Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล – เงินสะพัดสงกรานต์ไม่น้อยกว่า  50 ล้าน ททท.เชื่อทางบกและทะเลนิยมเที่ยวเยอะสุด ขณะที่ทัพเรือดูแลความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่น

สตูล – เงินสะพัดสงกรานต์ไม่น้อยกว่า  50 ล้าน ททท.เชื่อทางบกและทะเลนิยมเที่ยวเยอะสุด ขณะที่ทัพเรือดูแลความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่น

         หยุดยาววันสงกรานต์หลายแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจะได้รับความนิยมเดินทางมาพักผ่อน  เหมือนอย่างเช่นที่ ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง  เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล คึกคักและเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยววันละร่วม พันคน

        ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะหลีเป๊ะ (นรภ.ทร.ก.หลีเป๊ะ) ต้อง   ออกมาคอยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว  ตั้งแต่การขึ้นลงเรือ การเฝ้าระวังและอำนวยความสะดวก  ขณะที่นักท่องเที่ยวพักผ่อนตามหมู่เกาะ เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการร้องขอ

         ขณะที่นายไพรัช  สุขงาม  ผอ.ททท.สำนักงานสตูล  เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวในวันหยุดยาวในพื้นที่จังหวัดสตูลค่าเฉลี่ยวันละ 10 ล้านบาทในพื้นที่จังหวัดสตูลทั้งทางบก และทางทะเล สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน แรงงานมีสะพัดในห้วงวันหยุดยาว 5 วันนี้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท  โดยจังหวัดสตูลสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีทั้งทางบก และทางทะเล เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ น้ำตก ป่าเขา ทะเล  และเกาะแก่งมากมาย

…………………………..

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

สงกรานต์สตูลโชว์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ปรุงเมนูพื้นถิ่น   ล่องแก่งวังสายทองเล่นน้ำคลายร้อน  โหม๋เรา  หนุกหนาน ที่ลานหน้าถ้ำ

สงกรานต์สตูล  โชว์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ปรุงเมนูพื้นถิ่น   ล่องแก่งวังสายทองเล่นน้ำคลายร้อน  โหม๋เรา  หนุกหนาน ที่ลานหน้าถ้ำ

        เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ไทยในวันหยุดยาว   ที่จ.สตูลปีนี้ไม่แพ้จังหวัดไหนจัดงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามบริบทท้องถิ่นโดยนางปุณณานันท์  ทองหยู   ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ร่วมกับ นายไพรัช  สุขงาม  ผอ. ททท.สำนักงานสตูล ,นายประสิทธิ์  เลียงประสิทธิ์  นายกอบจ.สตูล และเจ้าบ้าน นายสนั่น  ศิริสม นายกอบต.น้ำผุด  ภายใต้สโลแกน   (โหม๋เรา  หนุกหนาน ที่ลานหน้าถ้ำ)  ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2567  ซอยถ้ำเจ็ดคต หมู่ที่ 10 บ้านวังนาใน ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อรอบรับนักท่องเที่ยวหลังนักท่องเที่ยวเล่นน้ำปะแป้งแล้ว  

          โดยเชิญนายคณิต  คงช่วย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และนายวรศิษฎ์  เลียงประสิทธิ์  ส.ส.เขต 2 สตูล และนายธีระพงษ์  คุ่มเคี่ยม นายอำเภอละงู  มาเป็นประธานเชิญชวนและโชว์ของดีพื้นถิ่นมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมได้ชิมช็อป    อาทิ  การโชว์การทำข้าวหลามจากกระบอกไม้ไผ่จากป่าต้นน้ำ  การทำขนมจากขนมพื้นเมือง  การทำขนมครก  ขนมพิม  และการแข่งขันการทำอาหารพื้นถิ่น  อย่าง  แกงไก่กับหยวก   ยำผักกูด   และเมนูห่อหมกหอยโล่ (หอยที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์และรับประทานตามฤดูกาล มีรสชาติกรอบหนึบอร่อยคล้ายหอยขม แต่ไม่มีรสขม)    โชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมและได้ชมเมนูที่นำวัตถุดิบมาจากพื้นที่มาปรุงเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของตำบลน้ำผุดให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนตำบลน้ำผุดได้รับประทาน     และมีการมอบรางวัลเพื่อการันตีว่าที่ตำบลน้ำผุดมีกลุ่มแม่บ้านที่มีฝีมือระดับต้น ๆ  ในการทำเมนูพื้นถิ่นอร่อย   รวมทั้งรางวัลการละเล่นพื้นบ้านให้กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ก่อนจะร่วมกันเปิดงานอย่างเป็นทางการ 

 

           อีกทั้งกิจกรรมโหม๋เรา หนุกหนาน  ที่ลานหน้าถ้ำ  ในวันสงกรานต์ยังมีการจัดกิจกรรมใกล้แหล่งน้ำซึ่งเป็นคลองลำโลน  จุดล่องแก่งวังสายทอง แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของตำบลน้ำผุด อำเภอละงู ที่ปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ขาดสายเพื่อมาล่องแก่ง และพักผ่อนโดยเฉพาะในวันสงกรานต์ และในช่วงสภาพอากาศที่ร้อนแบบนี้แหล่งท่องเที่ยวที่นี่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

…………………………..

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

ท่าเรือชายแดนไทย – มาเลเซียคึกคัก  นักท่องเที่ยวแรงงานทยอยเดินทางกลับ ตำรวจเข้มจับเป่าแอลกอฮอล์และตรวจยาเสพติด หลังประกาศเป็นท่าเรือสีขาวสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลกที่เดินทางเข้ามา

ท่าเรือชายแดนไทย – มาเลเซียคึกคัก  นักท่องเที่ยวแรงงานทยอยเดินทางกลับ ตำรวจเข้มจับเป่าแอลกอฮอล์และตรวจยาเสพติด หลังประกาศเป็นท่าเรือสีขาวสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลกที่เดินทางเข้ามา

