Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

สัมภาษณ์พิเศษกลุ่มออกแบบ นักสร้างสรรค์ และหน่วยงานสำคัญ   ที่ช่วยผลักดัน “มาแต่ตรัง” เทศกาลท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นได้

สัมภาษณ์พิเศษกลุ่มออกแบบ นักสร้างสรรค์ และหน่วยงานสำคัญ   ที่ช่วยผลักดัน “มาแต่ตรัง” เทศกาลท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นได้

          คุณเพ็ญศิริรัตน์ อาจทวีกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง  งาน “มาแต่ตรัง” ดำเนินการภายใต้กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จังหวัดตรัง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง คุณเพ็ญศิริรัตน์ อาจทวีกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง เผยถึงแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ว่า “เราริเริ่มมาจากสำนวนโบราณของคนตรังที่มักพูดกันว่า “มาแต่ตรัง ไม่หนังก็โนราห์” ซึ่งเป็นสำนวนที่สื่อให้เห็นว่าเมืองตรังเป็นแหล่งศิลปะการแสดงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมโนราห์ หรือหนังตะลุง นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่าเมืองตรังเป็นเมืองแห่งศิลปิน ตัวคนตรังเป็นคนมีปฏิภาณไหวพริบ  มีความเป็นศิลปิน การจัดงานนี้ก็จะเหมือนเป็นการเปิดเวทีให้ศิลปิน นักสร้างสรรค์ รวมถึง  ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้มานำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความมคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมถึงสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในจังหวัดตรังด้วย”

         “นอกจากนี้เราคาดหวังในเรื่องของการสร้างเครือข่ายกลุ่มนักสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันในกลุ่มคนพื้นที่ และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในห้วงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่า รวมถึงเกิดการต่อยอดธุรกิจใหม่ และมีการรับรู้การจัดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรังเป็นวงกว้าง”

         ดร. สัญญา ศรีวิเชียร นายกเทศมนตรีนครตรัง    หนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทอย่างมากในเทศกาลท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม “มาแต่ตรัง” คือเทศบาลนครตรัง โดยดร. สัญญา ศรีวิเชียร นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า “เทศบาลนครตรังเป็นหน่วยงานท้องถิ่น มีนโยบายและภารกิจเรื่องการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และแก้จน พัฒนาคน พัฒนาเมือง เรามุ่งพัฒนาเมืองทุกส่วนให้เกิดความยั่งยืน พัฒนาสวนสาธารณะให้พี่น้องได้พักผ่อนได้ออกกำลังกาย”

           “ผมต้องการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะให้อนุชนรุ่นหลังมีความเข้าใจ อาทิ การคัดแยกขยะ การดูและแยกพลาสติกไม่ให้ลงแม่น้ำลำคลองที่จะไหลลงไปสู่ทะเล ซึ่งตอนนี้เราได้ดำเนินการทำ MOU กับมูลนิธิของเยอรมัน เราทำโครงการบำบัดน้ำเสีย ต้องการไม่ให้น้ำเสียลงคลองห้วยยาง ไม่ให้น้ำในครัวเรือนลงในคลองน้ำเย็น ทั้งสองคลองในเทศบาลนครตรัง เพื่อต้องการความยั่งยืนเช่นกัน ฉะนั้นเรามีของดีอยู่แล้ว เราก็พยายามให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคตในทุกเรื่อง”

“ซึ่งบัดนี้ น้ำในคลองห้วยยางก็ดูสะอาดมากยิ่งขึ้น คลองสวยน้ำใส สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งในทางวัฒนธรรม ในทางประวัติศาสตร์ของคลองห้วยยาง การที่เราจัดงานนี้เพื่อต้องการที่จะสืบสานพัฒนาเมืองเก่าของเรา พัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น และช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย”

 

         พยุงศักดิ์ ช่องลมกรด กลุ่ม Back Yard Cinematic พูดถึงการมีส่วนร่วมในงาน “มาแต่ตรัง” ในครั้งนี้ว่า “Back Yard Cinematic เป็นกลุ่มฉายหนังนอกกระแส เหมือนเป็นตัวเลือกหนึ่งในการดูหนัง เพิ่มความหลากหลายในการดูหนัง ปกติในตรังจะมีโรงหนังที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าซึ่งฉายหนังตลาดอยู่แล้ว เราเป็นกลุ่มที่เพิ่มมุมมอง เพิ่มกิจกรรมในการดูหนังขึ้นมา อาจจะแตกต่างออกไป เราจะฉายหนังที่หาดูยากหน่อย พอดูจบแล้วเราก็จะคุยกันถึงความรู้สึกของคนดูว่ารู้สึกอย่างไร หรือมีอะไรไปทัชใจเขา เป็นความรู้สึกร่วมกับหนัง ปกติทุกคนดูจบก็จะลุกไป ของเราดูจบก็จะได้มาคุยกัน เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ ๆ”

กลุ่มนักออกแบบสร้างสรรค์ หัว – Born 

      กลุ่มหัว – Born  (หัวบอน) คือ หัวที่เกิดความคิดสร้างสรรค์ให้วัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่เข้าถึงงานศิลปะและมีความคิดสร้างสรรค์ในจังหวัดตรังมากขึ้น คุณอัจจิมา รัตตมณี (ผึ้ง) ตัวแทนจากกลุ่มหัวบอนเล่าถึงกิจกรรมที่กลุ่มหัวบอนได้จัดขึ้นที่ ตึกตรังชาตะ (ตึกเก่า) โดยเริ่มตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น. ตลอด 5วัน

       “งานนี้เราใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาในตึกชาตะ เราจะมี Blind Test มีอาหาร มีเวิร์คชอปต่าง ๆ ที่ใช้วัสดุธรรมชาติ มีดินปั้นแปะเป็นผลงานสร้างสรรค์ของทุกคน และจะมีนิทรรศการภาพถ่ายในห้องมืด เพื่อให้คนที่ไปร่วมชมงานได้มีส่วนร่วมกับคนที่ถ่ายทอดภาพด้วย ส่วนฝั่งตรงข้ามตึกตรังชาตะเป็นปศุสัตว์ เราจัดเป็นตลาดนัดครีเอทีฟ เรียกว่า เถเพลย์ครีเอทีฟมาร์เก็ต แนวคิดคือ ต้องการนำวัสดุของผู้ประกอบการในตรังมาใช้ อาจจะเป็นสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว เราก็เอามาทำให้เป็นงานศิลปะแนวใหม่ ๆ เช่น กระดาษของสำนักพิมพ์ แกนผ้า ตระกร้าผลไม้ ตระกร้าขนมจีนที่วางทิ้งไว้ พอมาอยู่ในมือนักสร้างสรรค์ก็จะเกิดเป็นงานศิลปะ”

