Categories
ข่าวเด่น

สตูลเตือนภัยผลกระทบยาเสพติดเด็กในสตูลตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว 

เตือนภัยผลกระทบยาเสพติดเด็กในสตูลตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว

           โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่หมู่ 3 บ้านคลองลิดี ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล เมื่อเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ  ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าขณะถูกนำส่งโรงพยาบาล หลังถูกลุงซึ่งมีอาการคลุ้มคลั่งจากฤทธิ์ยาเสพติด จับตัวเหวี่ยงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงสองครั้งซ้อน เหตุการณ์สลดใจนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

         จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายอับดุลอาซีด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หมู่ที่ 3 บ้านคลองลิดี ต.สาคร อ.ท่าแพ ผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหายังคงมีอาการผิดปกติ พูดคนเดียว แต่รับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้เหวี่ยงเด็กกระแทกพื้นจนเสียชีวิตจริง และไม่ได้ขัดขืนการจับกุมแต่อย่างใด

         พี่ชายของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ขณะที่ตนนอนพักอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงดังตุบ 2 ครั้ง จึงรีบออกมาดูและพบเด็กนอนสลบแน่นิ่งอยู่แล้ว  จึงรีบแจ้งเหตุและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที  แต่น่าเศร้าที่เด็กเสียชีวิตระหว่างทาง

         ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีประวัติติดยาเสพติดมานาน ถึงแม้จะผ่านการบำบัดมาหลายครั้ง แต่ก็กลับไปเสพซ้ำอยู่เรื่อยๆ ขณะเกิดเหตุเชื่อว่าผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งจากฤทธิ์ของยาเสพติด จนนำไปสู่การกระทำรุนแรงต่อเด็ก

       

        ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหาและเด็กผู้เสียชีวิตนั้น มีศักดิ์เป็นลุง (พี่ชายของพ่อเลี้ยง) บ้านของทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กัน และปกติเด็กกับผู้ต้องหาก็มีความคุ้นเคยกันดี ขณะเกิดเหตุ แม่ของเด็กกำลังล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน ไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์สลดใจที่เกิดขึ้น

         นายอนุสรณ์ อุเส็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สาคร เล่าว่า หลังทราบเหตุได้รีบแจ้งตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ยังคงอยู่ในอาการผิดปกติ ทางด้านตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         ล่าสุด พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เพ็ชรรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, พ.ต.ท.อาบูบากาด ดาแลหมัน สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, ร.ต.อ.นุกูล จิตรเพชร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าแพ, นายขจรศักดิ์ เจ๊ะแอ กำนันตำบลสาคร, นายอนุสรณ์ อุเส็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สาคร และข้าราชการตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรท่าแพ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหารือแนวทางป้องกันแก้ไขกรณีเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเสียชีวิต

 

          เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นภัยร้ายแรงในสังคม โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กผู้บริสุทธิ์ แม้จะมีมาตรการการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด แต่การกลับไปเสพซ้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

        ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เตรียมหารือถึงมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันในกรณีผู้มีประวัติเสพยาเสพติดที่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง

………………………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลคลิปครูทำร้ายเด็กโผล่หลังเงียบนาน 1 ปี – ครูชำนาญการพิเศษ  ยอมรับผิด นายอำเภอเร่งสอบ พร้อมตั้งมาตรการคุมเข้มพุ่งตรวจสอบผู้เสียหายรายอื่น เตรียมส่งเรื่องคุรุสภาพิจารณาใบอนุญาต 

สตูลคลิปครูทำร้ายเด็กโผล่หลังเงียบนาน 1 ปี – ครูชำนาญการพิเศษ  ยอมรับผิด นายอำเภอเร่งสอบ พร้อมตั้งมาตรการคุมเข้มพุ่งตรวจสอบผู้เสียหายรายอื่น เตรียมส่งเรื่องคุรุสภาพิจารณาใบอนุญาต

         วันที่ 3 มีนาคม 2568  คลิปฉาวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลขณะนี้ เมื่อแม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ โพสต์คลิปเผยพฤติกรรมรุนแรงของครูศูนย์อนุบาลแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล

 