          วันที่ 11 เมษายน 2567   ที่ด่านชายแดนท่าเทียบเรือตำมะลัง  ตำบลตำมะลัง  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  ซึ่งเป็นด่านชายแดนระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย  โดยทันทีที่เรือระหว่างประเทศเข้าเทียบท่าแรงงานและนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 100 คน  ทยอยเดินทางขึ้นฝั่งเพื่อเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลฮารีรายอในในประเทศ   สร้างบรรยากาศคึกคักให้กับท่าเทียบเรือแห่งนี้โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ,ตรวจคนเข้าเมือง,เจ้าท่าส่วนภูมิภาค,ศุลกากรและหลายหน่วยที่เกี่ยวข้องมาคอยอำนวยความสะดวก

               ขณะที่ทางด้านพันตำรวจเอกเสกสิทธิ์   ปรากฏชื่อ  ผู้กำกับสภ.เมืองสตูล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมอำนวยความสะดวกในการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ  คนขับเรือและลูกเรือจะต้องปลอดจากแอลกอฮอล์   โดยจัดทีมเข้าสุ่มตรวจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารในท่าเรือระหว่างประเทศ  อีกทั้งได้มีการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ให้บริการเรือโดยสารเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด

 

          และเป็นท่าเรือระหว่างประเทศสีขาวอย่างแท้จริง  พร้อมที่จะให้บริการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาท่องเทีายงในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ปีใหม่ไทย

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

  ตม.สตูล นุ่งโจงกระเบน  ห่มสไบ  แจกพวงกุญแจช้างสัญลักษณ์ชาติไทยต้อนรับนักท่องเที่ยว ต่างชาติแห่เช็คอินชายแดนวังประจัน  เทศกาลสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทยคึกคัก     

ตม.สตูล นุ่งโจงกระเบน  ห่มสไบ  แจกพวงกุญแจช้างสัญลักษณ์ชาติไทยต้อนรับนักท่องเที่ยว ต่างชาติแห่เช็คอินชายแดนวังประจัน  เทศกาลสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทยคึกคัก

         (12 เม.ย.67)  เทศกาลเย็นทั่วล้า มหาสงกรานต์วันปีใหม่ไทย  ที่ชายแดนสตูลผู้บริหารนุ่งโจงกระเบน  ห่มสไบ  แจกช้างต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่สวยงาม  ชาวต่างชาติแห่ขอถ่ายรูปกันคึกคักสร้างสีสันชายแดนสตูลติดรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

 

         โดยที่ด่านพรมแดนวังประจัน  อ.ควนโดน  จ.สตูล  พันตำรวจเอกเจริญพงษ์  ขันติโล  ผกก.ตม.สตูล , พ.ต.ท.ระลึก   อินทรัศมี  รองผกก.ตม.สตูล ,  พ.ต.ท.ฉลอง  บุญร่วม  รองผกก.ตม.สตูล  ร่วมกับ นายบุญชัย   ฤกษ์ตุลา   ผู้อำนวยการส่วนควบคุมด่านศุลกากรวังประจัน   จัดธีมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วยการนุ่งโจงกระเบน และห่มสไบ มารอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาทางพรมแดนด่านวังประจัน  อ.ควนโดน จ.สตูล ที่ติดกับรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย สร้างสีสันความสวยงามอย่างไทย   ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาต่างมาขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก และรับรู้ถึงบรรยากาศและประเพณีที่สวยงาม ของเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทย

 

        โดยวันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในห้วงของการท่องเที่ยวเทศกาลฮารีรายา ซึ่งอยู่ติดพรมแดน จ.สตูล   ต่างทยอยเดินทางเข้ามากันไม่ขาดสาย   เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย  หลายคนรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจกับบรรยากาศการต้อนรับที่สวยงามอย่างไทย   โดยครั้งนี้ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูลได้จัดเตรียมเครื่องดื่มและขนม  พร้อมทั้งของที่ระลึกซึ่งเป็นพวงกุญแจช้างไทย  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ชองชาติ  พร้อมกับด่านศุลกากรวังประจัน  ที่นำน้ำดื่มมาร่วมให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในห้วงเทศกาลสงกรานต์นี้ด้วย 

           พันตำรวจเอกเจริญพงษ์   ขันติโล    ผู้กำกับด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล  บอกว่า  กิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยที่สวยงาม  ในเทศกาลวันสงกรานต์และวันปีใหม่ไทย  โดยทุกหน่วยงามในจังหวัดสตูลมีความพร้อมแล้วในการให้บริการด้านความปลอดภัย  และต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดสตูล  ที่มีความสวยงามของธรรมชาติ   อาหารการกินที่หลากหลายและการละเล่นของประเพณีไทยในวันสงกรานต์   นอกจากนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะหลีเป๊ะ   และ   ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าเทียบเรือตำมะลัง   ซึ่งทั้ง 3 ด่านทั้ง  ทางบกและทางทะเล   ก็มีความพร้อมให้บริการเหมือนกัน   ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันหยุดยาว

…………………………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

แปลกแต่จริง! ขนมทอดน้ำมันเย็น  แลมแปง  ขนมหาทานยากที่กำลังจะสูญหายไปจากหมู่บ้าน

แปลกแต่จริง! ขนมทอดน้ำมันเย็น  แลมแปง  ขนมหาทานยากที่กำลังจะสูญหายไปจากหมู่บ้าน

 

           ที่จังหวัดสตูลเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีขนมพื้นเมืองมากมาย   ดินแดนแห่งนี้มีพรหมแดนติดไทยมาเลเซีย  ทำให้วัฒนธรรมการกินมีการสืบทอดไปมา    ที่นี่จึงมีขนมที่มีชื่อแปลก ๆ และกรรมวิธีแปลกๆ แบบโบราณให้เห็นมากมาย 

 

           วันนี้ทีมข่าวไปเสาะหาขนมพื้นเมือง   ที่กำลังจะสูญหายไปจากพื้นที่    เพราะด้วยกรรมวิธีการทำที่พิเศษกว่าขนมทั่วไป  คือ    ต้องทอดในน้ำมันที่เย็นเท่านั้น  ไม่อย่างงั้น   ตัวขนมจะหักง่าย  และ เหี่ยว  หน้าตาไม่น่ารับประทาน    ขนมที่ว่านี่ก็คือ  ขนมแลมแปง  เป็นชื่อภาษามลายูที่มีความหมายเป็นห่วงคู่คล้องใจ  

 