        “ตลาดนัดครีเอทีฟ เป็นการรวมตัวของผู้ค้าในจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น สงขลา นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี ในงานมีส่วนการจัดแสดงของ Plan Toys (ผู้ผลิตของเล่นไม้เจ้าดังของไทย) มีเกมที่ทางหัวบอนจะจัดให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้ามาร่วมสนุกและมีการแสดงโชว์ทั้งเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ มาเต้นลีลาศ รองเง็ง นอกจากนี้ยังมีหน่วยย่อยของนิทรรศการ เป็นเวิร์คชอป ลองเล่น. ลองทำ. ลองเถ เมืองประชา – ซน คนช่างเถ ที่เราอยากให้คนในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง ได้มามีส่วนร่วม มาเล่น ให้เขารู้สึกสนุก เรามีเกมและของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้คนที่มาร่วมงานด้วย ทางกลุ่มทีมหัวบอนจึงอยากให้รู้ว่าจังหวัดตรังไม่ได้มีแค่ของกิน แต่เรามีงานศิลปะ งานแสดงที่คนรุ่นใหม่ต้องการถ่ายทอดให้ทุกคนได้ชมกัน”

กลุ่มนักออกแบบสร้างสรรค์ Urban Seeker

         กลุ่ม Urban Seeker คือกลุ่มที่ตามหาคุณค่าของเมืองว่าเมืองนี้มีคุณค่าอย่างไร เราได้ใช้ความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมมาจัดการ เรียบเรียง เผยแพร่ให้คนอื่น ๆ ดู ทำให้คนที่สนใจ รักเมืองนี้ หรือมีงานอดิเรกได้ติดตามต่อได้

       

        คุณยิ่งยศ แก้วมี (กอล์ฟ) จากกลุ่ม Urban Seeker ให้ความเห็นถึงแนวคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยวว่า “ถ้าเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีข้อมูลที่ดี ทุกคนสามารถเป็นไกด์ให้เมืองได้หมดทุกอย่าง ซึ่งจะมีเรื่องที่สงวนไว้ให้คนเมืองเท่านั้นที่จะรู้ ฉะนั้นเวลานักท่องเที่ยวมาก็ต้องตามหาคนเมือง เข้าถึงจะรู้เรื่องราวนั้น ๆ”

       งาน “มาแต่ตรัง” ในครั้งนี้ กลุ่ม Urban Seeker ได้นำเสนอผลงานสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเมืองเก่า ในรูปแบบศิลปะการจัดวาง Installation Art อาทิ “ผักบุ้งริมคลอง ตัวแทนพืชผักริมคลองในอดีตประกอบกับชุมชนในอดีตเขาเลี้ยงหมู ชาวบ้านเขาก็จะนำ 2 อย่างนี้มาผสมกัน เกิดเป็นนวัตกรรมอย่างนึง เรียก “หัวหมูผักบุ้ง” ซึ่งน่าจะมีเฉพาะที่ตรังเท่านั้น” ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้สะท้อนถึงความมั่นคงทางอาหารที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของคลองห้วยยาง ในเมื่อครั้งอดีตคนตรังทับเที่ยงได้นำหมูที่เลี้ยง และผักบุ้งที่ปลูกริมคลอง มารังสรรค์อาหารร่วมกับน้ำราดสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้ผู้คนหันกลับมาทบทวนถึงความมั่นคงทางอาหารในชุมชนเมืองทับเที่ยงนี้อีกครั้ง

        “เรื่องที่สองคือ ไซดักทรัพย์ สามารถเห็นได้ตามร้านค้า เราจำลองมาเพื่อดักทรัพย์ให้กับเมือง ไซดักทรัพย์ ยังไปพ้องกับไซจับปลา ซึ่งในอดีตมีปลาชุกชมอยู่ในคลอง สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของคลองห้วยยางในอดีตได้อีกด้วย”

          อีกไฮไลท์ของกลุ่ม Urban Seeker คือ Pocket Park พื้นที่นั่งเล่นสร้างสรรค์ที่เล่าผ่านภูมิปัญญาของทางเดินห้าฟุต (หง่อคาขี่) ใต้อาคารบ้านแถวตึกแถวในอดีต พื้นที่แห่งนี้บ่งบอกถึงความเข้าใจในสภาพบริบทของที่ตั้งอาคาร รวมทั้งเป็นหนึ่งในการแสดงออกถึงความใจกว้างของเจ้าของอาคารที่ให้ความสำคัญต่อประโยชน์แห่งสาธารณะในกรรมสิทธิ์ของตน เพราะแม้เป็นพื้นที่ใต้ที่ดินของคนอื่น แต่เราสามารถเดินผ่านได้ สามารถหลบแดดหลบฝนได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใจกว้างของคนตรังนั่นเอง

ชมภาพบรรยากาศ “งานมาแต่ตรัง” ได้ที่เพจ https://facebook.com/TrangRenown

อัพเดทล่าสุด
Categories
สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

ภาคธุรกิจสตูลฝาก ผู้ว่าฯยอด ผู้ว่าสตูลคนใหม่   ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสตูลทุกมิติ  และสะพานสตูลเปอลิสต่อเนื่อง

ภาคธุรกิจสตูลฝาก ผู้ว่าฯยอด ผู้ว่าสตูลคนใหม่   ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสตูลทุกมิติ  และสะพานสตูลเปอลิสต่อเนื่อง

          ภาคธุรกิจฝากความหวังถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลคนใหม่  เดินหน้าพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสตูล  หลังจังหวัดสตูล ขาดผู้ว่าราชการจังหวัด นานร่วม 1 ปี  โอกาสนี้ชาวจังหวัดสตูลร่วมต้อนรับนายศักระ  กปิลกาญจน์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย  มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

         สำหรับ นายศักระ  กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  เป็นคนจังหวัดสงขลา  เรียนชั้น ประถมศึกษา ที่โรงเรียนอนุบาลสตูล   มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแสงทองวิทยา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  ระดับ  มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเซนต์ดอมินิก กรุงเทพฯ   จบปริญญาตรี : รัฐศาสตรบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2532  และได้เรียนจบ ระดับปริญญาโท : รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี  2536

