม่กำลังเป็นที่นิยม ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารของบรรพบุรุษ หนึ่งในนั้นคือ “ขนมโรตีออลาย” หรือ “โรตียาลอ” หรือ “โรตีเส้น” ขนมโบราณที่หาทานได้ง่ายในช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวไทยมุสลิม

รสชาติแห่งประวัติศาสตร์ที่ส่งต่อ   โรตีออลายเป็นขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยส่วนผสมที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า ประกอบด้วยแป้งหมี่ 1 กิโลกรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง เกลือ 1 ช้อนชา และน้ำสะอาด 1 ลิตร ขนมนี้มีให้เลือกสองสี คือสีธรรมชาติของแป้งและสีเขียวจากใบเตย

กรรมวิธีการทำที่พิถีพิถันเริ่มจากการละเลงแป้งบนกระทะร้อนที่เคลือบน้ำมันเล็กน้อย หมุนวนเป็นลวดลายคล้ายดอกไม้อย่างสวยงาม จนแป้งเกาะตัวกันเป็นแผ่นบาง ก่อนนำขึ้นจากเตาและพับใส่กล่อง บรรจุ 8 ชิ้นต่อกล่อง

ด้วยรสชาติที่ลงตัวทำให้   โรตีออลายนิยมรับประทานคู่กับน้ำจิ้มสองแบบตามความชอบ คือ แกงถั่วผสมแกงตอแมะไก่ หรือกะทิหวาน ในขณะที่ลูกค้าวัยรุ่นมักนิยมรับประทานคู่กับนมข้นหวานมากกว่า แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของขนมโบราณให้เข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่

นางสาวสุจิตรา  ชูแก้ว  อายุ 38 ปี พร้อมน้อง ๆ  นางสาวสุทารินทร์  ชูแก้ว อายุ 18 ปี ทายาทผู้สืบทอดขนมโบราณ บอกว่า  ชวนพี่น้องสามวัย  มาร่วมกันสืบสานสูตรขนมโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย พวกเขาไม่เพียงแค่รักษามรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังชวนครอบครัวและญาติพี่น้องมาร่วมกันทำขนมเพื่อจำหน่าย สร้างงานและรายได้ในช่วงเดือนรอมฎอน

ทางร้านผลิตขนมโรตีออลายวันละประมาณ 2 กิโลกรัม และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเดือนรอมฎอน โดยยึดมั่นในการปรุงอาหารสดใหม่และเปิดโอกาสให้ลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้เห็นกรรมวิธีการทำขนมโบราณ เพื่อสืบสานต่อไป

แหล่งจำหน่าย  ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อขนมโรตีออลายได้ที่ตลาดรอมฎอน เทศบาลเมืองสตูล บริเวณรอบมัสยิดมำบัง ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล ในราคากล่องละ 20 บาท พร้อมน้ำจิ้มให้เลือกสองแบบ

นางสาวนุตเราะห์   ชัยยะวิริยะ  ลูกค้าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ (ผอ.กองศึกษาอบจ.สตูล) ยอมรับว่า  ดูวิธีการทำแล้วน่าซื้อหาไปรับประทานในช่วงละศีลอดนี้  ทั้งแม่ค้าคนรุ่นใหม่มาช่วยกันสืบสานขนมโบราณยิ่งทำให้อยากช่วยกันอุดหนุน และที่ตลาดรอมฏอนแห่งนี้ก็ยังมีอาหารที่น่าสนใจซื้อหารับประทานได้อย่างหลากหลายด้วย

เรื่องราวของขนมโรตีออลายและเจ้าของร้านสามวัยพี่น้องนี้ เป็นตัวอย่างอันดีของการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารโบราณ ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้ พิสูจน์ให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมยังคงมีคุณค่าและสามารถอยู่ร่วมกับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน

……………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สืบสานนวัฒนธรรมอาหารมุสลิมโบราณ  โรตีออลาย! สามวัยพี่น้องฟื้นชีวิตขนมโบราณรอมฎอน บนเส้นทางสืบสานมรดกปู่ย่าตายาย

สืบสานนวัฒนธรรมอาหารมุสลิมโบราณ  โรตีออลาย!! สามวัยพี่น้องฟื้นชีวิตขนมโบราณรอมฎอน บนเส้นทางสืบสานมรดกปู่ย่าตายาย