          โดยส่วนผสมของขนมแลมแปง   ประกอบด้วย  แป้งข้าวเหนียว  ไข่ไก่  และเกลือนิดหน่อยผสมให้เข้ากัน  นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน   ปั้นเป็นห่วงคู่คล้องใจ    แล้วนำไปแช่ในน้ำมันทิ้งไว้   เพื่อไม่ให้ตัวขนมแห้ง   ก่อนที่จะนำมาทอดในน้ำมันที่เย็นในกระทะ  แล้วค่อยๆ เปิดไฟอ่อนๆ ให้ตัวขนมค่อยๆ ฟูตัวขึ้นแบบสม่ำเสมอกัน (ในขั้นตอนนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญชำนาญการพอสมควร)   ไม่อย่างนั้น   จะทำให้ตัวขนมแตกหัก  ไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการได้

 

         นางสภิณา สูสัน อายุ 40 ปี หรือ เป็นที่รู้จักในนามว่าร้านก๊ะหนา เป็นอีกหนึ่งคนที่สืบทอดการทำขนมแลมแปง ไม่น้อยกว่า 5 ปี ยอมรับว่า ขนมชนิดนี้จะต้องใช้ความอดทน ความชำนาญและความวิถีพิถัน ในการทำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะขั้นตอนการขึ้นรูปขนม และการทอดขนม ที่จะต้องให้น้ำมันมีความเย็นก่อนถึงจะใส่ตัวขนมลงไป แล้วค่อยๆเปิดไฟอ่อนๆให้ขนมพองตัวขึ้น โดยได้สืบทอดขนมนี้มาจากบรรพบุรุษ จะทำขายในช่วงเดือนฮารีรายอก่อนออกบวช 13 วันเท่านั้น ตอนนี้ในหมู่บ้านมีคนทำขนมชนิดนี้น้อยมาก ไม่เกิน 5 คนที่ทำขนมนี้เป็น

        โดยทางครอบครัวร้านก๊ะหนา จะทำขนมต้อนรับเดือนฮารีรายอเป็นรายได้เสริม 10 กว่าวันก่อนถึงเทศกาลฮารีรายอ สร้างรายได้เสริมในห้วงนี้ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ และส่งตามร้านค้า สำหรับขนมแลมแปง เป็นขนมที่ได้รับความนิยมรับประทานเพราะมีคนทำน้อย เนื่องจากขั้นตอนที่ยุ่งยาก

        นางสาวนูรอัยนี มายาสัน อายุ 23 ปี บุตรสาวร้านก๊ะหนา ยอมรับว่าตนไม่ค่อยถนัดในเรื่องของการทำขนมแต่จะมาช่วยคุณแม่โพสต์ขายทางออนไลน์ และ รับออเดอร์ให้ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากโลกโซเชียล และอนาคตหวังว่าจะทำให้ขนมแลมแปง ขนมพื้นถิ่นในจังหวัดสตูลของตำบลควนสตอเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยจะจำหน่ายเป็นถุง 12 ชิ้นราคา 35 บาทหรือ 3 ถุง 100 บาท นอกจากนี้คุณแม่ยังทำขนมโดนัท , ขนมเขี้ยวหมีหรือขนมเขาควาย, และขนมไข่เต่าไส้สับปะรดจำหน่ายด้วย ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ 089 975 4537 หรือ 080 029 8913 เฟสบุ๊ค Noorainee Mayasan

          นางสาวบีเซาะห์ เกปัน นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สังกัดสำนักปลัด อบต.ควนสตอ จังหวัดสตูล บอกว่า ขนมพื้นถิ่นในตำบลควนสตอมีอยู่มากมายหลายชนิด อาทิ ขนมบุหงาบุดะ ขนมไข่กรอบ ขนมลา และที่สำคัญขนมแลมแปง ที่หาทานยากก็สามารถมาหาซื้อได้ที่ตำบลแห่งนี้สามารถติดต่อสอบถามที่ได้ อบต.ควนสตอ หรือ ติดต่อโดยตรงกับทางร้านค้าทำขนมที่ให้เบอร์ไว้ได้เลยค่ะ

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

แกงไตปลาฟรีเวอร์ ศิลปินชาวใต้ชื่อดัง  น้ำกชพร   ออกบทเพลงเซฟอาหารปักษ์ใต้ พร้อมชวนคนไทยไม่ลืมอาหารบรรพบุรุษที่เป็นเอกลักษณ์

แกงไตปลาฟรีเวอร์…ศิลปินชาวใต้ชื่อดัง  น้ำกชพร   ออกบทเพลงเซฟอาหารปักษ์ใต้ พร้อมชวนคนไทยไม่ลืมอาหารบรรพบุรุษที่เป็นเอกลักษณ์

           “ไตปลาไม่หรอยตรงไหน   ไตปลาคืออาหารไทย  สุดยอดอาหารของเมืองใต้  ต้องยกให้ไตปลา” ท่อนฮุกในบทเพลง “แกงไตปลา”  โดย  ศิลปิน   (น้ำ กชพร)     หรือ  น.ส.กชพร   แกล้วกล้าหาญ   ศิลปินน้องใหม่ชาวปักษ์ใต้  ได้ออกบทเพลงชื่อ  แกงไตปลา  ที่กำลังเป็นกระแสในสังคมกับการจัดอันดับของชาวต่างชาติที่ให้เป็นอาหารยอดแย่   โดยบอกถึงแรงบันดาลใจในการแต่งบทเพลงในครั้งนี้ว่า  เป็นอาหารที่ตนชอบมาก  ไม่อยากให้ใครมาบูลลี่อาหารของเรา  เพราะเป็นอาหารอันดับ 1 ในใจเรา  การที่เขียนบทเพลงนี้ออกมาอยากให้ทุกคนได้รู้ว่า   อาหารชนิดนี้คือที่หนึ่งของเรานะ  มันอาจไม่ดีสำหรับคุณแต่มันดีสำหรับเราก็เลยอยากจะอธิบายออกมาเป็นบทเพลง   อยากจะบอกว่าอย่ามาบูลลี่อาหารของประเทศของฉัน

 

          และจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น   รู้สึกขำมากกว่าว่าคุณมาตัดสินให้  แกงไตปลา  เป็นอาหารที่แย่ได้อย่างไร   คุณเอาอาหารอะไรมาตัดสิน  อาหารที่คุณคิดว่าได้ที่ 1 อาจจะเป็นที่สุดท้ายของบ้านเราก็ได้   อยู่ที่ใครเป็นคนตัดสินมันไม่ยุติธรรม  มากกว่าการมาตัดสินกันแบบนี้และอยากจะแหลงเป็นภาษาใต้ว่า   “มันไม่หรอยตรงไหน   มันหรอยนะสำหรับฉัน”

   

          ศิลปิน น้ำกชพร   บอกด้วยว่า   โดยส่วนตัวแล้วน้ำเองมีความสัมพันธ์กับแกงไตปลาเป็นอย่างมาก  เริ่มกินแกงไตปลาตั้งแต่ป.2  ป.3  เด็ก ๆ กินเกือบทุกวันช่วยแม่ขายของในตลาด  ตอนเรียนมหาวิทยาลัยราม  ก็ทำกินตลอดเลยจน  เพื่อนๆ ที่สนิทสมัยเรียนรามฯ ครูก็จะให้ฉายาว่า น้ำเคย   เพราะกินไตปลาทุกวันจนครูเรียกว่า  น้ำเคย  ภาษาใต้ก็จะเรียกแกงไตปลาว่า  น้ำเคย

 

          จริงๆในการเขียนเพลงนี้ขึ้นมา  นอกจากอยากจะสื่อให้ตัวเองสบายใจแล้ว   ก็อยากให้คนที่ไม่รู้จักแกงไตปลาได้รู้จัก  ถ้าใครไม่รู้จักก็ไม่อยากให้ใครมาบูลลี่  หรือมาจัดอันดับว่าของเราเป็นอันดับสุดท้าย  โดยคิดว่าแฟนเพลงทางใต้น่าจะโดนใจ  ก็น่าจะมีความคิดเหมือนกันกับน้ำฯ  และวันนี้จะปล่อยบทเพลง  แกงไตปลา  ออกอากาศทางยูทูป กชพรมิวสิค  TikTok น้ำ กชพร และเพจ น้ำ กชพร  พร้อมกันทั่วประเทศ

 

          สำหรับผลงานช่วงนี้ก็จะปล่อยเพลงรัวๆ ก่อนสงกรานต์อย่างบทเพลง โบ๋ชาย และยิ่งเสพข่าวในช่วงนี้ก็มีข่าวเยอะแยะมากมายเป็นแนวข่าวสะเทือนใจ   จะได้ทำเพลงทิ้งไว้ 1 เพลงที่ยังไม่ได้ปล่อย  ชื่อเพลงว่า  ปลงเท่านั้น   เวลากลับบ้านก็อยากฟังเพลงนี้มาก คือปลง  รู้สึกว่าโล่งอกและดี   หลังจากตัดปล่อยใน tiktok ก็ได้รับกระแสตอบรับดีมาก 3 วันเกือบ 20,000 คนเล่น

            สำหรับบทเพลงของ   น้ำกชพร   ก็จะมีหลายแบบ แบบที่ดังในติ๊กต๊อกเกือบล้านคลิปจะเป็นเพลงแนวให้กำลังใจ นับหนึ่งแล้วเริ่มต้นใหม่  เพลงที่เป็นที่นิยมมาก ๆ ก็จะเป็นเพลงเกี่ยวกับให้แนวคิดเหมือนอย่างบทเพลง  ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าโลง  จะให้แนวคิดว่าไม่ว่าเราจะยิ่งใหญ่แค่ไหน  รวยจน ก็ต้องตายทุกคนอย่าไปแกร่งแย่งกัน  ช่วงนี้ก็จะมีงานเข้ามาเยอะโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์จะไปเดินสายเล่นคอนเสิร์ตที่มาเลเซียไปที่รัฐเคดาห์   รัฐอลอสตาร์ 

 

          อยากจะฝากให้พี่น้องชาวใต้ทุกคนและก็เชื่อว่าพี่น้องชาวใต้ทุกคนไม่ลืม  แกงไตปลา  อย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่พ่อแม่และบรรพบุรุษของเราสืบทอดมาอย่างช้านาน  เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอและเคยรับประทาน  อาจจะชอบบ้าง  ไม่ชอบบ้าง  แต่ส่วนใหญ่ให้เป็น number one อยู่แล้ว ฝากพี่น้องทุกภาคอย่าทิ้งแกงไตปลา  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของภาคใต้เราฝากสนับสนุนเพลง  แกงไตปลา   ของน้ำกชพร  ศิลปินน้องใหม่ล่าสุดในวงการทางใต้ด้วยนะคะ 

……………………………………

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

รมว.ยธ.เยี่ยมบ้านพักใจสตูล เตรียมดันให้เป็นโมเดลภาคใต้ ที่ใช้ศาสนบำบัดคืนคนดีสู่สังคม พร้อมยอมรับการศึกษามีผลต่อการแก้ปัญหายาเสพติด

รมว.ยธ.เยี่ยมบ้านพักใจสตูล เตรียมดันให้เป็นโมเดลภาคใต้ ที่ใช้ศาสนบำบัดคืนคนดีสู่สังคม พร้อมยอมรับการศึกษามีผลต่อการแก้ปัญหายาเสพติด

             วันที่ 7 เมษายน 2567   พันตำรวจเอกทวี    สอดส่อง   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  และคณะ เดินทางลงตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหายาเสพติด   ที่บ้านพักใจ    หมู่ที่ 2 ต.บ้านควน อ.เมืองสตูล โดยมีนายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  พร้อมด้วยปลัดจังหวัดสตูล  และนายกอบต.บ้านควนและส่วนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ   พร้อมพบปะมอบนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด   ให้กับแกนนำตำบลอาสา  9 ตำบล  ก่อนมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัดสตูล  และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของเรือนจำจังหวัดสตูล 

           จากนั้นพันตำรวจเอกทวี  สอดส่อง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ได้เปิดเผยเกี่ยวกับแนวทางภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติด   เหมือนอย่างเช่นที่จุด  “บ้านพักใจ”  ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ว่า  บ้านพักใจ   ที่นี่เป็นสถานที่หนึ่งเป็นพักใจจริง ๆ  ที่เกิดขึ้นจากภาคประชาชนที่ลุกขึ้นมาร่วมแก้ปัญหาที่เกิดจากประสบการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดด้วยตัวเองจากลูกของเจ้าของสถานที่   เกี่ยวข้องไปติดยาเสพติดและต้องไปบำบัด  ฟื้นฟู  รักษาในสถานที่อื่น   ชุมชนโดยเฉพาะในสตูลหลายแห่งก็ติดยาเสพติด   ก็ลุกขึ้นมาเพื่อทำประโยชน์ต่อสังคม  จึงมีสถานที่นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในการฟื้นฟู   กลุ่มบำบัด  เกี่ยวกับผู้ที่ติดยาเสพติด  ที่อยากให้กำลังใจเพราะปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ปัญหา  ทุกรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลนี้  ที่ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเข้าไปอยู่ในสังคม 

          เมื่อดูแล้วพบว่าสถานที่แห่งนี้  เอกชนได้ช่วยงานราชการ   ส่วนราชการของบประมาณเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดถึง 28 หน่วยงาน  แต่ที่นี่ไม่ได้ของบประมาณเลย  แต่แก้ปัญหายาเสพติดให้เราเห็นสภาพ   โดยใช้จุดแข็งคือศาสนบำบัด  โดยเฉพาะที่สำคัญในฐานะ  รัฐมนตรียุติธรรม  อยากจะทีมงานภาคประชาชนที่ลุกขึ้นมาช่วยแก้ปัญหายาเสพติด   คือทางภาครัฐทำเป็นเต็มที่แล้ว  แต่ภาครัฐไม่ได้นอนในหมู่บ้าน  ชุมชน   ภาครัฐจะเป็นผู้หวังดี  แต่ชุมชนจะเป็นผู้รู้ดี   จากนี้สิ่งที่เราต้องทำก็ต้องช่วยส่งเสริมสนับสนุน   ช่วยยกระดับคุณภาพโดยเฉพาะสตูลในอนาคตเป็นโอกาสของประเทศไทย   คือการสร้างเศรษฐกิจที่ดี   การจะมีเศรษฐกิจที่ดีจังหวัดสตูลมีความพร้อมทางด้านการท่องเที่ยว   ประมง  เกษตร   เป็นศูนย์รวมความมั่นคงทางอาหารของโลกอยู่ที่สตูล   โดยเฉพาะหลังๆเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นมรดกโลก    ถ้าสังคมสตูลได้ประชากรมีขีดความสามารถในทศวรรษหน้า   หากติดยาเสพติดก็จะเป็นปัญหาต่อการพัฒนามาก   ก็จะส่งเสริมสนับสนุนที่พักที่นอนและการปฏิบัติศาสนกิจที่ยังขาด

            ช่วงเปลี่ยนผ่านยังไม่พร้อม   ไปที่ไหนก็อยากให้มีศูนย์บำบัดเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผู้เสพหรือผู้ป่วยไม่ไป   ก็เหมือนสร้างแล้วเป็นสุสาน   เพราะมันอยู่ที่ตัวคุณด้วย   วันนี้ โมเดลของบ้านพักใจก็เป็นหนึ่งในโมเดลที่เราคิดว่าจะขยายไปในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดในภาคใต้   ซึ่งมีชุมชนเป็นพี่น้องมุสลิม   แต่ในศูนย์บำบัดที่มีใครพุทธด้วยอันนี้  มุสลิมด้วย  ก็เป็นสิ่งที่ดี   ที่มีประชาชนสงสัยเพราะได้คุยกับหมอชลน่านแล้ว  ต่อจากนี้จะจับมือกันเดิน ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเราต้องทำมากกว่าพูด   พูดในสิ่งที่ดีเราจะปรับปรุงตัว

          เราพร้อมสนับสนุน ในภาคประชาชนถ้าเข้ามาช่วยเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรม  อย่างน้อยตัวผมสนับสนุนเต็มที่ตอนนี้มีตำบลต่าง ๆ อาสาในพื้นที่ 70  และในวันที่ 20 เดือนหน้าก็จะไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนในภาคกลาง  ลพบุรีมีนายกเก่ง โครงสร้างชุมชนในการฟื้นฟูยาเสพติด  แต่เขาก้าวไปมากกว่ายาเสพติดเป็นการฟื้นฟูคนให้มีอนาคตที่ดี

#รมว.ยธ.ยอมรับอ่อนประชาสัมพันธ์ แนวทางสร้างความเข้าใจสังคม  

         ผู้สื่อข่าวถามว่าให้เปอร์เซ็นต์การปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้อย่างไรบ้าง?     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  บอกด้วยว่า   เรื่องสกัดกั้นเราทำเยอะแล้ว  แต่เราอาจต้องก้าวผ่าน   ถ้าประชาชนยังมีความหวาดวิตกหรือกังวลกับ ยาบ้า  หรือยาเสพติด   อันนั้นถือว่ารัฐบาลยังไม่ผ่าน   แล้วสิ่งหนึ่งที่ผ่านมาคือเราจะเห็นข่าวอาชญากรรม  พอมีข่าวมีผลมาจากยาเสพติดซึ่งคือผู้ป่วยจิตเวช   ซึ่งความจริงผู้ป่วยจิตเวชมีเป็นล้าน   ยาเสพติดไม่เยอะ   สาเหตุของจิตเวชก็มาหลายแห่ง   พอผู้ก่อเหตุจากจิตเวชก็จะโยนให้ยาเสพติด  เราก็ต้องทำความเข้าใจ   เราก็อย่าไปปฏิเสธว่าไม่ใช่ยาเสพติด  หน้าที่เราเราต้องไปรักษาคนที่ป่วยเป็นจิตเวช  เพราะจิตเวชต้องรักษาด้วยยา  ถ้าขาดยาเคมีไปทำลายสมอง เหมือนคนที่เป็นเบาหวานเป็นความดันอย่าไปรังเกียจเขา  เราอาจจะเอาสองอันมาผนวก   ต้องเสมอต้นต้นเสมอปลายในการให้ยา   บางทีเรามาแยกว่าจิตเวชเพราะยาเสพติด  หรือจิตเวชเพราะอื่น ๆ หมอก็ยังแยกไม่ได้   แต่สื่อมวลชนแยกแล้วก็ทำให้ยาเสพติดน่ากลัว

 