         รับราชการ  ตำแหน่งแรก ปลัดอำเภอละงู และ อำเภอเมืองสตูล  จังหวัดสตูล  ในปี 2535 -2539  จากนั้นในช่วงในปี  2539 – 2544  ปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานเลขานุการกรมการปกครอง  ปี 2544 – 2550   ปลัดอาวุโสในพื้นที่จังหวัดสงขลา   ในปี 2550   เป็นนายอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา  ในปี 2551  ถัดมาเป็น นายอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา  และได้กลับมาจังหวัดสตูลอีกครั้งเมื่อปี 2556  ในตำแหน่ง  นายอำเภอละงู จังหวัดสตูล  และรับตำแหน่งนายอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา  ในช่วงปลายปีเดียวกัน   ในปี 2558  เป็นนายอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา  ก่อนเป็นปลัดจังหวัดสงขลา  ในปีเดียวกัน  จากนั้น 2 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560  รับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  และในปี 2562   รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล    ปี 2565  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และ รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  ในช่วงปลายปี 2565  ก่อนมีโอกาสกลับมาจังหวัดสตูลอีกครั้ง ในฐานะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 

       และในวันที่ 4 ตุลาคม 2566  ที่ผ่านมา ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ  80 พรรษา  ศาลากลางจังหวัดสตูล    นายชาตรี  ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล   หัวหน้าสำนักงานจังหวัด  หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสตูล นายอำเภอ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล  หน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาชน   ร่วมให้การต้อนรับกันเป็นจำนวนมาก   โอกาสนี้  นายเอกรัฐ  หลีเส็น  อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมภริยา ก็นำช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลคนใหม่  ในวันนี้ด้วย   

          ด้าน นายศักระ  กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  หรือผู้ว่ายอด   ได้กล่าวขอบคุณ ทุกภาคส่วน    ซึ่งตนตั้งใจมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสตูล  อย่างเต็มความสามารถ  ยินดีรับฟังความคิดเห็นในทุกเรื่อง  ที่จะช่วยแก้ปัญหาของประชาชน  และขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา และร่วมกันพัฒนาจังหวัดสตูลไปด้วยกัน

       ขณะที่ ภาคธุรกิจ  ต่างคาดหวังอยากให้จังหวัดเดินหน้าขับเครื่องเศรษฐกิจของสตูล  โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว  และผลักดันเส้นทางเชื่อมสตูล-เปอร์ลิส  โดยเชื่อว่าจุดนี้สามารถพัฒนาสตูลได้แบบพลิกโฉมสตูลเลยทีเดียว 

           ทางด้าน  นายชวรณ สุธาพานิชย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  กล่าวว่า อยากฝาก 2 ประเด็น  ประเด็นแรก เรื่องของผังเมืองซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาจังหวัด มีปัญหากับทางสภาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม คือ ผังเมืองในบางพื้นที่ห้ามก่อสร้างโรงงาน  ว่าด้วยกฎหมายโรงงานทุกชนิด  ประเด็นที่ 2 อยากให้ผู้ว่าฯขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดสตูล  ผ่านการท่องเที่ยว  เนื่องจากว่า เครื่องจักรสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล  นักท่องเที่ยวสามารถพาคนต่างจังหวัดเข้ามาพัก  มากิน  มาใช้ ในสตูล  ได้ก็น่าจะเป็นการดี

 

         ในส่วนของหอการค้าจังหวัดสตูล โดย  นายกฤษฎา อึ้งสกุล ประธานหอการค้า  กล่าว ในโอกาสมาร่วมต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ว่า  ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจปัจจุบัน จังหวัดสตูล  มีเม็ดเงินที่เข้ามาเร็วที่สุดคือในภาคการท่องเที่ยว   การท่องเที่ยวจะส่งผลถึงเศรษฐกิจของเกษตร  เกษตรกรสามารถพัฒนายกระดับสินค้าทางการเกษตรได้ด้วย   ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานหลักๆที่อยากให้ผู้ว่าฯช่วยผลักดันก็คือ  สะพานสตูลเชื่อมกับเปอร์ลิส หรือสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซีย จุดนี้คาดว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าของจังหวัดสตูลได้อย่างพลิกโฉม และจะเชื่อมต่อไปถึง ปีนัง ถึง ภูเก็ต  จะช่วยเรื่องการท่องเที่ยว ให้เกิดเส้นทางอันดามัน ส่วนประเด็นการศึกษาก็อยากฝากท่านผู้ว่าช่วยยกระดับการศึกษาของสตูลให้ทันจังหวัดอื่น ไม่ว่าจะเป็นหาดใหญ่  ภูเก็ต  เพื่อให้เด็กของเราเป็นคนคุณภาพเพื่อมาพัฒนาจังหวัดมากขึ้น  ส่วนประเด็นฮาลาล  ปัจจุบันสตูลเรื่องอุตสาหกรรมยังมีน้อยมาที่จะดึงนักลงทุนมา  อยากจะดึงนักลงทุนมาจากมาเลเซียมาลงทุน  เพราะเรามีประชากรมุสลิมกว่า 80 % ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา  เราจะนำฮาลาลมาเป็นจุดแข็งในการพัฒนาจังหวัดเราได้ในแผนระยะกลาง

………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท้องถิ่น-การเมือง สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

สภาอุตสาหกรรมสตูลฝากความหวังถึงนายกเศรษฐา  ช่วยลดรายจ่ายประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน!  สานต่อ Soft Loan ช่วยภาคธุรกิจจากพิษโควิด และเมกะโปเจคเปิดเมืองชายแดนสะพานสตูล-เปอร์ลิส

สภาอุตสาหกรรมสตูลฝากความหวังถึงนายกเศรษฐา  ช่วยลดรายจ่ายประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน!  สานต่อ Soft Loan ช่วยภาคธุรกิจจากพิษโควิด และเมกะโปเจคเปิดเมืองชายแดนสะพานสตูล-เปอร์ลิส

       วันที่ 24 ส.ค.2566  ภาคธุรกิจจังหวัดสตูลเริ่มขยับหลังมีการแต่งตั้งให้เศรษฐา  ทวีสิน  นั่งนายกรัฐมนตรี  โดยเห็นว่าวาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งขยับเคลื่อนคือการลดรายจ่ายของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้  โดยเฉพาะค่าน้ำ  ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะนั่นคือต้นทุน  พร้อมจัดหาเงินกู้หรือซอฟต์โลนช่วยภาคธุรกิจที่ประสบกับภาวะโควิด  และสานต่อโครงการเมกะโปเจค สตูลเปอร์ลิสเพิ่มช่องทางค้าขาย

       นายชวรณ สุธาพานิชย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  เปิดเผยว่า  การรอคอยการจัดตั้งนายกรัฐมนตรีของทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าประเทศ เพื่อเป็นความหวังให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา ลดรายจ่ายของประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน  ไม่ว่าจะค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนที่สูงในขณะนี้  ภาคธุรกิจไม่สามารถจะปรับราคาขึ้นได้เพราะเห็นว่าเป็นการผลักภาระให้กับประชาชน 