ในยุคที่อาหารฟาสต์ฟู้ดและขนมสมัยใหม่กำลังเป็นที่นิยม ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารของบรรพบุรุษ หนึ่งในนั้นคือ “ขนมโรตีออลาย” หรือ “โรตียาลอ” หรือ “โรตีเส้น” ขนมโบราณที่หาทานได้ง่ายในช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวไทยมุสลิม

รสชาติแห่งประวัติศาสตร์ที่ส่งต่อ   โรตีออลายเป็นขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยส่วนผสมที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า ประกอบด้วยแป้งหมี่ 1 กิโลกรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง เกลือ 1 ช้อนชา และน้ำสะอาด 1 ลิตร ขนมนี้มีให้เลือกสองสี คือสีธรรมชาติของแป้งและสีเขียวจากใบเตย

กรรมวิธีการทำที่พิถีพิถันเริ่มจากการละเลงแป้งบนกระทะร้อนที่เคลือบน้ำมันเล็กน้อย หมุนวนเป็นลวดลายคล้ายดอกไม้อย่างสวยงาม จนแป้งเกาะตัวกันเป็นแผ่นบาง ก่อนนำขึ้นจากเตาและพับใส่กล่อง บรรจุ 8 ชิ้นต่อกล่อง

ด้วยรสชาติที่ลงตัวทำให้   โรตีออลายนิยมรับประทานคู่กับน้ำจิ้มสองแบบตามความชอบ คือ แกงถั่วผสมแกงตอแมะไก่ หรือกะทิหวาน ในขณะที่ลูกค้าวัยรุ่นมักนิยมรับประทานคู่กับนมข้นหวานมากกว่า แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของขนมโบราณให้เข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่

นางสาวสุจิตรา  ชูแก้ว  อายุ 38 ปี พร้อมน้อง ๆ  นางสาวสุทารินทร์  ชูแก้ว อายุ 18 ปี ทายาทผู้สืบทอดขนมโบราณ บอกว่า  ชวนพี่น้องสามวัย  มาร่วมกันสืบสานสูตรขนมโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย พวกเขาไม่เพียงแค่รักษามรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังชวนครอบครัวและญาติพี่น้องมาร่วมกันทำขนมเพื่อจำหน่าย สร้างงานและรายได้ในช่วงเดือนรอมฎอน

ทางร้านผลิตขนมโรตีออลายวันละประมาณ 2 กิโลกรัม และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเดือนรอมฎอน โดยยึดมั่นในการปรุงอาหารสดใหม่และเปิดโอกาสให้ลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้เห็นกรรมวิธีการทำขนมโบราณ เพื่อสืบสานต่อไป

แหล่งจำหน่าย  ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อขนมโรตีออลายได้ที่ตลาดรอมฎอน เทศบาลเมืองสตูล บริเวณรอบมัสยิดมำบัง ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล ในราคากล่องละ 20 บาท พร้อมน้ำจิ้มให้เลือกสองแบบ

นางสาวนุตเราะห์   ชัยยะวิริยะ  ลูกค้าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ (ผอ.กองศึกษาอบจ.สตูล) ยอมรับว่า  ดูวิธีการทำแล้วน่าซื้อหาไปรับประทานในช่วงละศีลอดนี้  ทั้งแม่ค้าคนรุ่นใหม่มาช่วยกันสืบสานขนมโบราณยิ่งทำให้อยากช่วยกันอุดหนุน และที่ตลาดรอมฏอนแห่งนี้ก็ยังมีอาหารที่น่าสนใจซื้อหารับประทานได้อย่างหลากหลายด้วย

เรื่องราวของขนมโรตีออลายและเจ้าของร้านสามวัยพี่น้องนี้ เป็นตัวอย่างอันดีของการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารโบราณ ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้ พิสูจน์ให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมยังคงมีคุณค่าและสามารถอยู่ร่วมกับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน

……………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์! ตะลึงพบฝูงโลมาอิรวดี 10 ตัว โชว์ตัวกลางคลองท่าจีนสตูล

สัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์! ตะลึงพบฝูงโลมาอิรวดี 10 ตัว โชว์ตัวกลางคลองท่าจีนสตูล

วันที่ 10 มีนาคม 2568  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า   ชาวสตูลและนักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับการพบฝูงโลมาอิรวดีกว่า 10 ตัว ว่ายน้ำและกระโดดโชว์ตัวอย่างไม่หวาดกลัวผู้คนในพื้นที่คลองท่าจีน ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนและทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่

นายทรงเดชา วันทา ปลัดเทศบาลตำบลคลองขุด พร้อมด้วยกลุ่มประมงพื้นบ้านและกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน ได้จัดกิจกรรมล่องเรือสำรวจเส้นทางคลองท่าจีน หมู่ที่ 1 ตำบลคลองขุด เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ ระหว่างการสำรวจได้พบเหตุการณ์น่าประทับใจเมื่อฝูงโลมาอิรวดีประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำและกระโดดแสดงความน่ารักให้ชม โดยไม่แสดงอาการตื่นกลัวต่อผู้คนแต่อย่างใด

“การพบโลมาอิรวดีในพื้นที่นี้เป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ” นายทรงเดชากล่าว “โลมาอิรวดีจะเข้ามาในพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรในพื้นที่นี้ยังคงสมบูรณ์และมีความสำคัญต่อสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้”

พื้นที่คลองท่าจีนตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาสูงที่ชาวบ้านเรียกว่า “โต๊ะกูเด็น โต๊ะตาบอด” เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน หอยขาว และสัตว์ทะเลนานาชนิด การพบฝูงโลมาอิรวดีซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง

ทางเทศบาลตำบลคลองขุดได้เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมผลักดันเส้นทางล่องเรือคลองท่าจีนให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและชมความน่ารักของฝูงโลมาอิรวดีในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ

…………………………………………..

คลิปพบฝูงโลมา    ขอบคุณภาพประทับใจจาก…ปลัดเทศบาลตำบลคลองขุด

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-เยียวยาหัวใจที่แตกสลาย! ครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายเมื่อลูกน้อยวัย 9เดือนป่วยโรคหัวใจรั่ว ไม่มีเงินซื้อยานอกระบบ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 4 ชีวิตด้วยความยากจน

เยียวยาหัวใจที่แตกสลาย! ครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายเมื่อลูกน้อยวัย 9เดือนป่วยโรคหัวใจรั่ว ไม่มีเงินซื้อยานอกระบบ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 4 ชีวิตด้วยความยากจน

ความหวังยังคงเหลืออยู่ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อสังคมยื่นมือช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งโรคร้ายของลูกน้อยวัย 9 เดือนและความยากจนที่รุมเร้า

“ทุกวันนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะออกทะเล เพราะเท้าเคยเป็นบาดทะยัก สายตาก็มองไม่ค่อยเห็น” นายวาเหตุ สามาดี อายุ 59 ปี เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้ ลูกสาวตัวน้อยป่วยหนัก ต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลไม่รู้จบ และต้องเตรียมยานอกระบบด้วย “

นายวาเหตุ  เล่าว่าลูกสาววัย 9 เดือนป่วยด้วยโรคหัวใจขนาดใหญ่ผิดปกติ ปอดติดเชื้อ และผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่วทั้ง 2 ห้อง ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสตูล 14 คืน ก่อนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลหาดใหญ่อีก 7 คืน กลับบ้านได้เพียงคืนเดียวก็ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกจนถึงปัจจุบัน โดยมีคิวผ่าตัดในเดือนมีนาคมหรือพฤษภาคม

“ผมตกงานมา 4-5 เดือนแล้ว ล่าสุดช่วยเพื่อนต่อเติมบ้านได้เงินมา 1,000 บาท” นายวาเหตุเล่า ขณะที่ภรรยาวัย 38 ปี ต้องเฝ้าลูกที่โรงพยาบาลทำให้ไม่มีรายได้เช่นกัน ส่วนลูกชายวัย 4 ขวบ ผมต้องขี่รถจยย.เดินทางไปส่งไปกลับโรงเรียนไกลถึง 50 กิโลเมตรจากโรงพยาบาลสตูล ไปตันหยงโป

คุณลุงกฤษฎา มะสมัน อายุ 75 ปี เพื่อนบ้านยืนยันว่า “ผมรู้จักครอบครัวนี้มานาน เห็นความยากลำบากมาตลอด ตัวสามีเคยได้รับบาดเจ็บจากบาดทะยัก เดินไม่สะดวก สายตาก็ไม่ดี ทำงานได้แค่ก่อสร้าง พอลูกป่วย ภรรยาไม่ได้ทำงาน ต้องเลี้ยงลูกสองคน เป็นครอบครัวที่ลำบากจริงๆ ผมก็ช่วยบ่อยครั้ง”

ด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล  หลังทราบข่าวได้ลงพื้นที่มอบความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งนม แพมเพิส ขนมปัง และข้าวสาร พร้อมเตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อขออนุมัติค่าดูแลบุตร ส่วนเรื่องยานอกระบบได้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาล

ขณะที่ อบต.ตันหยงโป และ อบจ.ได้มีการเดินเรื่องเพื่อขอสนับสนุนค่าเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ให้กับทางครอบครัวผู้เดือดร้อนแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถบริจาคผ่านเลขบัญชี 020-315-673-861 ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นายวาเหตุ สามาดี

……………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

“น้ำถุง 10 บาท” ทางรอดธุรกิจเล็กยุคเศรษฐกิจฝืด เปิดสูตรความสำเร็จร้านฟาริสต้าในเดือนรอมฏอน

“น้ำถุง 10 บาท” ทางรอดธุรกิจเล็กยุคเศรษฐกิจฝืด เปิดสูตรความสำเร็จร้านฟาริสต้าในเดือนรอมฏอน

         พาชิมน้ำถุงราคาประหยัด แต่รสชาติเข้มข้น กว่า 20 เมนู ที่ขายดิบขายดีในเดือนรอมฏอน จ.สตูล สร้างรายได้วันละกว่า 500 ถุง

         ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ผู้ประกอบการรายย่อยต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หนึ่งในนั้นคือร้านฟาริสต้า น้ำตู้ ในจังหวัดสตูล ที่ปรับกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงเดือนรอมฏอน ด้วยการแปลงเครื่องดื่มจากตู้มาเป็นน้ำถุงราคาประหยัด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจฝืด

        ในช่วงเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม ตลาดรอมฏอนตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล คึกคักด้วยผู้คนที่มาเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อละศีลอด ร้านฟาริสต้า น้ำตู้ เป็นหนึ่งในร้านที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นเพียง 10-15 บาท ที่มีให้เลือกมากกว่า 20 เมนู

       “น้ำถุงของเราขายดีมาก เพราะราคาประหยัดแต่รสชาติเข้มข้น ช่วยให้ลูกค้าได้ดื่มน้ำหลากหลายรสชาติในราคาที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูง” นายมะหะหมาด บิลังโหลด วัย 50 ปี เจ้าของร้านฟาริสต้า น้ำตู้ เล่าถึงกลยุทธ์การขายที่ประสบความสำเร็จ

          เมนูยอดนิยมราคาเพียง 10 บาท ได้แก่ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเขียว น้ำเม็ดแมงลัก น้ำลิ้นจี่ และน้ำเก๊กฮวย ส่วนเมนูพรีเมียมที่มีส่วนผสมของนม อย่างนมชมพู ชาเย็น ชาเขียว ข้าวโพด และกาแฟโบราณ ราคาเพียง 15 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปมาก

          “ผมทำธุรกิจนี้มานานกว่า 15 ปี แต่เมื่อถึงเดือนรอมฏอน ผมจะปรับรูปแบบจากน้ำตู้  มาเป็นน้ำถุงที่ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปดื่มตอนละศีลอด สามารถทานได้ทั้งแบบเย็นหรือรอให้อุ่นขึ้นก็ได้ ทำให้ขายดีมาก วันหนึ่งผมทำน้ำกว่า 500 ถุง ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน” นายมะหะหมาด กล่าวเพิ่มเติม

         ร้านฟาริสต้าเปิดขายทุกวันในช่วงเดือนรอมฏอน ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. หรือก่อนถึงเวลาละศีลอด และหลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฏอน ร้านจะหมุนเวียนไปขายตามตลาดต่างๆ ในจังหวัดสตูล ได้แก่ วันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดเปิดท้ายดูสน, วันพฤหัสบดีที่ตลาดเปิดท้ายฉลุง, วันอังคาร-ศุกร์ที่ตลาดเกตเวย์, วันจันทร์ที่ตลาดบายพาส และวันพุธที่ตลาดบ้านควน

         ธุรกิจเล็กๆ อย่างน้ำถุงของร้านฟาริสต้าสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจฝืด โดยการมอบสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ประหยัด ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จับต้องได้ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

……………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลด่วน! หนุ่มลมชักพลัดตกทะเลละงู น้ำลึก 5 เมตรกลืนร่าง ครอบครัวรอลุ้นระทึกวันที่สอง

สตูลด่วน! หนุ่มลมชักพลัดตกทะเลละงู น้ำลึก 5 เมตรกลืนร่าง ครอบครัวรอลุ้นระทึกวันที่สอง