          คลิปเหตุการณ์สะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 แต่ผู้ปกครองเพิ่งได้รับคลิปล่าสุดก่อนนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอทุ่งหว้า วันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่พบว่า แม้เหตุการณ์จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ศูนย์อนุบาลยังเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ขณะที่เด็กชายผู้เสียหายไม่ได้มาเรียน

 

         ครูคนนี้พบว่ายังมีประวัติมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานจนถึงขั้นต้องไปโรงพัก เคยมีเรื่องฟ้องร้องกันมาแล้ว

 

          หลังคลิปฉาวแพร่กระจายในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว นายกริชชัย ภู่ฉุน นายอำเภอทุ่งหว้า ได้เร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบด้วย ศึกษาธิการจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายก อบต. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของครูผู้ก่อเหตุ

 

         นายอำเภอทุ่งหว้า  กล่าวว่า   ตอนนี้แม้เรายังไม่ได้พูดคุยกับครูโดยตรง แต่มีข้อมูลว่าครูน่าจะยอมรับในสิ่งที่ได้กระทำลงไป และครูยินดีย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นระหว่างที่มีการสอบสวน ขณะนี้มีผู้ปกครองรายอื่นเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วมากกว่าสองราย เรากำลังเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้งกรณีนี้และกรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

          นอกจากนี้ นายอำเภอทุ่งหว้ายังเปิดเผยถึงมาตรการดำเนินการกับครูผู้ก่อเหตุว่า…เราได้ย้ายครูรายนี้ออกจากศูนย์อนุบาลเด็กเล็กแล้ว และกำลังพิจารณาส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตพื้นที่ระหว่างการสอบสวน ส่วนทางคดี ตำรวจรับเรื่องไปดำเนินการแล้ว โดยจังหวัดสตูลได้แจ้งให้สถานีตำรวจภูธรทุ่งหว้าพิจารณาคดีอย่างเร่งด่วน”

 

         สำหรับการดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบ ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล จะเข้าประเมินสภาพจิตใจของเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือและติดตามผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว   ที่สำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดในทุกห้องเรียน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปกครอง

 

           ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอำเภอทุ่งหว้า พร้อมด้วยนายก อบต. ศึกษาธิการจังหวัด และทีมงานพัฒนาสังคมฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของเด็กผู้เสียหาย เพื่อเยียวยาจิตใจและประเมินสภาพเด็ก ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเด็กยังมีสภาพจิตใจร่าเริง

 

**ญาติของเด็ก**: “หลานเราก็ซนตามประสาเด็กผู้ชาย แต่พอได้เห็นคลิป เราตกใจมาก ครูทำเกินกว่าเหตุ และไม่คิดว่าจะเกิดกับลูกหลานเราเอง”

 

             สำหรับด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีตำแหน่ง “ชำนาญการพิเศษ” และเข้าทำงานที่ศูนย์อนุบาลแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2563 โดยไม่เคยมีประวัติการร้องเรียนมาก่อน ทางศึกษาธิการจังหวัดแจ้งว่า จะต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงก่อนนำสำนวนไปประกอบการพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งเป็นอำนาจของคุรุสภา

 

          คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การกระทำรุนแรงต่อเด็กสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในสถานศึกษา ซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ทางการสัญญาว่าจะตรวจสอบอย่างเข้มงวดและวางมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก

…………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ชนสนั่นหน้าโรงพัก! 18 ล้อพุ่งเสยสิบล้อ-เก๋ง ดับ 1 เจ็บ 2 ตำรวจรอดหวุดหวิด 

ชนสนั่นหน้าโรงพัก! 18 ล้อพุ่งเสยสิบล้อ-เก๋ง ดับ 1 เจ็บ 2 ตำรวจรอดหวุดหวิด 

          นาทีระทึก! กล้องวงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุสุดสยองหน้า สภ.ทุ่งหว้า เมื่อเช้านี้ (26 ก.พ. 2568) รถพ่วง 18 ล้อพุ่งชนรถเก๋ง ก่อนเสียหลักไปกระแทกกับสิบล้อที่วิ่งสวนทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็น รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งหว้า ที่กำลังขับรถมาเข้าเวรสายตรวจ! 

 

         เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.19 น. ขณะที่ ร.ต.ท.ว่าหลิด เอียดดี  รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (ป.) สภ.ทุ่งหว้า ขับรถเก๋งฮอนด้า (ทะเบียน กจ 4379 สตูล) เพื่อเข้าเวรสายตรวจตามปกติ กำลังจะเลี้ยวเข้าหน้าโรงพัก แต่ในจังหวะเดียวกัน รถพ่วง 18 ล้อ (ทะเบียน 81-3466 ตรัง) ซึ่งขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนท้ายอย่างจัง ส่งผลให้รถเก๋งหมุนเสียหลัก ก่อนที่รถพ่วงจะพุ่งชนประสานงากับ รถสิบล้อ (ทะเบียน 70-91-72 สงขลา) ที่วิ่งสวนมา 

 

            แรงปะทะทำให้คนขับสิบล้อ เสียชีวิตคาที่ ในซากรถ ส่วน ร.ต.ท.ว่าหลิด ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง และ นายวุฒิชัย ปานเขียว ซึ่งโดยสารมากับรถพ่วง 18 ล้อ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกจากรถเป็นการด่วน 

 

         เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทรจังหวัดสตูลระดมกำลัง กว่า 20 นาย พร้อมเครื่องตัดถ่าง 3 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง 

………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ตำรวจสตูลผุดโครงการ “ตาวิเศษ” ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วเมือง เสริมความปลอดภัยชุมชน

ตำรวจสตูลผุดโครงการ “ตาวิเศษ” ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วเมือง เสริมความปลอดภัยชุมชน

         สถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล นำร่องโครงการ “ตาวิเศษ SMART POLICE” ติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่เสี่ยงและจุดสำคัญทั่วเมืองสตูล เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

 

        พันตำรวจเอกเสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการตอบสนองนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้บ้านเมืองมีความสงบสุข โดยเริ่มต้นจากการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่นำร่อง 10 จุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณร้านสะดวกซื้อและพื้นที่ที่มีประชาชนพลุกพล่าน

          “เราจะประสานความร่วมมือกับผู้นำท้องที่และท้องถิ่น รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อขยายการติดตั้งกล้อง CCTV ให้ครอบคลุมทั่วเมืองสตูล นอกจากจะช่วยในการสอดส่องดูแลความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการป้องปรามผู้ที่คิดจะก่อเหตุอีกด้วย” ผู้กำกับฯ กล่าว

 

         ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งกล้องวงจรปิด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเมืองสตูลให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ปลอดภัย และรักษาความเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ไว้อย่างยั่งยืน

       สำหรับผู้สนใจ สามารถติดต่อ  074711088  สภ.เมืองสตูล

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

ทม.สตูล เดินหน้ารณรงค์ “ตลาดสดปลอดภัย ไร้ควันบุหรี่” หวังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อสุขภาพประชาชน

ทม.สตูล เดินหน้ารณรงค์ “ตลาดสดปลอดภัย ไร้ควันบุหรี่” หวังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อสุขภาพประชาชน

            (20 ก.พ. 68) – เวลา 10.00 น. ณ ตลาดเทศบาลเมืองสตูล นายสมศักดิ์ เหมรา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสตูล นำทีมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขฯ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมรณรงค์ “ตลาดสดปลอดภัย ไร้ควันบุหรี่” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดควันบุหรี่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภทหรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ. 2561

 

          นายสมศักดิ์  เปิดเผยว่า กิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการตลาดสด  โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล คณะกรรมการชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ร่วมกันรณรงค์งดสูบบุหรี่ และติดป้ายเตือนห้ามสูบบุหรี่ให้ครอบคลุมพื้นที่ตลาดสด 100%

 

“นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็ก นอกจากนี้ เทศบาลเมืองสตูลยังได้กำหนดให้อาคารของเทศบาลเป็นเขตปลอดบุหรี่ และขยายมาตรการนี้สู่พื้นที่สาธารณะอย่างตลาดสด โดยใช้ข้อระเบียบและกฎหมายเป็นกรอบในการดำเนินงาน” นายสมศักดิ์กล่าว

 

         ด้านนางไซร่าบานู ทองสุข แม่ค้าขายเนื้อในตลาดเทศบาลเมืองสตูล แสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการว่า การรณรงค์ครั้งนี้จะช่วยให้ความรู้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ที่อาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องทันสมัย ทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักแก่พ่อแม่มือใหม่ถึงอันตรายของควันบุหรี่มือสองที่มีต่อเด็กเล็ก

 

        “ควันบุหรี่ไม่เพียงส่งผลต่อผู้สูบเท่านั้น แต่สารพิษจากควันบุหรี่ยังติดอยู่ตามเสื้อผ้า เมื่อพ่อแม่อุ้มหรือสัมผัสเด็ก อาจทำให้เด็กหายใจลำบากและส่งผลเสียต่อปอด การจะทำให้ตลาดปลอดบุหรี่ได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค” นางไซร่าบานู กล่าว

 

        ตลาดสดถือเป็นหนึ่งในสถานที่สาธารณะที่กฎหมายกำหนดให้ปลอดจากควันบุหรี่ทุกประเภท ทั้งบุหรี่ธรรมดา บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบจากใบจาก 100% เนื่องจากเป็นศูนย์กลางชุมชนที่มีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก การรณรงค์ครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี เพื่อให้ตลาดสดเป็นพื้นที่สะอาด ปลอดภัย และปราศจากควันบุหรี่อย่างแท้จริง โดยอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขที่สำคัญนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

 

         ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในตลาดสด ด้วยการงดสูบบุหรี่ในบริเวณตลาด และช่วยกันสอดส่องดูแลให้พื้นที่ตลาดสดปลอดควันบุหรี่อย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในชุมชน

………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ไทย-มาเลย์ร่วมมือส่งคืนเรือมูลค่าหลักล้าน หลังถูกโจรกรรมจากเกาะลังกาวี

ไทย-มาเลย์ร่วมมือส่งคืนเรือมูลค่าหลักล้าน หลังถูกโจรกรรมจากเกาะลังกาวี

          วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล บรรยากาศเต็มไปด้วยความยินดี  เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยและมาเลเซียร่วมพิธีส่งมอบเรือไฟเบอร์กลาสมูลค่าหลักล้านบาทคืนเจ้าของ หลังถูกโจรกรรมจากเกาะลังกาวี   ซึ่งเป็นเรือ 1 ใน 2 ลำที่ถูกขโมยมาซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดสตูล ส่วนนอีก 1 ลำนั้น ทางการไทยจะทยอยส่งกลับในวันที่ 25 ก.พ.2568  ที่ยังรอการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน 

          น.อ.แสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาประโยชน์ของชาติทางทะเล จว.สตูล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กมลศักดิ์ วันประดุง ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ  และหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของไทย ได้ส่งมอบเรือคืนให้แก่ INSP MUHAMMAD HAIKHAL BIN SAAD  ตำรวจน้ำลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย  และ Mr.ISKANDAR BIN ABD HALIM  เจ้าของเรือชาวมาเลเซีย

 

          เรือลำดังกล่าวเป็นเรือไฟเบอร์กลาสสมรรถนะสูง ตัวเรือสีแดงคาดฟ้า ท้องเรือสีดำ ความยาว 33 ฟุต กว้าง 2 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์ YAMAHA ขนาด 200 แรงม้า ถึง 3 เครื่อง ซึ่งถูกโจรกรรมไปจากเกาะลังกาวีเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567

           จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.30 น. หลังจากสายลับแจ้งเบาะแสว่าพบเรือต้องสงสัยจอดซุกซ่อนอยู่ในลำคลองข้างบ่อเลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าเรือลำดังกล่าวมีร่องรอยการทาสีใหม่เพื่ออำพราง แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ

 

          ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่สองประเทศประชุมร่วม เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 เพื่อตรวจสอบหลักฐานและเอกสารยืนยันกรรมสิทธิ์ โดยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสำนักงานเจ้าท่าลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย

 

          “การส่งมอบครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ” น.อ.แสนย์ไท กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเจ้าของเรือยืนยันว่าไม่พบความเสียหายของทรัพย์สินภายในเรือแต่อย่างใด

 