      ส่วนประเด็นที่อยากให้มีการสานต่อคือ  การจัดหาเงินกู้หรือ  Soft Loan ให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด 19  การจัดการหนี้ NPL ที่ดีเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพยุงตัวเองขึ้นกลับมาได้  รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้ท่องเที่ยวนำ ดึงนักท่องเที่ยวจีน 40 ล้านคนที่หายไปจากภูเก็ต กระบี่ และสตูลกลับคืนมา พร้อมผูกมิตรกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย  อินโดนีเซียซึ่งเป็นลูกค้าอีกส่วนที่สำคัญในการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนสตูล ด้วยการส่งเสริมให้มีจุดเด่น  จุดขาย  ในการรองรับนักเที่ยวให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

        ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  เปิดเผยต่อว่า  โครงการพัฒนาเมกะโปรเจค  สะพานเชื่อมสตูล เปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 2 ประเทศที่เสมือน 2 หมู่บ้านที่ไปมาหาสู่กันได้ง่ายยิ่งขึ้นในการขนถ่ายสินค้าและการสัญจรไปมาได้สะดวก  จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้าขายให้กว้างยิ่งขึ้นแม้ในช่วงแรกอาจจะดูไม่คุ้มค่า แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศจากการลงทุน  สร้างงาน สร้างรายได้อย่างแน่นอน 

       ส่วนนโยบายเด่น “ดิจิทัลวอลเล็ต” หรือ “กระเป๋าเงินดิจิทัล”ของพรรคเพื่อไทย   ที่จะเข้ามากระตุ้นด้วยเม็ดเงิน 5 แสน 6 หมื่นล้านบาทเชื่อว่า    จะช่วยกระตุ้นเศรษฐ์กิจของประเทศได้เป็นอย่างดีหากเป็นจริง แต่ก็มีข้อกังวลเมื่อเห็นการใช้เงินจากโครงการลักษณะคล้ายกันจากรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากบางผู้ประกอบการและผู้ใช้เงินใช้ผิดวัตถุประสงค์  ด้วยการหักถอนเงินจนทำให้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล อีกทั้ง อีก 6 เดือนกว่าจะเบิกเงินได้  ฉะนั้นต้องมีเงินทุนสำรอง  นักวิชาการหลายคนกลับมองว่าในระยะเวลา 6 เดือนจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มว่าในปัจจุบันก็กำลังเพิ่มขึ้น ในทั่วโลกหลายประเทศเพิ่มขึ้น  แต่ในประเทศไทยมีการควบคุมได้ดีเพราะมีเงินทุนสำรองจำนวนมากในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชีย

……………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

สตูลเอกชนมอบที่ดิน 1 ไร่ครึ่งมูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อเป็นโฉนดให้ชุมชนชาวเลอุเส็นพร้อมโบสก์คริสต์ใช้ร่วมกัน  โดยมีเงื่อนไขห้ามซื้อขาย

สตูลเอกชนมอบที่ดิน 1 ไร่ครึ่งมูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อเป็นโฉนดให้ชุมชนชาวเลอุเส็นพร้อมโบสก์คริสต์ใช้ร่วมกัน  โดยมีเงื่อนไขห้ามซื้อขาย

       สตูลเดินหน้าแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะอย่างต่อเนื่อง    ล่าสุดทางด้านนายอำเภอเมืองสตูลที่เพิ่งมารับตำแหน่งได้รับการประสานจากเอกชนยินดีมอบที่ดิน 1 ไร่ครึ่งมูลค่า 100 ล้านบาทให้กับชุมชนอุเส็น  ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่  12 ครัวเรือน พร้อมโบสก์คริสต์ที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน  หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล   เพื่อเป็นโฉนดชุมชนโดยมีเพียงเงื่อนไข   ห้ามซื้อขายเป็นระยะเวลา 30 ปี 

       เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูลวันนี้แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูโลซีซัน แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวและแรงงานหลากหลายเดินทางกันมาเยือนเกาะแห่งนี้กันไม่ขาดสาย  แม้บนเกาะขณะนี้ยังมีหากหลายข้อพิพาพาทที่ยังรอการแก้ไขจากคณะ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล

 

          ล่าสุด นายพีรพัฒน์  เงินเจริญ  นายอำเภอละงู  (รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองสตูล) คนใหม่ที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่แทนคนเก่า  (ที่ป่วยพักรักษาตัว) เดินหน้าลงเก็บประเด็นปัญหาทางเดินลงทะเลของชาวเลอุรักลาโว้ยและนักท่องเที่ยวที่ยืนยันว่าเป็นที่สาธารณะใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ   ขณะนี้คดีความอยู่ที่ศาลอยู่ระหว่ารอศาลตัดสิน    ปัญหาการถมที่ดิน และบุกรุกการก่อสร้างลำรางน้ำบนเกาะหลีเป๊ะ ขณะนี้ยังรอความชัดเจนว่าอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานตะรุเตา หรือ ทางท้องถิ่น

 

         นางสาวสุริยงค์   หาญทะเล   อายุ 38 ปี ชาวบ้านชุมชนอุเส็น  กล่าวว่า  พี่น้องมีความหวังมากขึ้นในเรื่องที่ดิน  เพราะช่วงนี้มีปัญหากับนายทุน  ตึกที่อยู่หน้าหาดหากมีการมอบโฉนดชุมชนให้จริงทุกคนในชุมชนมีความหวังมากขึ้น

 

         นายพีรพัฒน์   เงินเจริญ    นายอำเภอละงู (รรท.นายอำเภอเมืองสตูล) กล่าวว่า  ความคืบหน้าการแก้ปัญหาปัญหาที่อยู่อาศัยชาวเลในชุมชนอุเส็นมีความคืบหน้าไปมาก   จากเดิมชุมชนแห่งนี้เคยมีคดีความกับเอกชน ปรากฏว่าเอกชนคือคุณณรงค์ศักดิ์ (เอกชน) ได้ชนะคดี  ในชั้นศาลฎีกา  ชนะมาหลายปีแล้ว

        หลังจากนั้นทางคุณณรงค์ศักดิ์ ปัทมปาณีวงศ์ (เอกชน) ก็มีเจตจำนงว่ามีความประสงค์จะยกที่ดินแปลงนี้ นส 3 เลขที่ 10 เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ให้กับชุมชนชาวเลอุเส็นได้อยู่ร่วมกัน โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามขายอยู่อาศัยไปตลอดชีวิต โดยทางผู้ให้อยากจะอุทิศที่ดินผืนนี้เพราะในอดีตเคยมาทำมาหากินบนเกาะหลีเป๊ะจนมีฐานะและนี่คือเจตนารมณ์ของเอกชนผู้มอบให้