# รมว.ยธ.เชื่อการศึกษามีผลต่อการแก้ปัญหายาเสพติด

         ผู้สื่อถามว่าการทำงานในขณะนี้ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่ในการแก้ปัญหายาเสพติด? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ตอบว่า  คิดว่าเราเดินทางมาถูกต้องแล้ว  ทุกคนตระหนักถึงยาเสพติดด้วยกัน   เราก็ต้องแก้ปัญหามันอาจจะหมักหมมมานานว่าปัญหายาเสพติดส่วนหนึ่ง   ที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดจากคนไม่มีการศึกษา  หรือการศึกษาน้อยจะถูกดำเนินคดี  เพราะผู้ต้องขังในเรือนจำพบว่ามีการการศึกษาต่ำกว่าภาคบังคับประมาณ 75%   นี่แสดงว่าการศึกษาภาคบังคับในประเทศไทยต้องให้เกิน   การแก้ปัญหายาเสพติด  ก็คือการแก้ปัญหาการศึกษา  ทำอย่างไรให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชนได้เรียนจบ ม.6 ทั้งหมด   อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้เพราะทุกคนได้รับเงินจากรัฐบาลผ่านกระทรวงศึกษาคนละประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท เพื่อให้ได้รับการศึกษาก็จะช่วยลดในการแก้ปัญหายาเสพติด

…………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ชวนล่องเรือหา  สาหร่ายสาย  เรียบป่าโกงกางเมนูธรรมชาติพื้นถิ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง  มีเยอะฤดูแล้ง เตรียมส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

สตูลชวนล่องเรือหา  สาหร่ายสาย  เรียบป่าโกงกางเมนูธรรมชาติพื้นถิ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง  มีเยอะฤดูแล้ง เตรียมส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

            ในช่วงน้ำ 14 ถึง 15 ค่ำ  และ 1 ถึง 2 ค่ำฤดูแล้งชาวบ้านหมู่ที่ 8 บ้านนาพญา  ตำบลละงู อำเภอละงู  จังหวัดสตูล  จะนำเรือออกล่องไปตามลำคลองเรียบป่าโกงกางเพื่อหา  สาหร่ายสาย (สาหร่ายขนนก)  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหา  ลาโต๊ส  , ลาสาย หรือ สาย

          โดยแหล่งหาสาหร่ายสาย   จะมีด้วยกัน 2 ลำคลองคือ 1 โซนท่านาพญา  และ 2 โซนท่าพะยอม   ทันทีระดับน้ำในลำคลองลดลง   จนเกือบถึงยอดอกชาวบ้านที่ว่างเว้นการออกเรือหาปูดำ  หรือออกเรือหาแมงกะพรุน  ก็จะพากันออกไปหาในช่วงฤดูแล้งเพื่อเป็นรายได้เสริม

         โดยทุกคนที่มาหาจะมีทั้งวัยรุ่นและผู้สูงอายุอย่างคุณลุงปิยะศักดิ์  เภอสม  วัย  68  ปี ที่ยอมรับว่าออกมาหาสาย  ตั้งแต่วัยหนุ่มนานถึง 30 ปีแล้ว   โดยเคยหามากสุดในชีวิตคือ 40 กิโลกรัม เมื่อหลายสิบปีก่อน  แต่ตอนนี้หาได้มากสุด 10 กว่ากิโลกรัม   โดยอุปกรณ์ก็จะมีแว่นตาดำน้ำ   และภาชนะสำหรับใส่   สาหร่ายสาย  โดยการหาในแต่ละครั้งจะต้องดำดิ่งลงไปในน้ำที่มีความลึกประมาณยอดอก  แต่หากลึกกว่านั้น   ก็จะหลีกเลี่ยงไปหาพื้นที่อื่นเพื่อเซฟร่างกายด้วยเช่นกัน   เพราะจะต้องกลั้นหายใจให้นานเพื่อที่จะไปดึง สาหร่ายสาย   ขึ้นมาจากน้ำให้ได้

        น้องวินกับน้องแม๊ค    บอกว่า  หากวันไหนไม่ออกเรือหาปูดำ  หรือหาแมงกะพรุน  พอเข้าสู่ฤดูแล้งก็จะออกมาหา   สาหร่ายสาย  หรือ  สาย  โดยช่วงแรก ๆ ก็จะออกมาหากับคุณพ่อ   พอรู้แหล่งพิกัดก็จะออกมาหาตามลำพัง     โดยพบว่า  สาหร่ายสาย  มักจะอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อนริมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์   เมื่อกระโดดลงน้ำและเท้าถึงพื้น   สัมผัสว่ามีความนิ่มก็หมายความว่าบริเวณนั้นมี  สาหร่ายสาย  เป็นจำนวนมากนั่นเอง   ใน 1 ปีหาได้เพียงไม่กี่เดือน  โดยจะหาได้มากสุดก็ช่วงที่น้ำลดลงต่ำสุด  เพราะต้องใช้ความชำนาญในการกลั้นลมหายใจในการดำน้ำดึงสาหร่ายขึ้นมา  

          การออกมาหา  สาหร่ายสาย(สาหร่ายขนนก) หรือ  ลาโต๊ส  ในครั้งนี้ทีมเกษตรอำเภอละงูและทีมผู้ใหญ่บ้านรวมทั้งสมาชิกอบต.ละงู  ก็หวังจะผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  กับอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อที่มีลักษณะเฉพาะ  เพราะจะมีทานในช่วงน้ำลงและฤดูแล้งเท่านั้น 

          นางสาวมนัสนันท์   นุ่นแก้ว   เกษตรอำเภอละงู  บอกว่า  หลังจากลงพื้นที่ในครั้งนี้จะเข้ามาส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันส่งเสริมอาชีพ  ร่วมกันทำกิจกรรม เช่น  การอนุรักษ์สาหร่ายสายให้อยู่คู่กับลูกหลาน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   โดยจะทำร่วมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่นเพื่อต่อยอด   โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอละงู

 

           นายตารอด   ใบหลำ   ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8  บอกว่า   สาหร่ายสาย  นับเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการเป็นอย่างมากและที่นี่ก็จัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่มีสาหร่ายสาย หรือ  ลาโต๊ส  เยอะที่สุดอีกหนึ่งแหล่งในจังหวัดสตูล   โดยอนาคตก็เตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์มาดูวิถีชีวิตของชาวบ้านในการหาสาหร่าย   ชิมกันสดๆ  ถึงอรรถรสความกรอบ  ใหม่สดของสาหร่ายชนิดนี้  ที่ชาวบ้านนาพญา  ตำบลละงู  อำเภอละงูจังหวัดสตูลพร้อมดูแล  