            ด้านเจ้าของเรือ Mr.ISKANDAR BIN ABD HALIM แสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยที่ช่วยติดตามและเก็บรักษาเรือไว้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลทั้งสองประเทศ ที่พร้อมร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน​​​​​​​​​​​​​​​​

……………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

ระทึก! ตำรวจสตูลบุกรวบโจรคลั่ง จี้ชิงรถ-ไล่ฟันชาวบ้าน กลางสวนปาล์ม

ระทึก! ตำรวจสตูลบุกรวบโจรคลั่ง จี้ชิงรถ-ไล่ฟันชาวบ้าน กลางสวนปาล์ม

              เมื่อเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล เปิดเผยถึงเหตุการณ์จับกุมคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายประชาชน  หลังได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

           เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อนายอนันตชัย เตบหนี อายุ 32 ปี ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีแดง ผ่านเส้นทางสวนปาล์มในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านควน ถูกนายสุนทร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ถือมีดพร้าวิ่งออกมาจากขนำ จี้บังคับให้ลงจากรถ และกักขังไว้เป็นเวลานานถึง 3 ชั่วโมง

 

           จากการสืบสวนพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหารายเดียวกันนี้ได้ก่อเหตุใช้มีดฟันชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ตำรวจต้องระดมกำลังเร่งติดตามจับกุม

 

          ภาพจากคลิปวิดีโอขณะจับกุม แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกว่า 3-4 นาย นำโดย ร.ต.ต.ชัชชา สังขรัตน์ รอง สว.(ป)/พญาวัง 20 พร้อมด้วย ด.ต.จริน หนูคง และ จ.ส.ต.มิตรชัย สงเสือ ร่วมกันควบคุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ พร้อมยึดของกลางประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ของกลาง มีดพร้า และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

 

           ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ” และ “เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น เยาวชน-การศึกษา

สตูล-กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย

สตูล-กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย

         (6 ก.พ.68) เวลา 10.50 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 45 ซึ่งองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อใช้เป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาอาชีวะเกษตร โดยส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียน ให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตร พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และฝึกฝนผู้เรียนให้เป็นคนดีของสังคม เพื่อประโยชน์แก่สมาชิกองค์การฯ สังคม และวงการเกษตรกรรมของประเทศ / ในโอกาสนี้ นายศักระ (สัก-กระ) กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสตูล ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และชมรมแม่บ้านได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ

 

         ภายในงานฯ ได้นำผลงานของสมาชิกปัจจุบัน และสมาชิกศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ มาจัดแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน รวมถึงชุมชนท้องถิ่น มาร่วมจัดกิจกรรมให้ผู้ร่วมงาน นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชน ได้รับความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบอาชีพในอนาคต

 

           จากนั้น ทรงเปิด “อาคารศรีกาหลง” ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวิทยาลัยฯ เพื่อประสิทธิภาพทางการศึกษา / แล้วทรงปลูกต้นหมากพลูตั๊กแตน ต้นไม้ประจำจังหวัดสตูล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วิทยาลัยฯ

 

            โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการของนักเรียนและนักศึกษา ที่นำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางการเกษตร ที่ส่งเสริมและพัฒนาการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเฉพาะทาง ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ และเทคโนโลยีที่เป็นภูมิปัญญาไทย อาทิ นิทรรศการโครงการ “ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้บริหารจัดการปริมาณน้ำด้วย Platform AI และพลังงานสะอาด แบบ Real Time ที่ฝายทดน้ำภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล “เพื่อพัฒนาระบบการส่งจ่ายน้ำใช้ในภาคเกษตรกรรม พื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านห้วยน้ำดำ ตำบลควนกาหลง มีผู้ได้รับผลประโยชน์ในโครงการนี้ จำนวน 50 ครัวเรือน 1,400 คน ใช้พลังงานสะอาดจากระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ผ่านระบบสำรองพลังงาน และใช้นวัตกรรม Platform AI ควบคุมประตูระบายน้ำฝายทดน้ำห้วยน้ำดำแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ภาคเกษตรกรรมในพื้นที่มีปริมาณน้ำใช้ได้อย่างพอเพียงในหน้าแล้ง / ศูนย์การเรียนรู้ระบบสมาร์ทฟาร์ม สำหรับเกษตรกรและประชาชน ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล กับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ องค์การมหาชน เพื่อหาแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน คือ การแก้ไขที่ต้นเหตุ ให้เกษตรกรนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยนำเทคโนโลยี สารสนเทศ มาบริหารจัดการโรงเรือนปลูกผักและโรงควบคุมระบบ