 

          หลังจากนั้นได้มาอธิบายให้กับผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ แล้วผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน พบว่ายังมีชาวบ้านที่มีความระแวงว่าอยู่ดีๆที่ดินมูลค่า 100 ล้านมายกให้เป็นไปได้อย่างไร    จากนั้นก็ให้ทางปลัดส่วนหน้ามาพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจ  บางส่วนก็เริ่มเข้าใจ โดยตั้งใจจะทำให้ที่ดินแปลงนี้เป็นโฉนดด้วยพร้อมสลักหลังว่าห้ามขาย ซึ่งอาจจะเป็นแปลงแรกของเกาะหลีเป๊ะ หากชาวบ้านทุกคนรับ  หลังจากนั้นจะออกโฉนดให้โรงเรียนและอนามัยบนเกาะซึ่งจากขับเคลื่อนให้เสร็จภายในเดือนนี้ โดยนำเรียนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์  หักพาล

         ซึ่งการลงมาครั้งนี้ได้มาตรวจสอบหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำเรื่องไฟฟ้าเรื่องน้ำท่วมเกาะและปัญหายาเสพติดและที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคงโดยทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยพี่น้องชาวเลในการแก้ปัญหาก่อน    หลังจากช่วยชาวเลเสร็จ  ในส่วนของผู้ประกอบการขอแก้ไขกฎกระทรวง และออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและใบอนุญาตโรงแรมตามขั้นตอนต่อไป

         เกาะหลีเป๊ะต้องวางมาตรการให้ชาวเลและผู้ประกอบการอยู่ด้วยกันได้อย่างพึ่งพาอาศัย  และเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนนี่คือเป้าในการทำงานโดยได้ดำเนินงานผ่านไปแล้ว 7-80%  ซึ่งยังมีในส่วนของข้อพิพาทในที่ดินแปลงอื่น ชุมชนชาวเลออื่นก็จะดำเนินการลักษณะนี้เหมือนกัน  ให้เป็นชาวบ้านอยู่ร่วมกันห้ามซื้อขาย   ส่วนข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนหรือเอกชนกับชาวเลที่อยู่ในขบวนการพิจารณาคดีชั้นศาลขอไม่ก้าวร่วง  ส่วนชาวเลที่คิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมจะประสานหาทนายความผ่านสภาทนายความให้

…………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์

เปิดวิสัยทัศน์นายกฯดีกรีปริญญาโท  กับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนควนโดนสู่เมืองอัจฉริยะ

เปิดวิสัยทัศน์นายกฯดีกรีปริญญาโท  กับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนควนโดนสู่เมืองอัจฉริยะ

ทรัพยากรในพื้นที่ท้องถิ่นๆต่างมีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่  ส่วนพื้นที่ไหนที่มีทั้งทรัพยากร  และมีผู้นำที่มีองค์ความรู้  มีความสามารถดึงจุดแข็งออกมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ ถือสุดยอด   ฉบับนี้ทางทีมงานมีโอกาสพูดคุยกับนายกฯริส  “วริศ  มาลินี”   แห่งอบต.ควนโดน  ที่เป็นลูกหลานชาวควนโดน  จ.สตูล โดยกำเนิด  ดีกรีทั้งด้านการศึกษาและการทำงานถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  เพราะทุกก้าวเดินคือการเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพ

          นายกฯริส จบปริญญาตรีถึง 2 ใบ จบคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์  และ จบปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์  สาขาการจัดการงานสาธารณะ (Public Management) ม.รามคำแหง  อีกด้วย  นอกจากนี้ยังได้รับใบอนุญาตว่าความ  สำนักสภาทนายความ  ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) และเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท 

          ส่วนการทำงานก่อนจะมาเป็นนายกฯ ดูแลพี่น้องประชาชนชาวควนโดน  นั้น ท่านเคยทำงานบริษัทในธุรกิจลอจิสต์ติก  เป็นเวลาหลายปีทั้งบริษัทของอเมริกัน เกาหลี ญี่ปุ่น  ในระดับปฏิบัติการ และระดับผู้บริหาร  มีความเชี่ยวชาญด้านลอจิสติก และที่ปรึกษาด้านกฎหมายระหว่างประเทศ

@ มองพื้นที่ตำบลควนโดนเป็นอย่างไรบ้าง ควรเดินไปในทิศทางไหนถึงจะเหมาะกับบริบทของพื้นที่

            สำหรับพื้นที่อำเภอควนโดน   มีศักยภาพต้นทุนทางธรรมชาติหลายอย่าง  ซึ่งต้องการคนมาพัฒนาพื้นที่เป็นโจทย์อย่างหนึ่งในการเข้ามาทำงานการเมืองสำหรับผม   เช่น   การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ   การผลักดันวิสาหกิจชุมชนให้ชาวบ้านมีรายได้ที่เพิ่มเติม   การค้าขายออนไลน์   ซึ่ง  ณ ปัจจุบันผมได้เข้าร่วม โครงการสมาร์ท ซิตี้ ร่วมกับ depa (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล)  เพื่อพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะในบริบทของอำเภอควนโดน   เช่น   เรื่องการค้าออนไลน์   โดยสินค้าชายแดนมีตัวเลข  จากบริษัทขนส่งออนไลน์  ว่ามีสินค้าออกจากอำเภอควนโดนไปเยอะแยะมากมาย    ซึ่งผมต้องพัฒนาตรงนี้  โดยผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทที่ร่วมทำงานกัน ณ วันนี้ต่อไปข้างหน้าอีกสามเดือน   เพื่อให้จบโปรเจ็ค  เป็นการทำโปรเจค “ควนโดนโดนใจ”   เฟ้นหาสุดยอดไอเดียของเยาวชน   เพื่อมาพัฒนาเป็นเป็นแอพพลิเคชั่น ในแพลตฟอร์มต่างๆ  ในการพัฒนาพื้นที่เมืองตอบโจทย์แก้ปัญหาของเมือง  โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหานั้น

           ส่วน  ทิศทางการเดินของควนโดนต้องนำรายได้เข้ามา  โดยผ่านการท่องเที่ยว  และนำเงินจากข้างนอกเข้ามา   การซื้อสินค้าจากภายในออกไปด้านนอก   นี่คือโจทย์  สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนต้องขายออกไป  สินค้าจีไอ  เช่น  จำปาดะต้องพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์   เพื่อส่งขายออกไปต่างจังหวัดต่างประเทศต่อไป   สินค้ากระท้อนซึ่งเป็นพืชจีไอเช่นกัน   จะมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป  หรือผลขายสด   แต่ทุเรียน  เงาะ มังคุด   ลองกอง  ก็ต้องพัฒนาต่อยอดขายออกไปยังพื้นที่ข้างนอก  เพื่อนำรายได้เข้าสู่พี่น้องประชาชน   และสินค้าอื่นในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็เพิ่มพื้นที่ในการพัฒนาเพิ่มขึ้น  เพื่อต่อยอดสินค้าเหล่านี้ให้อยู่ในตลาดและรู้จักในวงกว้างต่อไป

@ มีเรื่องอะไรอีกที่ต้องผลักดันต่อไป?

           เรื่องที่ต้องผลกดันคือเรื่องเยาวชน   ให้เกิดการเรียนรู้เป็นสมาร์ทซิตี่เกี่ยวกับ learning ชุมชน  สังคม  แห่งการเรียนรู้  รวมถึงการพัฒนาอาชีพเพื่อหารายได้   การเรียนรู้เพื่อประกอบอาชีพ   การเรียนรู้ในด้านศาสนา   การเรียนรู้เพื่อพัฒนาเมือง   พัฒนาสังคมต่อไป   ไม่ว่าเรื่องเทคโนโลยี   เรื่ององค์ความรู้ทางสังคมที่จะมาพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นไป

@ สุดท้ายมองว่านักการเมืองน้ำดีเป็นอย่างไร  และอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

          นักการเมืองน้ำดี   คือทุกๆกระบวนการคิด   การกระทำ   ต้องคิดเพื่อสังคม   ทำเพื่อสาธารณะ   เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง   มีโจทก์มีเป้าหมายในการเดิน   เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะสูงสุด   ทุกๆกิจกรรมให้คิดถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง   ทุกองค์ความรู้ที่สรรหามา  ทุกการอบรม  เพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม   ไม่ว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน   ด้านอาชีพ  ด้านสังคม  ด้านสิ่งแวดล้อม   ทุกๆเรื่องขอให้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง   และหน่วยงานระดับภูมิภาค   เพื่อให้งานตามฟังชั่น หน่วยงานภูมิภาคได้ขับเคลื่อนเต็มศักยภาพ   และหน่วยงานท้องถิ่นคอยซัพพอร์ต   เพื่อให้กระบวนการแก้ไขปัญหากับพี่น้องประชาชนเดินหน้าต่อไปเต็มศักยภาพ   และมีประสิทธิภาพสูงสุด  สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ก็จะตกกับพี่น้องประชาชน   

 

         ผมเข้ามาทำงานเกือบจะสองปีแล้ว   ยังเหลือเวลาอีกสองปีกว่า   ก็มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาต่อไป   และบางปัญหาต้องใช้เวลา   ใช้งบประมาณ   ใช้ทรัพยากร   เพื่อพัฒนาพื้นที่   ก็ขอฝากให้กับทีมงานให้ทุกท่าน   ได้ร่วมกันทั้งเรื่องของกระบวนการคิด   จะลงมือทำ   เพื่อพัฒนาบ้านเมืองของเราต่อไปให้เกิดประโยชน์สูงสุด

……………………………..

 

 

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ข่าวเด่น ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา ทั้งหมด สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์ เยาวชน-การศึกษา

สตูล เขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ ชวนส่องนกอพยพ และ นกประจำถิ่น หลากชนิดกว่า 5,000 ตัวหนีหนาวอวดโฉมรับปีใหม่

สตูล เขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ ชวนส่องนกอพยพ และ นกประจำถิ่น หลากชนิดกว่า 5,000 ตัวหนีหนาวอวดโฉมรับปีใหม่

ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า  “หนองปลักพระยา เขาระยาบังสา”  ตำบลฉลุง   อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  เป็นห้วงที่มีการอพยพของนกต่างถิ่นหนีหนาวมาจากซีกโลกเหนือ   อพยพมาอยู่ที่นี่กันเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นเขตอบอุ่นและมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  โดยเฉพาะนกเป็ดแดง   นกอ้ายงั่ว   นกอีโก้ง   นกกระสา   และกลุ่มนกยางชนิดต่างๆ

          โดยเฉพาะนกเป็ดแดงที่อพยพมาจำนวนมากและนกนานาชนิดรวมไม่น้อยกว่า 5,000 ตัว   ที่มาอวดโฉมให้เห็นในห้วงเดือน ก.ย.- ส.ค.ของทุกปี   ทำให้บรรดานักส่องนกทั้งมือเก่าและมือใหม่   จะเดินทางมาชมนกที่นี่กันเป็นจำนวนมาก  ที่นี่มีความพิเศษที่ไม่ได้มีเฉพาะหนองน้ำเท่านั้น    ที่นี่ยังมีภูเขาและมีนกหายากให้ชม   อย่างนกประจำถิ่น “นกทึดทือพันธุ์เหนือ”   เป็นตระกูลนกเค้าแมวและเป็นสัญลักษณ์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่า  “หนองปลักพระยา เขาระยาบังสา” ที่หาดูได้ยากแต่สามารถหาดูได้ที่นี่ที่มีประชากร 10 ตัว

นายชุติพงค์   พลวัฒน์ 

          นายชุติพงค์   พลวัฒน์   นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ  หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปลักพระยาและเขาระยาบังสา  กล่าวว่า  สำหรับนกประจำถิ่นที่หาชมได้ยากแต่มีที่นี่คือนกทึดทือพันธุ์เหนือ  เป็นตระกูลนกเค้าแมวและเป็นสัญลักษณ์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปักพญา หาดูได้ยากและเป็นนกประจำถิ่น    สำหรับนักดูนกที่สนใจจะมาทำกิจกรรมที่นี่สามารถดูได้ตลอดทั้งปี หากจะดูนกอพยพก็สามารถมาดูได้ในห้วงเดือนกันยายนถึงเมษายนของทุกปีสามารถเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุปกรณ์ต่างๆก็มีบริการให้สำหรับนักท่องเที่ยว 

และในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทางกรมอุทยานฯ มอบให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใน  เขตห้ามล่าสัตว์ป่า“หนองปลักพระยา  เขาระยาบังสา” จะมีบริการน้ำดื่ม  กาแฟ  และความปลอดภัย  ให้กับนักท่องเที่ยวรวมถึงการงดจัดเก็บการเข้ามาใช้บริการ 31 -1 มกราคม  2566

และในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทางกรมอุทยานฯ มอบให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใน  เขตห้ามล่าสัตว์ป่า“หนองปลักพระยา  เขาระยาบังสา” จะมีบริการน้ำดื่ม  กาแฟ  และความปลอดภัย  ให้กับนักท่องเที่ยวรวมถึงการงดจัดเก็บการเข้ามาใช้บริการ 31 -1 มกราคม  2566

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ข่าวเด่น ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา ทั้งหมด สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์ เยาวชน-การศึกษา

วันงดสูบบุหรี่โลก สตูลประกาศให้ 2 ท่าเทียบเรือสำคัญระหว่างประเทศและท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ยกระดับมาตราฐานท่าเรือสู่นานาชาติ

วันงดสูบบุหรี่โลก สตูลประกาศให้ 2 ท่าเทียบเรือสำคัญระหว่างประเทศและท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ยกระดับมาตราฐานท่าเรือสู่นานาชาติ

ที่ห้องประชุมตำรวจน้ำจังหวัดสตูล   นางสาวพัชรี  เกิดพรม  ผู้ทรงคุณวุฒิควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดสตูล , ศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดสตูล  , องค์กรงดเหล้าสูบบุหรี่ที่จังหวัดสตูล  ร่วมเป็นสักขีพยาน  การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU)  ในการดำเนินการให้ท่าเรือตำมะลัง เป็นท่าเรือปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย

          โดยนายเสรี  พงศ์นฤเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล  ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU)  ในการดำเนินการให้ท่าเรือตำมะลัง เป็นท่าเรือปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ สถานที่ท่าเรือตำมะลัง เป็นสถานที่สาธารณะที่มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 

โดยหน่วยงานที่ร่วมลงนามประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูลด่านศุลกากรสตูล  ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ   ด่านตรวจสัตว์ป่า  ด่านตรวจคนหางาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5  ด่านกักกันสัตว์  ห้างหุ้นส่วนจำกัด อันดามัน บิซิเนส แอนด์ คอนสตรัคชั่น 

          ส่งผลให้ท่าเทียบเรือในจังหวัดสตูล ถูกประกาศเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่แล้วจำนวน 2 แห่ง  โดยแห่งแรกได้ถูกประกาศขึ้นที่ท่าเทียบเรือปากบารา (ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือท่องเที่ยวสำคัญที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนจังหวัดสตูล)  และแห่งที่ 2 คือท่าเทียบเรือตำมะลัง (ท่าเทียบเรือระหว่างประเทศไทยจังหวัดสตูล เกาะลังกาวีประเทศมาเลเซีย)

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ข่าวเด่น ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา ทั้งหมด สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์ เยาวชน-การศึกษา

เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดกิจกรรมสานสัมพันธ์คนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ระบุ ศอ.บต. พร้อมดูแลประชาชนทุกศาสนิกอย่างเท่าเทียม

เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดกิจกรรมสานสัมพันธ์คนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ระบุ ศอ.บต. พร้อมดูแลประชาชนทุกศาสนิกอย่างเท่าเทียม

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 18.30 น. ที่ ห้องปลายสยาม โรงแรมเก็นติ้ง อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม และพบปะประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ในกิจกรรมสานสัมพันธ์คนไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังคมหลากหลายวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมร่วมรับประทานอาหารเนื่องในโอกาสต้อนรับวันตรุษจีน ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นนโยบายของ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่กำหนดให้จัดขึ้นในโอกาสวันตรุษจีน และเป็นวันปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีน นับเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ได้มารวมตัวกัน พบปะแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นสมาคม มูลนิธิ ศาลเจ้า หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมจำนวนมาก โดยมี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมประชาสัมพันธ์) นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. นางสุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโกลก เจ้าหน้าที่สำนักกอง / ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อำเภอสุไหหงโกลก เข้าร่วมกว่า 600 คน

สำหรับ กิจกรรมภายในงาน มีการแสดงรำจีน ในชุดการแสดง 7 นางฟ้ารำอวยพร ชุดการแสดง คนไทยเชื้อสายจีน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแสดงเชิ่ดสิงโตจาก ศิษย์เจ้าแม่โต๊ะโมะ และคณะสิงโตลูกท้าวมหาพรหม สุไหงโกลก

ในการนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีงามและเป็นสิริมงคลต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญทุกคนที่อยู่ในงานแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นคนจีนโดยกำเนิดแต่ทุกคนก็ได้ร้องเพลงชาติด้วยความไพเราะ บ่งบอกถึงว่า เราทุกคนได้รัก และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในพื้นที่ต่าง ๆ มาแล้ว และครั้งนี้ได้จัดขึ้นในพื้นที่อำ้ภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ท่ามกลางพี่น้องประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก อยากให้ได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด ศาสนาใด ท่านทุกคนอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าท่านมาจากมณฑลใด ยุคใด วันนี้ท่านคือพลเมืองไทย ที่รัฐบาล โดย ศอ.บต. จะต้องดูแลทุกคน เพราะอำเภอสุไหงโกลก คือพื้นที่สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้ เราเองจะพยายามด้วยความสามารถเพื่อให้ชาวไทนเชื้อสายจีน สามารถอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมีความสุข

ด้าน หนึ่งในผู้ร่วมงานจากสมาคมแต้จิ๋ว ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้จัดกิจกรรมพบปะคนไทยเชื้อสายจีนในครั้งนี้ และได้ความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของการใช้ชีวิตประจำวัน สิทธิของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สำคัญ สายด่วนอุ่นใจ ศอ.บต. 1880 เป็นเลขหมายที่คนไทยทุกคนในพื้นที่ สามารถใช้จริง และช่วยเหลือคนไทยพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ข่าวเด่น ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา ทั้งหมด สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์ เยาวชน-การศึกษา

สตูล พรรคก้าวไกลประกาศชัยชนะด้วยคะแนนถล่มทลาย แห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงประชาชน

เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดกิจกรรมสานสัมพันธ์คนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ระบุ ศอ.บต. พร้อมดูแลประชาชนทุกศาสนิกอย่างเท่าเทียม

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 18.30 น. ที่ ห้องปลายสยาม โรงแรมเก็นติ้ง อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม และพบปะประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ในกิจกรรมสานสัมพันธ์คนไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังคมหลากหลายวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมร่วมรับประทานอาหารเนื่องในโอกาสต้อนรับวันตรุษจีน ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นนโยบายของ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่กำหนดให้จัดขึ้นในโอกาสวันตรุษจีน และเป็นวันปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีน นับเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ได้มารวมตัวกัน พบปะแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นสมาคม มูลนิธิ ศาลเจ้า หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมจำนวนมาก โดยมี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมประชาสัมพันธ์) นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. นางสุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโกลก เจ้าหน้าที่สำนักกอง / ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อำเภอสุไหหงโกลก เข้าร่วมกว่า 600 คน

สำหรับ กิจกรรมภายในงาน มีการแสดงรำจีน ในชุดการแสดง 7 นางฟ้ารำอวยพร ชุดการแสดง คนไทยเชื้อสายจีน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแสดงเชิ่ดสิงโตจาก ศิษย์เจ้าแม่โต๊ะโมะ และคณะสิงโตลูกท้าวมหาพรหม สุไหงโกลก

ในการนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีงามและเป็นสิริมงคลต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญทุกคนที่อยู่ในงานแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นคนจีนโดยกำเนิดแต่ทุกคนก็ได้ร้องเพลงชาติด้วยความไพเราะ บ่งบอกถึงว่า เราทุกคนได้รัก และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในพื้นที่ต่าง ๆ มาแล้ว และครั้งนี้ได้จัดขึ้นในพื้นที่อำ้ภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ท่ามกลางพี่น้องประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก อยากให้ได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด ศาสนาใด ท่านทุกคนอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าท่านมาจากมณฑลใด ยุคใด วันนี้ท่านคือพลเมืองไทย ที่รัฐบาล โดย ศอ.บต. จะต้องดูแลทุกคน เพราะอำเภอสุไหงโกลก คือพื้นที่สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้ เราเองจะพยายามด้วยความสามารถเพื่อให้ชาวไทนเชื้อสายจีน สามารถอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมีความสุข

ด้าน หนึ่งในผู้ร่วมงานจากสมาคมแต้จิ๋ว ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้จัดกิจกรรมพบปะคนไทยเชื้อสายจีนในครั้งนี้ และได้ความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของการใช้ชีวิตประจำวัน สิทธิของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สำคัญ สายด่วนอุ่นใจ ศอ.บต. 1880 เป็นเลขหมายที่คนไทยทุกคนในพื้นที่ สามารถใช้จริง และช่วยเหลือคนไทยพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป ข่าวเด่น ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา ทั้งหมด สัมภาษณ์พิเศษ-คอลัมน์นิสต์ เยาวชน-การศึกษา

สตูลเด็กน้อยโรบินฮูดวัย 5 ขวบโชว์ลีลายิงธนู ในกีฬายิงธนูอันดามันแชมป์เปี้ยนชิพ ไทยมาเลเซียเข้าร่วมแข่งขันคึกคึก

สตูลเด็กน้อยโรบินฮูดวัย 5 ขวบโชว์ลีลายิงธนู  ในกีฬายิงธนูอันดามันแชมป์เปี้ยนชิพ  ไทยมาเลเซียเข้าร่วมแข่งขันคึกคึก

วันที่ 27 พ.ค.2566  สตูลจัดการแข่งขัน  กีฬายิงธนู  อันดามันแชมป์เปี้ยนชิพ (ครั้งแรก)  ขึ้นที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลฉลุงอำเภอเมือง  จังหวัดสตูลระหว่างวันที่ (27 – 28 พ.ค.2566) โดยมีนักกีฬาจากทั่วประเทศไทยเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันพร้อมนักกีฬาจากประเทศมาเลเซียที่มาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ 160 คนโดยแบ่งการแข่งขันกีฬาเป็น 4 ประเภท ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบุคลากรทางด้านการกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย  ร่วมกับสมาคมกีฬาขี่ม้ายิงธนูจังหวัดสตูลจัดให้มีการแข่งขันในครั้งนี้ขึ้น  รวมทั้งได้รับสนับสนุนจากภาคเอกชนในพื้นที่ อาทิ  โรงน้ำแข็งโพลี่  สิตาบีชรีสอรท   อเล็กฟิชชิ่ง

การแข่งขันในครั้งนี้มี 4 ประเภท โดยกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ประเภทประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย (RC/CP/BB/HB)  กลุ่มที่ 2 รุ่นทั่วไป (OPEN) การแข่งขันประเภทบุคคลรอบแพ้คัดออก ทุกประเภท (Individual Match Play) และการแข่งขันประเภทบุคคลรอบแพ้คัดออก ทุกประเภท (Team Match Play)

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เป็นที่น่าสนใจคือ  มีเด็กน้อยวัย 5 ขวบจากจังหวัดยะลา  ที่เดินทางมากับครอบครัวร่วมการแข่งขันสร้างสีสัน ความน่ารักให้ผู้เข้าร่วมกันแข่งขันในครั้งนี้ได้ไม่น้อย  โดยลีลาท่าทางมีแววที่จะมีอนาคตไกลในการแข่งขันประเภทยิงธนู  โดยน้องอับดุลเลาะมาน   จิสวัสดิ์   มีความชื่นชอบในการแข่งขันกีฬายิงธนู  ซึ่งได้เริ่มติดตามพี่ชายวัย 10 ขวบและคุณพ่อมาที่สนามการแข่งขันทุกครั้งที่มีการซ้อม   ทำให้สนใจและอยากจะร่วมการแข่งขันเหมือนอย่างพี่ชาย  โดยทางคุณพ่อก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

นายซามาน  จิสวัสดิ์  อายุ 30 (คุณพ่อของน้องอับดุลเลาะมาน)  กล่าวว่า  การมาแข่งขันในครั้งนี้ของน้องนับเป็นสนามที่ 2 โดยครั้งแรกไปร่วมแข่งขันในสนามเบตง  ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังเหรียญหรือชัยชนะแต่อย่างใดนับเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับน้องได้เก็บเกี่ยว อีกทั้งเป็นการฝึกสมาธิจดจ่อที่คันธนู และฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและอยู่ร่วมกันขณะมีการแข่งขัน 

ด้านนายธนะสิทธิ์   ศิริพัฒน์นราทร  กรรมการผู้ตัดสินกีฬายิงธนู  สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย   ผู้จัดการแข่งขันในครั้งนี้    กล่าวว่า การแข่งขันกีฬายิงธนูซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดสตูล   ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกว้างขวางมากนัก  แต่กีฬาชนิดนี้จัดกีฬาระดับสากล    ในกีฬาในการแข่งขันกีฬานัดสำคัญไม่ว่าจะเป็น  โอลิมปิก   เอเชียนเกมส์  ซีเกมส์   โดยพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสนใจนำบุตรหลานเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อย  และหวังว่าในอนาคตจะจัดให้มีการแข่งขันทุกปีในพื้นที่ของจังหวัดสตูลในการเฟ้นหาช้างเผือก และเพื่อจะเป็นการคัดเลือกนักกีฬาเป็นตัวแทนของทีมชาติในอนาคตต่อไปได้

อีกทั้งสตูลเป็นเมืองชายแดนอยู่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย   เข้ามาร่วมแข่งขันและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ไม่น้อยทั้งนักกีฬาและผู้ติดตามร่วมการแข่งขันถึง 400 คนสร้างรายได้เข้าพื้นที่จังหวัดสตูล

อัพเดทล่าสุด