         

         ด้าน   กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 สตูล  ได้ศึกษาวิจัยการใช้  สาหร่ายสาย  หรือ  สาหร่ายขนนก  พบสรรพคุณที่โดดเด่นคือมีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็งมีวิตามินที่ร่างกายต้องการ     สาหร่ายชนิดนี้จะเจริญเติบโตในที่มีคุณภาพน้ำที่สะอาดเท่านั้น   ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้รับประทานเป็นผักจิ้ม (โดยการล้างให้สะอาดก่อนนำมากิน เพราะสาหร่ายสายเมื่อถูกน้ำจืดเพียงไม่นานก็จะตายหากไม่รีบทาน )   พบในช่วงฤดูแล้งเดือนมีนาคม – พฤษภาคมและจะเริ่มลดลงเมื่อเข้าหน้าฝนในช่วงมิถุนายนถึงตุลาคม   สำหรับพื้นที่พบสาหร่ายสาย   ตามแนวชายฝั่งอำเภอท่าแพ,ละงู ,ทุ่งหว้า  เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมีลักษณะเป็นหินดินดานเป็นโคลนทราย

 

           พื้นที่ความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนนั้นพบว่า  มีคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อม   สรรพสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดที่เข้ามาพึ่งพิงจะใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน   ในแง่ของแหล่งอาหารที่อยู่อาศัยแหล่งหลบภัยเช่นเดียวกับสาหร่ายสาย หรือ สาหร่ายขนนก   ที่ยึดเอาป่าชายเลนเป็นเสมือนบ้านของตนเองยังคุณประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น   ได้เก็บหามาบริโภคในครัวเรือน   และยังสามารถขายเพื่อเป็นรายได้จนเจอครอบครัวอีกด้วย    นับเป็นการเกื้อกูลเอื้อประโยชน์แก่กัน    ทั้งป่าชายเลน  สาหร่าย  และชาวบ้านในบริเวณนั้นประโยชน์จากสาหร่ายสาย   ชาวบ้านมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปสู่วิถีแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นได้ต่อไป

         ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 064-0456565

………………………………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ชาวสตูลแห่สั่งแกงไตปลาเพื่อประกาศศักดา   เมนูยอดเยี่ยม  แนะวิธีทานไม่ใช่ซุป แม่ค้าลั่นกระแสตีกลับรับออเดอร์กันรัวๆ

สตูล-ชาวสตูลแห่สั่งแกงไตปลาเพื่อประกาศศักดา   เมนูยอดเยี่ยม  แนะวิธีทานไม่ใช่ซุป แม่ค้าลั่นกระแสตีกลับรับออเดอร์กันรัวๆ

 

        วันที่ 4 เมษายน 67  หลังต่างชาติได้จัดอันดับให้เมนูพื้นถิ่นปักษ์ใต้อย่างแกงไตปลาเป็นเมนูยอดแย่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก   ได้มีกระแสตีกลับส่งผลให้ order  หลายร้านสั่งกันรัวๆ  เพิ่มยอดขายให้กับหลายร้านค้าในพื้นที่จังหวัดสตูล 

        อย่างเช่นที่ร้านอาหารน้องเบียร์  (ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดสตูล) ตำบลพิมาน  อำเภอเมืองสตูล  ร้านอาหารเก่าแก่ ที่เปิดมานานกว่า 35 ปี ที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับอาหารพื้นถิ่นปักษ์ใต้โดยเฉพาะเมนูแกงไตปลา  มียอดสั่งรัวๆ จากลูกค้าเข้าเช้าเดียวถึง  40 ชุด  โดยสั่งเป็นกับข้าว  บ้างสั่งเป็นอาหารชุดทานกับหมูฮ้อง(เมนูพื้นที่)    บ้างก็สั่งทานกับขนมจีน  ทำให้เมนูที่ต่างชาติบอกว่าเป็นเมนูยอดแย่  แต่ในภาคใต้  กับเป็นเมนูยอดเยี่ยม และทำเงินสร้างงานให้กับหลายร้านค้า

 

        นางอุไรวรรณ  ธชพันธ์   แม่ครัวมือหนึ่งของร้านอาหารน้องเบียร์ บอกว่า  สูตรความอร่อยของแกงไตปลา  อยู่ที่เครื่องแกงและไตปลาที่ใช้ของแต่ละครัว  เหมือนอย่างที่ร้านจะใช้ไตปลาจรวด และเครื่องแกงที่ทำเองแบบสดวันต่อวัน  นอกจากนี้ส่วนผสม  เหมือนอย่างที่ร้าน  จะใส่หน่อไม้  มะเขือพวง กุ้งสดสับเพิ่มความเข้มข้นของน้ำแกงไตปลา   เนื้อปลาหางแข็งที่ผ่านการย่างให้แห้งแกะเป็นชิ้นใหญ่ๆ   แล้วนำส่วนผสมทุกอย่าง  ใส่ลงไปทันทีที่เครื่องแกงไตปลาเดือด  โดยไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติม  เพราะแกงไตปลามีความเค็ม  มีความหวานของปลา   กุ้งสับ  และความหวานของผักที่ใส่อยู่ในตัวอยู่แล้ว 

       

        ด้านนางอจรี   ธชพันธ์   เจ้าของร้านบอกว่า   หลังการจัดอันดับให้เมนูแกงไตปลาเป็นเมนูยอดแย่ในเรื่องนี้เห็นว่า   ชาวต่างชาติอาจจะทานแกงไตปลาไม่เป็น   อาจจะทานเหมือนกับทานซุป   ตักซดเพียวๆ   ก็ทำให้รสชาติดูเหมือนแย่ได้   แต่การทานแกงไตปลาของทางภาคใต้จะต้องราดบนข้าวสวยร้อนๆ  หรือทานกับขนมจีน  หรือจะต้องมีเครื่องเคียงอย่างหมูฮ้อง  ก็ใช้ความหวานตัดรสชาติก็จะยิ่งเพิ่มความอร่อย  หรือจะเป็นไข่ต้ม  นับเป็นอาหารที่ยอดเยี่ยมของคนภาคใต้มากกว่าจะให้เป็นอาหารยอดแย่    