วันที่ 7 มีนาคม 2568 – ยังไร้วี่แววชายหนุ่มวัย 22 ปี ผู้ป่วยลมชักที่พลัดตกเรือขณะล้างเรือหลังกลับจากตักแมงกระพรุนในทะเลละงู จังหวัดสตูล ท่ามกลางความระทึกในการค้นหาที่เข้าสู่วันที่สอง ครอบครัวร่ำไห้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ว่าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายยังคงระดมกำลังค้นหา นายนัสรุต ดินนุ้ย ชายหนุ่มที่พลัดตกน้ำเมื่อเช้ามืดวานนี้ (6 มี.ค.) บริเวณร่องน้ำบากันโต๊ะทิด หมู่ 7 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล หลังจากกลับจากตัก “บอบอ” หรือแมงกระพรุนและนำไปขายที่แพบากันกรุ๊ป

นายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู  เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายนัสรุต  กำลังล้างเรือหลังจากขายแมงกระพรุนเสร็จ ทว่าเกิดพลัดตกลงไปในร่องน้ำที่มีความลึกถึง 5 เมตร ทางองค์การบริหารส่วนตำบลละงูจึงได้ร่วมกับอำเภอละงู หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ละงู และมูลนิธิร่มไทรจังหวัดสตูล จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมนักประดาน้ำ ชาวประมง และชาวบ้านช่วยกันค้นหาอย่างเร่งด่วน

“การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นทะเลกว้างและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหาย แต่เราจะไม่ยอมแพ้และวางแผนค้นหาต่อไป” นายจำรัสกล่าว

ด้านนายกาเส็ม ดินนุ้ย บิดาของผู้สูญหาย เล่าด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า บุตรชายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 3 เดือน เมื่ออาการดีขึ้นจึงออกไปประกอบอาชีพตักแมงกระพรุนซึ่งกำลังมีราคาดีถึงตัวละ 15 บาท เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

“ผมขอวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือช่วยคุ้มครองลูกชายผมให้ปลอดภัย” นายกาเส็มกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเฝ้ารอข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การค้นหายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ โดยมีการวางแผนขยายพื้นที่ค้นหาออกไปตามทิศทางกระแสน้ำ ซึ่งคาดว่าอาจพัดพาร่างของผู้สูญหายออกไปไกล ขณะที่ญาติและเพื่อนร่วมอาชีพต่างเฝ้ารอความหวังและร่วมสวดขอพรให้พบนายนัสรุตโดยเร็วที่สุด

………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

อบต.กำแพง จัดโครงการรอมฏอนสัมพันธ์ เสริมสร้างความรักและสามัคคี   เปิดพื้นที่แห่งความปรองดอง สานใจในเดือนแห่งความศรัทธา

อบต.กำแพง จัดโครงการรอมฏอนสัมพันธ์ เสริมสร้างความรักและสามัคคี   เปิดพื้นที่แห่งความปรองดอง สานใจในเดือนแห่งความศรัทธา

          วันที่ 5 มี.ค.2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ค่ำวานนี้  องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง โดยนางสำลี  ลัคนาวงศ์  นายก อบต.กำแพง  จัดโครงการ “รอมฏอนสัมพันธ์” ประจำปี 2568  มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและความสามัคคีในชุมชน   ส่งเสริมการถือศีลอดที่ถูกต้องตามหลักศาสนา  สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม  เสริมสร้างศีลธรรมอันดีให้กับสังคม

 

          โดยนายธีระพงษ์ คุ่มเคี่ยม นายอำเภอละงู เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวในการนี้ว่า เดือนรอมฏอนเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มุสลิมทุกคนจะได้ขัดเกลาจิตใจ ฝึกความอดทน และละวางสิ่งไม่ดีทั้งปวง  เดือนนี้ไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการอดอาหารเท่านั้น หากแต่ยังเป็นโอกาสในการชำระจิตวิญญาณ เรียนรู้ความอดทน และแบ่งปันความรักให้กับเพื่อนมนุษย์

 

           นายอิสรา ละประเสริฐ รองนายก อบต.กำแพง เปิดเผยว่า มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 500 คน แสดงให้เห็นถึงพลังชุมชนที่เข้มแข็งและความร่วมมือร่วมใจ  บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น ผู้ร่วมงานละศิลอดอย่างพร้อมเพรียงกัน  

 

          โครงการรอมฏอนสัมพันธ์ครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกัน หากแต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน

…………………………….

 

อัพเดทล่าสุด