 

           เช่น กล้องตรวจสอบการให้น้ำ และเครื่องทดสอบอุณหภูมิและความชื้นในดิน / นิทรรศการ “ไข่แสดอุดร” ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี ปัจจุบันความต้องการไข่ไก่ในตลาดมีสูง เกษตรกรจึงต้องปรับปรุงคุณภาพไข่ ด้วยการเสริมวิตามิน หรือพัฒนาให้ไข่แดงสีเข้มขึ้น ด้วยการเสริมสารสีและวิตามินสังเคราะห์ การศึกษานี้ ใช้น้ำมันปาล์มดิบ ที่มีวิตามินเอ และดอกทองกวาวผงเป็นแหล่งของสารสีและวิตามินธรรมชาติ เพื่อทดแทนการใช้สารสีและวิตามินสังเคราะห์ในการเลี้ยงไก่ไข่ เป็นการนำพืชที่มีในท้องถิ่นไปเพิ่มศักยภาพในการผลิต และยังลดการนำเข้าสารสังเคราะห์จากต่างประเทศ / นิทรรศการ ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช เสนอเรื่อง โกโก้ บลิส แอท นคร (Cocoa bliss @ Nakhon) ผลโกโก้สด มีราคาต่ำกิโลกรัมละ 10 บาท การแปรรูปโกโก้สามารถเพิ่มมูลค่าได้มาก เช่น เมล็ดโกโก้หมักและตากแห้ง กิโลกรัมละ 600 บาท ส่วนโกโก้ผง กิโลกรัมละ 1,000 บาท การวิจัยนี้ สร้างองค์ความรู้และการวิจัยเกี่ยวกับการหมักเมล็ดโกโก้ด้วยจุลินทรีย์ยีสต์และจุลินทรีย์ธรรมชาติ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนและอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน /

 

          และนิทรรศการที่นำผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำไปต่อยอดสร้างรายได้ เช่น ถั่วแระญี่ปุ่น มีโปรตีนสูง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน นำมาทำเครื่องดื่มน้ำนมถั่วแระญี่ปุ่นผสมข้าวกล้องงอก, ผงถั่วแระ นำไปประกอบอาหารและปุ๋ยชีวภาพผสมเศษถั่วแระ / วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชร นำเนื้อตาลโตนดสุกมาพัฒนาด้วยกรรมวิธีอบแห้ง เป็นผง คล้ายแป้งนำไปทำขนมหรือเค้กได้สะดวก ส่วนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี เพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำพื้นถิ่น แปรรูปปลาแรด เป็นคุกกี้ปลาแรด จุดเด่นมีโปรตีนสูงกว่าคุกกี้เนยในท้องตลาดถึง ร้อยละ 59 และเส้นพาสต้ากึ่งสำเร็จรูปเสริมแคลเซียมด้วยผงก้างปลาแรด / ผลงานวิชาการเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับเกษตรกร นำไปต่อยอดการประกอบอาชีพในอนาคต และเปิดประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้สมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ ฯ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อชุมชนต่อไป

ภาพ-ข่าว : ส.ปชส.สตูล

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

วงการชาชักตะลึง! ชาชักหลอดยาว ตอบโจทย์สาย Content พร้อมคิดเมนูชารักษ์สุขภาพ และเมนูโรตีสุดแนวเอาใจวัยรุ่น นวัตกรรมใหม่ของการกินโรตีชาชัก

วงการชาชักตะลึง! ชาชักหลอดยาว ตอบโจทย์สาย Content พร้อมคิดเมนูชารักษ์สุขภาพ และเมนูโรตีสุดแนวเอาใจวัยรุ่น นวัตกรรมใหม่ของการกินโรตีชาชัก

           ที่บริเวณสตูลจีโอพาร์คเกตเวย์ ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ภายในงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอันดามัน (CBT Andaman) 2024 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2568

          ที่นี่มีการปฏิวัติวงการชาชัก! บังฟานโรตีชาชักสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการดื่มที่สตูล   ในโลกของเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันสูง ร้านบังฟานโรตีชาชัก ได้พิสูจน์แล้วว่า นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างไร

      โดยมีการโชว์ชาชักหลอดยาว  ความแปลกที่ท้าทายจินตนาการ  หากคุณคิดว่าการดื่มชาชักเป็นเรื่องธรรมดา ร้านบังฟานจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า มันสามารถเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นได้ ด้วยนวัตกรรม “ชาชักหลอดยาว” ที่มีความยาวถึง 1 เมตร ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการดื่มชาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เพียงเพิ่มค่าบริการเพียง 5 บาท

          นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชาชักเพื่อสุขภาพ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

          สำหรับคนที่กังวลเรื่องคาเฟอีน ร้านบังฟานมีไอเดียสุดเจ๋ง! “ชาชักลาเต้” เครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างชาและนมสด ลดความเข้มข้นของคาเฟอีน พร้อมเสิร์ฟในราคาเพียง 40 บาท

         โรตีสุดสร้างสรรค์  เมนูที่ถูกใจคนรุ่นใหม่

          นอกเหนือจากชาชัก ทางร้านยังนำเสนอโรตีในรูปแบบ Gift Set ที่มีท็อปปิ้งหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเม็ดมะม่วง ลูกเกด ช็อกโกแลต หรือฝอยทอง ในราคาเพียง 40 บาทต่อกล่อง หรือซื้อ 3 กล่องในราคาพิเศษเพียง 100 บาท

         นางศิรินทรา  หยันยามีน  เจ้าของร้านบอกว่า กลยุทธ์การตลาดที่ฉีกกฎ บังฟานโรตีชาชักไม่เพียงแต่นำเสนอเครื่องดื่มและอาหาร แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้า ด้วยการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่

 

          ติดต่อและสถานที่ ตั้งอยู่ที่ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  มี 4 สาขา ( สตูล 2 สาขาหาดใหญ่ 2 สาขา)  พร้อมบริการออกบูธตามงานเทศกาลต่างๆ ร้านบังฟานโรตีชาชัก: มากกว่าเครื่องดื่ม คือประสบการณ์ ไอดี 0918302698

……..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

6 จังหวัดอันดามันจัดใหญ่! มหกรรมท่องเที่ยวชุมชน CBT Andaman 2024 ดึง Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

6 จังหวัดอันดามันจัดใหญ่! มหกรรมท่องเที่ยวชุมชน CBT Andaman 2024 ดึง Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

         ที่บริเวณสตูลจีโอพาร์คเกตเวย์ ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอันดามัน (CBT Andaman) 2024 โดยมีทพญ.สุกีรติ กปิลกาญจน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล นางสาวดุษฎี พฤษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ระนอง ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอควนโดน ผู้นำท้องถิ่น เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนกลุ่มจังหวัดอันดามัน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

         นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สนับสนุนการนำ Soft Power ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมากระตุ้นด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนทั้ง 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยจังหวัดสตูล ได้มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอีก 5 จังหวัด ดำเนินโครงการมหกรรมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอันดามัน 2024 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัดได้แก่ จังหวัดระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

            ทั้งนี้ภายในงานฯ มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์และอาหารของ 6 จังหวัดกลุ่มอันดามัน จำนวน 100 บูธ , จุดเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวของทั้ง 6 จังหวัด , จุดแลนด์มาร์คซุ้มรูปหัวใจ , การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านทางสื่อออนไลน์ (ไลฟ์สด) , การเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชนอันดามัน” พร้อมชมการแสดงจากศิลปวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด คือ รำว่าวควาย , มโนราห์ , รองเง็ง , ดาระ , ระบำกราภูงา และระบำร่อนแร่ ตลอดจนชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ประกอบด้วย อู๋ พันทาง , วง The Test ใบเตย อาร์สยาม , เฟียส ศิริวุฒิ , วง ฟิน , วง The Border , วง Lomosonic และศิลปินในจังหวัดสตูล จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานตามวันดังกล่าว

…………………………

อัพเดทล่าสุด