       

         และยิ่งมีการจัดอันดับให้เป็นอาหารยอดแย่ของชาวต่างชาตินั้นยิ่งทำให้มีออเดอร์สั่งอาหารเมนูแกงไตปลาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเหมือนอย่างเช่นวันนี้   มีลูกค้าสั่งเข้ามาทันที เพื่อจะยืนยันว่าเมนูแกงไตปลาเป็นอาหารยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง  หากลูกค้าท่านใดสนใจอยากชิมเมนูแกงไตปลาสูตรร้านอาหารน้องเบียร์สามารถต่อได้ที่หมายเลข  074-722-490 

………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ร้อนนี้ปลูกอ้อยขายน้ำ   สร้างเงินเดือนแตะแสนบาท  

สตูล-ร้อนนี้ปลูกอ้อยขายน้ำ   สร้างเงินเดือนแตะแสนบาท  

          ในช่วงสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งในระยะนี้  ได้ส่งผลให้ไร่อ้อยในพื้นที่หมู่ 4 บ้านลาหงา  ตำบลละงู  อำเภอละงู จังหวัดสตูล  มีรสชาติที่หวานหอมและพร้อมจะบริโภค  สู่ตลาดที่มีความต้องการในระยะนี้เพื่อดื่มคลายร้อน

          นายเจ๊ะหยัน   ลัดเลีย  วัย 74 ปี เปิดเผยว่า  ทำมาแล้วหลายอาชีพ  ทั้งประมงและทัวร์นำเที่ยว  แต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต  เมื่อหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำไร่อ้อยแม้จะเป็นอาชีพที่ไม่โดดเด่น   แต่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้  โดยตัดสินใจโค่นต้นยางพารา 7 ไร่  เพื่อปลูกอ้อยพันธุ์  สายน้ำผึ้งนานร่วม 12 ปี  ด้วยรสชาติอร่อย  หอม  หวาน  ขายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน  ยอดสั่งซื้อจะดีมากหลายเท่าตัว  

         การปลูกอ้อยสำหรับคุณลุงเจ๊ะหยัน  จะปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตนานถึง 7 ปี จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่  เพียงตัดให้เหลือหน่อไว้   การดูแลให้ปุ๋ย  บำรุงดิน  และตกแต่งพันธุ์อ้อยให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์  ตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภคที่นิยมซื้อเป็นลำเพื่อไปขายต่อ  และสั่งเป็นน้ำอ้อยที่คั้นสำเร็จรูปก็สร้างรายได้อย่างงามให้กับครอบครัวของคุณลุงเจ๊ะหยัน

         วิธีการเลือกต้นอ้อยที่สามารถตัดขายได้ต้องอายุ 8 เดือนขึ้นไป เลือกสีลำอ้อยที่น้ำตาลแก่เข้ม ลูกค้าจะจะมาซื้อเป็นลำวันละ 400-600 กิโลกรัม จำหน่ายกิโลกรัมละ 6 บาท หากทำเป็นน้ำอ้อยคั้นขายวันละ 200 ถุงจำหน่ายถุงละ 7 บาทหากเป็นขวดละ 10 บาท    สำหรับพื้นที่หมู่ 4 บ้านลาหงา  จะปลูกต้นอ้อยไม่น้อยกว่า  200 ไร่ เฉลี่ยเจ้าละประมาณ 3 ไร่ โดยอ้อยที่ปลูกพันธุ์สายน้ำผึ้งจะมีเปลือกที่บาง ลูกค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็มาหาซื้ออ้อยจากที่นี่

          นายเจ๊ะหยัน   ลัดเลีย  วัย 74 ปี  บอกด้วยว่า   โดยอ้อยพันธุ์นี้มีรสชาติหวานหอม  ก่อนหน้านี้เคยปลูกพันธุ์สิงคโปร์ช่วงหลังๆไม่ได้รับความนิยม  การปลูกอ้อยอยู่ที่การดูแลบางคนปลูก 1 ปีหรือ 2 ปีก็ผ่านพ้นไม่ได้ตกแต่งดูแล สำหรับของป๊ะดูแลพันธุ์อ้อยเพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ 6-7 ปี สร้างรายได้ปีละแสนบาท  อนาคตอยากจะกระตุ้นให้ลูกหลานเดินตามรอยแปรรูปและส่งเสริมการปลูกอ้อยเป็นสินค้า OTOP จากอ้อยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาหมู่บ้านเรา  หากสนใจติดต่อมาช่องทางเบอร์โทร 082-4283950

 

         นายวิทวัส เกษา  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านลาหงา  บอกว่า  ก่อนหน้านี้จะมีการปลูกปาล์มน้ำมัน ในช่วงนั้นต้นปาล์มยังเล็กอยู่ก็มีการนำอ้อยมาปลูกเสริม  ในช่วงแรกๆก็จะเป็นการเร่ขายภายในหมู่บ้าน  หลังจากนั้นก็มีเพื่อนบ้านต่างจังหวัดเข้ามาซื้อ  วันละหลายตัน  ในขณะนั้นก็จะมีเพียง 5-6 เจ้าเท่านั้น แล้วปัจจุบันก็มีหลายร้อยไร่  ตอนนี้ 10 กว่าเจ้าภายในหมู่บ้านขายตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำขายน้ำอ้อย 

 

          นางสาวมนัสนันท์   นุ่นแก้ว  เกษตรอำเภอละงู  บอกว่า  จากลงพื้นที่ทางสำนักงานเกษตรอำเภอละงูจะเข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย  สำหรับพื้นที่ตรงนี้  หมู่ที่ 4 บ้านลาหงา  มีการปลูกอ้อยร้อยกว่าไร่ กับเกษตรกร 20 กว่าราย  จะผลักดันให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อจดวิสาหกิจชุมชนโดยทางเกษตรอำเภอละงู  จะเข้ามาส่งเสริมในเรื่องของการบริหารจัดการกลุ่ม  การแปรรูป  เท่าที่ดูกลุ่มนี้ก็มีการแปรรูปเบื้องต้น ทั้งแปรรูปเป็นน้ำอ้อย และน้ำตาลอ้อย อาจจะมีการต่อยอดให้มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

………………………………..

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล