Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

   สตูล-เตรียมใช้นวัตกรรมสุดล้ำรักษ์โลก  กับเรือนำเที่ยวพลังงานไฟฟ้าลดรายจ่าย  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สตูล-เตรียมใช้นวัตกรรมสุดล้ำรักษ์โลก  กับเรือนำเที่ยวพลังงานไฟฟ้าลดรายจ่าย  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          วันที่ 24 เม.ย.67  ที่อ่าวนุ่น ตะโล๊ะใส อ.ละงู จ.สตูล  ได้มีการทดสอบระบบขับเคลื่อนเรือพลังงานไฟฟ้าเพื่ออนาคต จากพลังงานสะอาดรักษ์สิ่งแวดล้อม   ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังสามารถติดตั้งแทนเครื่องเดิมได้ง่าย  ปราศจากน้ำมันปนเปื้อนและสามารถยืดอายุการใช้งานของตัวเรือ  ประหยัดค่าใช้จ่ายและยังลดมลพิษทางเสียง

          โดยวันนี้นายคณิต  คงช่วย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  พร้อมนายธีระพงษ์   คุ่มเคี่ยม  นายอำเภอละงู  ได้ร่วมลงพื้นที่ทดสอบขับและสังเกตการณ์การทดลองระบบขับเคลื่อนเรือพลังงานไฟฟ้า  โดยมีชาวประมงในพื้นที่และกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อชุมชนได้ร่วมการทดสอบด้วยตนเอง

          สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยนายจักรพรรณ    วัลแอ  ประธานสมาพันธ์ SME ไทยจังหวัดสตูล  ร่วมกับ ผศ.สาวิตร์   ตัณฑนุช  ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนายานยนต์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   PSU EV  และสมาคมประมงพื้นบ้านตำบลปากน้ำ  เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนอ่าวปากบารา จัดกิจกรรมทดสอบระบบขับเคลื่อนเรือพลังงานไฟฟ้าเพื่ออนาคต จากพลังงานสะอาดรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้เป็นทางเลือกให้กับการท่องเที่ยวโดยชุมชนในการใช้พลังงานสะอาดและลดค่าใช้จ่าย 

        สำหรับประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ากำลังมอเตอร์ 6/10 ความเร็วรอบ3,800 บาทถึง 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 55 นิวตันเมตร   แบตเตอรี่แรงดันใช้งาน 72 โวลต์  ความจุของแบตเตอรี่ 4.2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

          นายชุมพล  โอมณี   อายุ 47 ปี ชาวประมงพื้นบ้านประเภทไดหมึก ยอมรับว่า  หลังการทดลองขับเห็นถึงความแตกต่างมาก ไม่ต้องใช้แรงเยอะ  นิ่ม  เสียงเงียบ  อยากให้เพิ่มความแรง เพราะบางครั้งต้องใช้กำลัง  ส่วนราคาก็รับได้  แต่อยากให้อายุการใช้งานยาวกว่านี้และเดินทางไปได้ไกลกว่านี

 

         ผศ.สาวิตร์  ตัณฑนุช  ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนายานยนต์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  กล่าวว่า   วันนี้ได้รับโจทย์ในการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน  อนาคตจะพัฒนาต่อไปเพื่อให้ใช้ได้กับเรือประมงพื้นบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น    และการพัฒนาแบตเตอรี่  ที่มีการใช้  เป็นแบตเตอร์รี่ตัวเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถชาร์จได้  ต่อไปจะพัฒนาให้มีราคาที่ถูกลง 

 

          นายจักรพรรณ    วัลแอ  ประธานสมาพันธ์ SME ไทยจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  เรื่อง EV เป็นเรื่องใหม่นวัตกรรมใหม่ ทางเราต้องการการเปลี่ยนแปลงในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านและกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชน เพราะกลุ่มนี้ต้องมีต้นทุนพอสวมควรเชื่อว่าจะมาช่วยแบกรับภาระตุ้นทุนเหล่านี้ได้ ด้วยนวัตกรรม EV มาช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

………………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

คุณหมออนามัย  ปลูกสละอินโดแซมสวนยางพาราให้ผลผลิตทั้งปี   เสริมรายได้รับเหนาะๆสัปดาห์ละ 10,000 บาท 

คุณหมออนามัย  ปลูกสละอินโดแซมสวนยางพาราให้ผลผลิตทั้งปี   เสริมรายได้รับเหนาะๆสัปดาห์ละ 10,000 บาท

        “สละอินโด  พันธุ์สายน้ำผึ้ง”   ถูกเลือกมาปลูกแซมในพื้นที่สวนยางพาราและสวนผลไม้ผสม  บนพื้นที่ หมู่ 5 ต.เกตรี อ.เมือง จ.สตูล  จำนวน 25 ไร่  จากพื้นที่ทั้งหมด  36 ไร่  ของ   นายรอศักดิ์  หมาดสา  อายุ 38  ปี  เกษตรกรสวนสละอินโด  เพื่อเพิ่มรายได้เสริมจากอาชีพหลักที่เป็น นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ  รพ.สต.วังพะเนียด ต.เกตรี  หรือที่ชาวบ้านเรียก “หมอศักดิ์”   มาปลูกสละสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

 

           ทุกวันหยุดเสาร์  – อาทิตย์  หมอศักดิ์ จะใช้เวลาเข้าสวนสละ  เพื่อมาตกแต่งทางใบต้นสละให้ต้นสวยมีคุณภาพ  และตัดผลสละขายให้กับลูกค้า  อีกทั้งยังเพาะพันธุ์ต้นขายให้เกษตรกรรายอื่นๆ   และยังส่งมอบให้โรงเรียนในพื้นที่เพื่อปลูกด้วย

         

         โดยราคาสละอินโด พันธุ์สายน้ำผึ้งของทางสวนหมอศักดิ์ จะมีรสชาติ หวานกรอบ  ขายปลีกและส่งในราคากิโลกรัมละ 60 บาท  รอบสัปดาห์จะเก็บครั้งละ 100-200 กิโลกรัม  สร้างรายได้สัปดาห์  6,000-10,000 บาท   

           นายรอศักดิ์  หมาดสา  เกษตรกรปลูกสละ  บอกว่า   อาชีพรับราชการก็เป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว  ส่วนตัวเริ่มมีแนวคิดว่าจะต้องหารายได้เสริม  จึงคิดที่จะปลูกสละจากคำแนะนำของรุ่นพี่  เลยเริ่มปลูกเมื่อลองทำดูก็เข้ากับตัวเองได้   โดยใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์  มาดูแลกับเพื่อนหนึ่งคน   ช่วยกันทำตอนนี้สองปีกว่า  สวนทดลองก็ให้ผลผลิตแล้ว  โดยปลูกบนพื้นที่ร่วม 30 ไร่  มีการบริหารจัดการปลูกภายใต้สวนยาง  และสวนทุเรียน 

 

           สำหรับต้นที่ให้ผลผลิตแล้วบางส่วน   รายได้ประมาณสัปดาห์ละ 6000 ถึง 10,000 บาทรวมรวมเดือนละสองถึง 30,000 บาท  ในช่วงนี้ตัด 100  ถึง 200 กิโลกรัมต่อสัปดาห์  ลูกค้าจะอยู่ในเมืองสตูลและในจังหวัดก็จะขายระบบออนไลน์   ส่วนเกษตรกรที่มีแนวคิดคล้ายๆกันมีประมาณ 10 ถึง 20 ราย  ก็จะมาขอซื้อต้นพันธุ์ไปปลูก   ขายราคาต้นพันธุ์เริ่มต้นที่ 30 บาท  หากต้นที่มีมีอายุปีนึงก็จะขายต้นละ 150 บาท คละกันกันระหว่างตัวผู้ตัวเมีย

 

          นายรอศักดิ์  หมาดสา  แนะนำเพิ่มเติมว่า  สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะปลูกสละ   ถ้ามีพื้นที่พื้นที่ที่ปลูกยางพารา   หรือปลูกต้นปาล์มโดยมีระยะห่างที่เหมาะสม   แนะนำว่าการปลูกสละอินโดเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายใหม่ได้

 

           ด้านนายเฉลิมพร  ศรีสวัสดิ์  เกษตรอำเภอเมืองสตูล  พร้อมเจ้าหน้าที่เกษตร ลงพื้นที่แปลงสละ โดยกล่าว ในส่วนของสำนักงานเกษตรอำเภอก็ได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ในเรื่องของการบริหารจัดการสวน   การจัดการปุ๋ย   การเข้าสู่มาตรฐานสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน   ในเรื่องของด้านการตลาด  โดยเกษตรกรรายนี้ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาสวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในตำบลเกตรี   อำเภอเมือง   ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรที่จะพัฒนาพื้นที่  จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย

 

          ในส่วนของสละ  พูดถึงก็เป็นรายได้เสริมที่ดี  หรือบางรายทำเป็นรายได้หลักไปเลย   สละที่ปลูกในจังหวัดสตูล   จะมีตั้งแต่สายพันธุ์สุมาลี   เนินวง   ส่วนหนึ่งก็มาปลูกสละอินโด  ซึ่งเป็นรายได้เสริมของเกษตรกร    ในส่วนของแปลงสละแห่งนี้ก็เป็นแหล่งจำหน่ายพันธุ์   และเป็นแหล่งแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียงที่สนใจจะปลูกสละอินโด

 

          สำหรับสละสามารถออกผลผลิตได้ตลอดปี   ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตลอด   สละไม่ต้องปลูกตามฤดูกาลแต่สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี   หากท่านใดต้องการสั่งต้นพันธุ์ โทร  096-9705301

……………………………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เยาวชน-การศึกษา

    สตูลเปิดหลักสูตร เสริมทักษะเอาตัวรอดเหตุจมน้ำลดการสูญเสียช่วงปิดเทอม  

สตูลเปิดหลักสูตร เสริมทักษะเอาตัวรอดเหตุจมน้ำลดการสูญเสียช่วงปิดเทอม

           ที่สระว่ายน้ำชุมชน  ต.ฉลุง  อ.เมือง  จ.สตูล    เด็ก เยาวชนจังหวัดสตูล  จำนวน 260 คน  เข้าร่วมฝึกทักษะว่ายน้ำจากโค้ชมืออาชีพ  ในกิจกรรม ฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำในกลุ่มเด็ก  เยาวชน  อายุ 6-14 ปี  ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล  จัดโครงการ เด็กไทยว่ายน้ำได้ ประจำปี 2567  ขึ้น  ระหว่างวันที่ 18-25 เมษายน 2567  โดยเปิดสอนจำนวน  4 รุ่น  ในช่วงปิดภาคเรียน

 

         ด.ช.อับดุสสลาม  ตาเดอิน  หรือ น้องเจ้านาย  วัย 12 ปี นักเรียนโรงเรียนพิมานพิทยาสรร  เป็นหนึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมฝึกว่ายน้ำ  กล่าวว่า  สนุกครับ  แม่สนับสนุนให้มาผมจึงมาครับ  ช่วงนี้อากาศร้อนถือว่าได้ช่วยดับร้อน  แล้วก็ได้ฝึกทักษะเพิ่ม  จริงๆก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  ในส่วนของเพื่อนๆที่ไปเล่นน้ำในช่วงปิดเทอมก็อยากให้ระมัดระวังด้วย  บางจุดน้ำอาจแรงเกิดอันตรายได้

 

           ด้านนางสาวรุ่งทิพา  สะอิ  คุณแม่น้องฟาเบรกัส วัย 6 ขวบ กล่าวว่า จริงๆแล้วเด็กๆว่ายน้ำไม่เป็น  แต่ชอบเล่นน้ำ  กิจกรรมส่วนใหญ่ของเด็กๆโดยเฉพาะวันหยุดหรือปิดเทอม  เราก็จะพาไปเล่นน้ำอยู่แล้ว  แต่เด็กๆไม่มีพื้นฐานว่ายน้ำก็เลยคิดว่าควรจะให้ลูกได้เรียนรู้  มีทักษะในการว่ายน้ำ   นอกจากว่ายน้ำเฉยๆแล้วยังได้ความรู้เรื่องการช่วยตัวเอง เวลาอยู่ในน้ำ   ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไรบ้าง  มองเห็นความสำคัญของโครงการเลยคิดว่ามีประโยชน์กับลูก  เลยสมัครเข้าร่วมโครงการ

              นางสาวพฤทธิพร  เสือทอง  เจ้าหน้าพละศึกษาประจำอำเภอควนกาหลง (ครูฝึกว่ายน้ำ)   กล่าวว่า ระยะสั้นนี้เบื้องต้นเราจะเน้นให้เด็กลอยตัวได้ช่วยเหลือเบื้องต้นได้พอจะจมน้ำ  บางคนพอลงน้ำก็จมเลย แต่เบื้องต้นเด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้  ในการตีน้ำมีการลอยตัวได้  เด็กที่ทักษะดีอย่างเด็กรุ่นแรกเรียนไปสามวันเด็กก็เริ่มลอยตัวได้แล้ว  พอลอยตัวได้ก็ให้ไปอีกทักษะหนึ่ง  คือทักษะการใช้มือ เริ่มเป็นท่าทางเช่น FREE Style

 

            เพื่อเพิ่มทักษะการว่ายน้ำและป้องกันอุบัติเหตุจากการจมน้ำของเด็ก และเยาวชน ในช่วงปิดภาคเรียน  นางปุณณานันท์ ทองหยู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  หลักๆแล้วของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยกรมพลศึกษา  มุ่งที่จะให้เด็กซึ่งเป็นเยาวชนรู้จักทักษะการว่ายน้ำเป็นลำดับแรกและพัฒนาไปสู่การว่ายน้ำเป็นเล่นน้ำได้  ก็มีประโยชน์หลายอย่าง   ลำดับแรกคือในเรื่องของการว่ายน้ำเป็น  ก็สามารถที่จะพยุงชีวิตตัวเองได้  ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้  ช่วยเหลือคนอื่นได้   อันนั้นประโยชน์แรก   ประโยชน์ที่สองถ้าทำไปแล้วเกิดความรัก   ทำบ่อยๆ  ก็สามารถที่จะพัฒนาไปสู่กีฬาว่ายน้ำได้   ในส่วนของเด็กๆที่อายุตั้งแต่  6 ขวบถึง 12 ขวบ  จำเป็นมากๆเพราะผู้ปกครอง ที่ดูแลเด็กอยู่   บางคนก็ไม่มีเวลาต้องทำมาหากิน   เลยต้องจัดคอร์สสอนขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้เล่นน้ำและว่ายน้ำเป็น  ช่วยเหลือตัวเองได้  ช่วยเหลือคนอื่นได้อันดับแรก   จังหวัดสตูลเรามีสถิติเด็กจมน้ำเยอะมากในช่วงฤดูร้อน  เราไม่อยากให้มีการเสียชีวิต  คิดว่าเด็กที่พอจะว่ายน้ำเป็นก็สามารถที่จะสอนคนอื่นได้ด้วยผู้ปกครองก็น่าจะสบายใจมากขึ้น

……………………….

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล- หนึ่งชีวิตมีค่า  นาทีช่วยน้องหมาจรจัดพันธุ์ไทยเพศเมีย  หัวติดในกระป๋องพลาสติกใส มานานถึง 7 วัน  ก่อนปล่อยสู่อิสระ

สตูล- หนึ่งชีวิตมีค่า  นาทีช่วยน้องหมาจรจัดพันธุ์ไทยเพศเมีย  หัวติดในกระป๋องพลาสติกใส มานานถึง 7 วัน  ก่อนปล่อยสู่อิสระ

            ครบ 7 วันแล้ว  ในวันที่ 21 เมษายน 2567  ที่สุนัขจรจัดเพศเมียมีขนสีขาว  หัวติดอยู่ในกระป๋องพลาสติกใส  วิ่งไปมาเพื่อหาทางหลุดออกจากกระป๋อง  บริเวณลานกว้างของสนามบินชั่วคราว กองทัพอากาศจังหวัดสตูล  ต.คลองขุด  อ.เมือง   ด้วยสภาพที่หิวโซ  เพราะอดอาหารนานร่วมสัปดาห์  

 

           ล่าสุดในช่วงค่ำที่ผ่านมา  นายธนาคม  ฉายนิ่ม   อาสาฉุกเฉินการแพทย์ งานกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลคลองขุด พร้อมด้วยนายสมบัติ  เจริญขวัญ  ชาวบ้านผู้ที่รักสุนัขและชอบเหลือสังคมในพื้นที่จังหวัดสตูล ได้ตามน้องหมาตัวนี้เข้าไปในสวนปาล์ม  ใกล้สนามบิน  วิ่งไล่ด้วยความไวจนสามารถจับน้องหมาตัวนี้ได้  โดยตะครุบตัวก่อนใช้กรรไกรตัดกระป๋องพลาสติกออกอย่างทุลักทุเล จนสำเร็จ และได้ปล่อยน้องหมาตัวนี้ไปสู่อิสรภาพ  

 

           สำหรับสุนัขจรจัดเพศเมียตัวดังกล่าวนี้   มีคนพบเห็นหัวติดอยู่ในกระป๋องพลาสติกใส  วิ่งวุ่นอยู่บริเวณสนามบิน ชั่วคราว กองทัพอากาศจังหวัดสตูล  โดยกลุ่มผู้รักสุนัข  และชาวบ้าน  ได้พยายามช่วย แต่ไม่สามารถจับตัวได้  เมื่อข่าวการพบน้องหมาจรจัดหัวติดกระป๋องพลาสติกใส ทราบไปถึงนายศักระ  กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  จึงสั่งการช่วยเหลือจัดระดมกำลัง  ทีมผู้มีความชำนาญโดยตรง โดย ปศุสัตว์จังหวัดสตูล  พร้อมด้วยนายชำนาญ พรหมดวง รองนายกเทศมนตรีตำบลคลองขุด และ ประชาชนกลุ่มรักษ์น้องหมา – แมวจรจัดจังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ธรรมรังสีสตูล  รวมตัวช่วยกันออกไปช่วยเหลือทันที

 

         แต่ด้วยสัญชาตญาณของหมาจรจัด ที่หัวติดกระป๋องพลาสติกใส นานถึง 7 วัน บวกกับอดข้าวอดน้ำ รวมทั้งอากาศร้อนจัดก็ไม่ยอมให้จับ  วิ่งหนีหลบเจ้าหน้าที่  ทำให้ทุกคนต้องวิ่งตามหากันให้วุ่นก่อนช่วยเหลือได้ในที่สุด

 

          นางสาวจริงใจ สุวรรณจุณี อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานกาชาด และเป็นหนึ่งผู้ที่มีใจรักน้องหมา เจ้าของคลิปติกต๊อกที่เคยโด่งดัง จากคลิปที่ตนเองช่วยน้องหมาติดยางมะตอย กล่าวว่า   ได้พบน้องหมาจรจัดเพศเมียตัวลักษณะมีขนสีขาว  ซึ่งหัวเข้าไปติดกับกระป๋องพลาสติกใส น่าว่าน้องหมาตัวนี้คงหิวและดันหัวเข้าไปกินจนเอาหัวดันออกมาไม่ได้  ติดมาแบบนี้เป็นเวลา 7 วันแล้ว น้องหมาตัวนี้ อดกินข้าวกินน้ำนับว่ายังโชคดีที่ยังไม่ตาย

 

         สำหรับพื้นที่  บริเวณที่สนามบินกองทัพอากาศ(ชั่วคราว ) ในพื้นที่เทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  โดยลานแห่งนี้ถูกใช้  จัดงานกาดชาดประจำปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 11 – 21 เมษายน โดยสภาพพื้นที่ เป็นป่าเสม็ดและสวนปาล์มของชาวบ้านรอบๆข้าง  พบมีหมาจรจัดจำนวนมากกว่า  50 ตัว ที่ถูกนำมาทิ้งไว้ ณ  ที่แห่งนี้  และมีผู้ใจดีมาให้คอยให้อาหารด้วยความเมตตา

………………………. 

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป

      บยสส.รุ่น 3 เปิดเวทีสัมมนาสาธารณะ

บยสส.รุ่น 3 เปิดเวทีสัมมนาสาธารณะ “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม” หวังร่วมสร้างความเข้าใจในสังคมไทย เพื่อเปิดรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียม

บยสส. 3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”     ชี้ทัศนคติสังคมไทยต้องเปลี่ยน เริ่มจากครอบครัวและสถาบันการศึกษา เพราะแม้พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมผ่านสภาฯแต่สังคมไทยยังย้อนแย้งบางส่วน พร้อมชวนสังคมและสื่อมองความหลากหลายทางเพศคือเรื่องปกติ

 

20 เมษายน 2567 – เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เคารพและให้คุณค่ากับการเปิดรับความหลากหลายทางเพศ หลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูง (บยสส.) รุ่นที่ 3 ร่วมกับสถาบันอิศรา ได้ร่วมจัดเวทีสัมมนาสาธารณะ  “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม” กล่าวเปิดงานโดย คุณชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ผู้อำนวยการหลักสูตร บยสส. รุ่นที่ 3  ณ Hall 1 – 2 ชั้น 10 อาคารอเนกประสงค์ เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ

 

คุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูง (บยสส.) รุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า การจัดงานสัมมนาสาธารณะในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้สะท้อนความคิดและมุมมองสู่สาธารณะ เพื่อให้สังคมไทยรวมถึงสื่อมวลชนรวมมีความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นความหลากหลายทางเพศ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับทุกคน “การเคารพในความหลากหลาย         เป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่จะต้องให้ความเคารพ ลดความขัดแย้ง ลดปัญหา ความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และหวังว่าการสัมมนาจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยต่อไป”

 

คุณณชเล บุญญาภิสมภาร รองประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกระเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ได้มีโอกาสทำงานกับครอบครัวที่มีบุตรหลานหลากหลายเพศ พบว่าพ่อแม่มักมีความรู้สึกว่าตนเองทำอะไรผิด ถึงมีลูกเป็น LGBTQIAN+ จึงต้องทำอย่างไรให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านั้นไปได้ ในเวลาเดียวกันลูกก็จะรู้สึกว่าตนเองต้องทำเกินกว่าคนอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ทั้ง ๆ ที่การได้รับความรักเป็นเรื่องพื้นฐานของครอบครัว จึงทำคู่มือชื่อ “บ้านนี้มีความหลากหลาย” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจสำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานหลากหลายเพศ สำหรับเรื่องการสื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียมนั้น สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา คือต้องไม่ตั้งสมมุติฐานว่า “ทุกคนจะเหมือนเรา” ต้องมีทัศนคติว่าคนมีความแตกต่าง มีความเฉพาะและมีชีวิตของตัวเอง การสื่อสารก็จะเป็นการสื่อสารด้วยความเคารพ เช่น เราเป็นผู้หญิงข้ามเพศ ก็ควรถามเราว่าอยากให้เรียกว่าอะไร บางคนยังไม่เปลี่ยนชื่อ ชื่อยังเป็นผู้ชายก็อาจไม่อยากให้เรียกชื่อนั้นก็ได้ เป็นต้น ในฐานะสื่อต้องเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลาย อย่าใช้คำนี้ไปครอบทุกอย่าง และต้องเห็นความหลากหลายเรื่องคนข้ามเพศ ที่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิง ผู้ชาย แต่มีnon-binary ด้วย เป็นเรื่องที่เราต้องรู้เท่าทัน เพราะโลกเดินมาไกลมาก

 

คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล และผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง  เปิดเผยว่า การสื่อสารอย่างเท่าเทียมและความเปลี่ยนแปลงจะเกิดได้จริง จะต้องเปลี่ยนที่ทัศนคติของคนในสังคม โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการสร้างความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้ใหญ่อย่างครูที่จะต้องเปิดกว้างกับนักเรียนด้วยความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ แม้ว่าปัจจุบันนี้ ร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่ผลักดันมาตั้งแต่ตอนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะผ่านความเห็นชอบและเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาภายในระยะเวลารวดเร็วกว่าที่คาดไว้ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจแก่สังคมให้มองว่ามนุษย์เท่ากัน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนควรได้แต่กำเนิด ซึ่งจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมาจากการหล่อหลอมของสถาบันการศึกษา ในส่วนของมุมมองที่มีต่อสื่อนั้น มองว่าปัจจุบันคนทำสื่อมีความตระหนักกับประเด็นเหล่านี้มากขึ้น เมื่อสื่อมีการเรียกหรือคำพูดที่ไม่เหมาะสมจะมีการฟีดแบ็คจากสังคมทันที และหวังว่าเมื่อมีการสื่อสารถึงตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศ จะมีการใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปมากกว่าการสร้างภาพจำบางอย่างดังที่เคยมีมาในอดีต ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นมาก และในส่วนตัวแล้วนั้นจะต่อสู้จนถึงวันที่ไม่มีคำว่าซีรีส์วาย LGBTQIAN+ เพราะทุกคนเท่ากันหมด โดยไม่ต้องตัดสินว่าคนอื่นมีรสนิยมทางเพศแบบไหน เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล

คุณรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงชื่อดัง ให้ความคิดเห็นถึงความแตกต่างของสังคมไทยกับในต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศสวีเดนว่า มีความแตกต่างกันมากโดยในเชิงปฏิบัติของประเทศไทยนั้นมีความย้อนแย้งกับกฎหมายที่กำลังรอการพิจารณาจากวุฒิสภา ขณะที่ในต่างประเทศให้การยอมรับและมีจุดยืนที่ชัดเจน เช่น ตำรวจ แพทย์ นักการเมือง ที่มีจากหลากหลายอาชีพก็สามารถแสดงออกได้ รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยว การรับรองบุตร ที่สามารถเปิดรับสิทธิในเรื่องนี้  โดยมองว่าเรื่องของการเป็นบุคคลข้ามเพศเป็นเรื่องของรสนิยมทางเพศที่เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก ถือเป็นการให้เกียรติทางสังคม ต้องให้ความเคารพความเป็นมนุษย์ ซึ่งมีหลายประเทศให้การยอมรับและสนับสนุนในเรื่องนี้ และถ้าเลือกปฏิบัติอาจจะเสียโอกาสที่จะได้บุคลากรที่ดี ส่วนเรื่องความคิดเห็นเรื่องการสื่อสารอย่างไรนั้น มองว่าให้เน้นในเรื่องของความมีมารยาท นำมาใช้ในการสื่อสารทางสังคม

 

คุณดารัณ ฐิตะกวิน นักแสดงชื่อดัง เผยมุมมองว่า การสื่อสารให้เท่าเทียมต้องเริ่มจากความเป็นพ่อแม่ที่ต้องเปิดรับเปิดกว้าง ทำให้ลูกเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสังคมในภาพกว้าง เข้าใจในเรื่องการใช้ชีวิตที่มากกว่าเรื่องของรสนิยมทางเพศ เพราะเราเป็นมนุษย์ที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ด้วยกัน เราทุกคนอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง อะไรที่ผ่านมาก็มีสิ่งที่ดีที่เราเรียนรู้ นอกจากนี้ทัศนคติของสังคมคือเรื่องสำคัญ โดยควรมองให้เป็นเรื่องปกติ และไม่ใช้เรื่องเพศในการนำทางชีวิตคู่ แต่ใช้ความเอื้ออาทร ความสบาย ความสุขที่อยู่ด้วยกัน ถ้าสนใจจะพัฒนาตัวเองมากกว่าการวิจารณ์คนอื่น สังคมจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้ทุกอย่างเป็นการใช้ชีวิต ทุกสิ่งคือธรรมชาติของมนุษย์ และนำพาไปสู่ความเป็นปกติ

 

#สื่อสารเท่าเทียม #บยสส3 #อิศรา

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท้องถิ่น-การเมือง ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล-เปิดบ้านกำปงบือฮัว  โชว์วัฒนธรรมชายแดน พร้อมประกวดรถสามล้อพ่วงริ้วขบวนที่สื่อวัฒนธรรมพื้นบ้านโบราณโดยดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม

สตูล..เปิดบ้านกำปงบือฮัว  โชว์วัฒนธรรมชายแดน พร้อมประกวดรถสามล้อพ่วงริ้วขบวนที่สื่อวัฒนธรรมพื้นบ้านโบราณโดยดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม

         วันที่ 20 เมษายน 2567   ที่บ้านโคกทราย หมู่ที่ 3  ต.บ้านควน อ.เมือง  จ.สตูล  ชาวบ้านในพื้นที่ทั้งหญิงและชายแต่งกายในชุดมุสลิมพื้นเมืองโบราณ   เข้าร่วมโครงการเปิดบ้านกำปงบือฮัว (Rumah terbuka di kampong Berhur)   กันอย่างคึกคัก  

        โดยเฉพาะกิจกรรมริ้วขบวนสามล้อพ่วงกว่า 30 คัน  ถูกตกแต่งสวยงามแปลกตา ชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมตกแต่งรถสามล้อพ่วงอย่างสวยงามแปลกตา ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนก็จะใส่ชุดพื้นเมืองโบราณเข้าร่วมการแข่งขัน 3 ประเภทคือ ประเภทรถสวยงาม ประเภทความคิดสร้างสรรค์ และประเภทผู้โดยสารใส่ชุดพื้นเมืองสวยงาม

         หนึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีรถพ่วง  เป็น(รถบ่าวสาว) ที่ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนเป็นคู่รักจริง โดยเจ้าบ่าวอายุ 82 ปี เป็นโต๊ะอีหม่ามบ้านโคกทราย  ส่วนเจ้าสาวอายุ 60 ปี  ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้น  ยินดี ที่ได้รับเกียรติในกิจกรรมนี้  โดยทั้งคู่ได้สวมชุดบ่าวสาวอีกครั้ง  เจ้าบ่าวบอกว่าแม้จะแต่งมา 3 ครั้งแล้ว  ก็ยังตื่นเต้น   กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมพื้นถิ่นตำบลบ้านควน   ในโครงการเปิดบ้านกำปงบือฮัว ที่ชุมชนบ้านโคกทราย จัดขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีคนในชุมชน   สร้างพื้นที่ให้ทุกกลุ่มในชุมชนได้แสดงออกอย่างเต็มศักยภาพ  พร้อมอนุรักษ์อัตลักษณ์ภาษาและวัฒนธรรมที่ดีให้คงอยู่ต่อไป  และประชาสัมพันธ์ชุมชนต่อสังคมภายนอก

          โดยโครงการดังกล่าวนี้  นายจตุพร สมปอง ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสตูล เป็นประธานในพิธีเปิด  นายกูดานัน  หลังจิ  นายกฯ อบต.บ้านควน  กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมงาน  ก่อนมอบรางวัลผู้ชนะประกวดรถสามล้อพ่วง จาก 3 ประเภท  ทั้งประเภท รถสวยงาม  ผู้โดยสานแต่งกายพื้นเมืองสวยงาม  และประเภทความคิดสร้างสรรค์  โดยทีมสุรี  โต๊ะมอง  ชนะรับรางวัลประเภท รถสวยงาม    ทีมสิริมา  อารีหมาน  ชนะรับรางวัลประเภทความคิดสร้างสรรค์   และ ทีมพัชรพล​ แยกนุ้ย  รับรางวัลผู้โดยสานแต่งกายพื้นเมืองสวยงาม     

       ทั้งนี้ภายในงาน  ทางกลุ่มแม่บ้านได้ทำขนมพื้นถิ่นที่นิยมทำในช่วงเทศกาลสำคัญๆ  อย่างขนมลากรอบ หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกขนมตาระ  และขนมเจาะหู หรือขนม แนหรำ  ให้ได้ชิมกันด้วย  นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันทำขนมต้ม  โดยเริ่มจากขั้นตอนการขูดมะพร้าว  คั้นกะทิ  และการห่อขนมต้ม  ได้รับเสียงเชียร์  ลุ้นกันตัวโก่ง  

        ด้านนายกูดานัน  หลังจิ  นายก อบต.บ้านควน  กล่าวว่า    งานนี้เกิดจากความร่วมมือของชาวตำบลบ้านควน  โดยเฉพาะบ้านโคกทราย  ร่วมกันจัดกิจกรรม ที่เรียกว่าเปิดบ้านโคกทราย  ให้ได้รับรู้ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีของดีมากมาย  วันนี้ได้รู้ว่าหมู่บ้านโคกทรายมีอัตลักษณ์หลายๆอย่าง  โดยชาวบ้านโคกทรายส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย  มีขนมโบราณ  ขนมจีน  มีของขายหากินได้ 24 ชั่วโมงเหมือนร้านสะดวกซื้อ สำหรับรถซาเล้ง หรือสามล้อพ่วงเพิ่งมีการใช้ไม่นาน ส่วนใหญ่จะเป็นแม่ค้าขายแร่  เราก็จะดึงมาใช้ในขบวนแห่เจ้าสาว ขบวนพาเหรดในการจัดกิจกรรมกีฬา  ชาวตำบลบ้านควนก็จะนำมาใช้โดยตกแต่งสวยงามแบบนี้

 

       ด้านนายฮามีดัน ตะวัน  ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวถึง บ้านโคกทรายว่า  เป็นชุมชนหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน  ต.บ้านควน อ.เมือง  จ.สตูล มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพื้นที่ มีการสื่อสารภาษามลายูเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับภาษาไทยใต้ถิ่นสตูล อีกทั้งมีร้านค้ามากมายในชุมชนที่คนต่างถิ่นมักจะเข้ามาซื้อกัน ได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน จนได้สมญานามว่า เป็นชุมชนที่มาเมื่อไรอิ่มเมื่อนั้น เมื่อหิว ก็นึกถึงกำปงบือฮัว นอกจากวัฒนธรรมการกินแล้ว บ้านโคกทรายยังมีองค์ความรู้อื่นๆ อีก มากมายที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน

…………………………..

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

แล้งนี้ที่สตูล  เลี้ยงผึ้งเดือนห้าแซมสวนยางจากรายได้เสริมแซงรายได้หลัก  รสชาติหวานฉ่ำคลายร้อน  เตรียมโกอินเตอร์ต่างแดน   ท้องถิ่นฉลุงช่วยเกษตรกรขาย  หลังผลิตภัณฑ์มีหลากหลายพร้อมตอบโจทย์ลูกค้า 

แล้งนี้ที่สตูล  เลี้ยงผึ้งเดือนห้าแซมสวนยางจากรายได้เสริมแซงรายได้หลัก  รสชาติหวานฉ่ำคลายร้อน  เตรียมโกอินเตอร์ต่างแดน   ท้องถิ่นฉลุงช่วยเกษตรกรขาย  หลังผลิตภัณฑ์มีหลากหลายพร้อมตอบโจทย์ลูกค้า 

       นายสุจริต  ยามาสา  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง ลงพื้นที่ชมวิธีการจับผึ้งโพรง  ของกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงมุสลิมบ้านทุ่งพญา หมู่ที่ 14 ตำบลฉลุง  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  ซึ่งมีการปลูกแซมในสวนยางพาราเป็นรายได้เสริม แต่กลับพบว่า  รายได้จะแซงรายได้หลักอย่างยางพาราไปแล้ว  โดยเกษตรกรกลุ่มนี้ได้จำหน่ายลังผึ้งเพียงผลิตภัณฑ์เดียว  ก็สามารถสร้างรายได้หลักล้านบาท  

        และขณะนี้เกษตรกรแต่ละราย  ก็จะนำลังผึ้งไปเลี้ยงภายในสวนยางพาราของตัวเอง  เป็นรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรและชาวบ้าน   โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม  ต่อการอาศัยอยู่ของผึ้งเนื่องจากมีความชื้นที่พอเหมาะ   และยังติดพื้นที่ชุ่มน้ำ  เขตห้ามล่าหนองปลักพระยาและเขาระยาบังสา

         นายราเหม หยังหาด ประธานกลุ่มฯ ได้สาธิตวิธีการจับผึ้งที่ปลอดภัยในครั้งนี้ ด้วย   สำหรับหนึ่งลังจะได้น้ำผึ้งประมาณ 3-4  ขวด จำหน่ายขวดละ 600 บาท  แต่ปัจจุบันมีขนาดขวดที่แตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ขวดละ 50 บาท ไปจนถึง 600 บาท พร้อมแพคแก็ตที่สวยงามเหมาะแก่การเป็นของขวัญของฝากอีกด้วย  ซึ่งการเลี้ยงผึ้งสร้างรายได้ให้ชุมชนเข้มแข็ง

        โดยวิสาหกิจชุมชน  กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงมุสลิมทุ่งพญา ตำบลฉลุง จ.สตูล ทางกลุ่มได้ทำการเลี้ยงผึ้งมากว่า 8  ปี ปัจจุบันนอกจากมีการจำหน่ายน้ำผึ้ง  ยังมีผลิตภัณฑ์จากผึ้งแบบครบวงจร ตั้งแต่ ลังผึ้ง สารล่อผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้ง และยังมีการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาเรียนรู้วิธีการเลี้ยงผึ้งอีกด้วย

        นายราเหม หยังหาด ประธานกลุ่มฯ  บอกว่า ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งของทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชน  กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงมุสลิมบ้านทุ่งพญา  มีมากมาย  โดยเฉพาะเครื่องดื่มพญาผึ้ง  ที่มีส่วนผสมจากน้ำส้มของอินทผาลัมและน้ำผึ้ง   ทางศาสนายอมรับว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณทางยา  ทำให้มียอดจำหน่ายดีกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ   ก่อนหน้านี้เคยจำหน่ายได้ 3-400 โหล  โดยเฉพาะตอนนี้ทางกลุ่มเตรียมที่จะผลักดันสินค้าไปขายยังประเทศมาเลเซีย   แต่ติดอยู่ที่ค่าเงินของต่างประเทศยังอ่อนค่าอยู่ทำให้ต้องชะลอ  นอกจากนี้กลุ่มลูกค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้  ก็ได้รับความนิยม   ทางกลุ่มยังมีเครือข่ายหลายจังหวัดในการทำงานเชื่อมโยงกัน

          การจับผึ้งเดือนนี้ถือว่าเป็นน้ำผึ้งที่ดีเลิศ  โดยเฉพาะน้ำผึ้งที่นี่มีลักษณะเด่น  จะเป็นสีทอง  หอมหวาน อร่อย และยังมีสรรพคุณทางยา สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามสั่งซื้อ  ได้ที่กลุ่มผึ้งโพรงมุสลิมบ้านทุ่งพญา ผ่านทางประธานชมรม ที่หมายเลขโทรศัพท์ 06-2   231  –  8316

……

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ข่าวทั่วไป

 ใส่ผ้าไทยให้สนุก!  จัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จังหวัดสตูล นำรายได้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยต่างๆในพื้นที่     

ใส่ผ้าไทยให้สนุก!  จัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จังหวัดสตูล นำรายได้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยต่างๆในพื้นที่

            ค่ำวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่เวทีกลางในงานประจำปีและงานกาชาด เที่ยวสบาย สไตล์สตูล 2567 ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล ร่วมกับ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล จัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จังหวัดสตูล  เพื่อสมทบทุนบริจาคหารายได้ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยต่างๆ ของจังหวัดสตูล และเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล โดยมี นายศักระ  กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย ทพญ.สุกีรติ  กปิลกาญจน์ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล ร่วมรับเงินบริจาคเพื่อร่วมสมทบทุนกองทุนแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล จำนวน 212,000 บาท จากตัวแทนผู้เดินแบบการกุศล ซึ่งมีเหล่านางแบบและนายแบบ จากสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล สมาชิกชมรมเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคในจังหวัดสตูล ภาคเอกชน กลุ่มองค์กรภาคประชาชน เครือข่ายพัฒนาชุมชน ร่วมเดินแบบในครั้งนี้

           สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จังหวัดสตูล ได้นำแนวนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการน้อมนำ พระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาสู่การขับเคลื่อนและส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ด้วยการจูงใจให้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่หันมาสวมใส่ผ้าไทยในทุกวันและทุกโอกาส รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างกระแสนิยมในการแต่งกายด้วยผ้าไทย ต่อยอดให้ผ้าไทยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมการใช้ผ้าไทยทั้งในมิติช่องทางการตลาด และในมิติการพัฒนาเสริมสร้างทักษะและศักยภาพของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าไทย เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ที่สำคัญ คือ เป็นการทำบุญเพื่อการกุศล จัดหารายได้สนับสนุนชมรมแม่บ้านมหาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดสตูลในการนำไปช่วยเหลือกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศล และช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ผู้ด้อยโอกาส ในจังหวัดสตูลอีกด้วย

——————————————

ภาพ : ศุภาพิชญ์ ดวงไข /ภาสินี  จันทจักษุ

ข่าว : ภาสินี  จันทจักษุ

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

   เปิด “ศึกรวมน้ำใจ สู่ศูนย์กีฬาบ้านท่าแลหลา”   โชว์แข่งขันชกมวยมาตรฐาน อย่างมืออาชีพ

เปิด “ศึกรวมน้ำใจ สู่ศูนย์กีฬาบ้านท่าแลหลา”   โชว์แข่งขันชกมวยมาตรฐาน อย่างมืออาชีพ

         ณ  สนามมวยชั่วคราวโรงเรียนบ้านท่าแลหลา  ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ร่วมจัด   นายศิริศักดิ์  ประทีปรัศมีกุล รองประธานสภาอบจ.จังหวัดสตูล  และรองเลขาธิการสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย  ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬามวยไทย  “ศึกรวมน้ำใจ สู่ศูนย์กีฬาบ้านท่าแลหลา”  โดยนายสัมฤทธิ์  เลี่ยงประสิทธิ์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามวยไทย ในวันที่  15  เมษายน  2567 

        สำหรับวัตถุประสงค์ ในการจัดแข่งขันกีฬามวยไทย“ศึกรวมน้ำใจ สู่ศูนย์กีฬาบ้านท่าแลหลา” เพื่อตระหนักถึงความสำคัญแก่เยาวชนให้หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และห่างไกลยาเสพติด  ส่งเสริมพัฒนามาตรฐานการกีฬาให้สูงขึ้นและส่งผลให้การพัฒนากีฬาเกิดความก้าวหน้าอย่างแพร่หลาย อันจะเป็นการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรบุคคลในประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง  และเพื่อให้พี่น้องประชาชนและเยาวชนในจังหวัดสตูล ได้เห็นการชกมวยที่ได้มาตรฐาน อย่างมืออาชีพ  อีกทั้งเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ให้แก่ศูนย์กีฬาบ้านท่าแลหลา  อ.ละงู  จ.สตูล

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล

Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา

   สตูล – คุณนายผู้กำกับวอนกูรูชี้แนะ หลังพบวัวเกิดใหม่คล้ายในตำราพญาวัวโบราณ เกิดปุ๊บให้โชคลาภคนเลี้ยงทันที

สตูล – คุณนายผู้กำกับวอนกูรูชี้แนะ หลังพบวัวเกิดใหม่คล้ายในตำราพญาวัวโบราณ เกิดปุ๊บให้โชคลาภคนเลี้ยงทันที

        (17 เม.ย.2567) ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง (ชื่อฟาร์มสุขรีสอร์ท)  ตั้งอยู่ที่ตำบลกำแพง อำเภอละงู  จังหวัดสตูล  พบลูกวัวเพศเมีย  ที่เพิ่งเกิดได้เพียง 1 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 16  เมษายน 2567  ที่ผ่านมา (ตรงกับวันหวยออก)  ลูกวัวเพศเมียตัวดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือ  ใบหน้าเป็นรูปใบโพธิ์  ข้อเท้ามีลักษณะคล้ายถุงเท้าสีขาว   ปากคล้ายคาบแก้ว  ลักษณะหางดอกสีขาว  ดูภาพรวมแล้ว  คล้ายวัวที่ตรงตามตำราพญาวัวโบราณ

        ซึ่งวัวตัวนี้เป็นของนางน้ำทิพย์  อายุ  41 ปี และ  พันตำรวจเอกบุญเลิศ   ตรัสศิริ   สามีภรรยา  โดยภรรยาผู้กำกับ ได้เล่าให้ฟังว่า   สมาชิกใหม่ของฟาร์มสุขรีสอร์ท ที่พึ่งคลอดมาเพียง 1 วันมีชื่อว่า   น้องลัคกี้   ซึ่งแปลว่าโชคดี   เนื่องจากคนเลี้ยงที่ดูแล  ได้ถูกลอตเตอรี่ทันทีที่น้องลัคกี้เกิดมา  โดยเชื่อว่าเป็นตัวให้โชคลาภ   จึงเป็นที่มาของชื่อน้องลัคกี้

       น้องลัคกี้   มีพ่อแม่เป็นลูกครึ่งวัวพื้นบ้านและวัวชน   โดยลักษณะพ่อพันธุ์ของ lucky ก็จะมีใบหน้าเป็นรูปใบโพธิ์ด้วยเช่นกัน   เป็นวัวพันธุ์พื้นบ้านธรรมดาโดยทางผู้กำกับ  บอกว่า   ได้ไปไถ่ชีวิตของพ่อแม่พันธุ์น้องลัคกี้มาจากโรงเชือด เพื่อเอามาเลี้ยงเพราะความสงสาร   ส่วนจะตรงตามตำราโบราณพญาวัวหรือไม่นั้น   ก็ต้องขอคำแนะนำจากกูรูผู้รู้  แต่หากมีคนสนใจมาขอซื้อไปเลี้ยงต่อก็ยินดี   แต่หากเลี้ยงนานวันจนมีความผูกพันก็อาจจะไม่ขาย   เหมือนสัตว์ชนิดอื่นที่ตอนนี้ก็มีมากกว่า 30 ชีวิตภายในฟาร์มสุข   ที่ต้องดูแล  โดยเฉพาะวัว  และแพะ

        คุณนายน้ำทิพย์  ยังบอกอีกว่า  โดยปกติตนไม่ได้ชอบเลี้ยงสัตว์  แต่สามีจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก  เหมือนอย่างที่เขาบอกว่า (love me love my dog)  10 กว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา   ก็จะช่วยเลี้ยงดูสัตว์เหล่านี้  ทั้งช่วยทำแผล ดูแลให้อาหาร  จนเกิดความผูกพัน  แม้จะมีเพื่อนๆแซว ว่าเป็นถึงคุณนายแต่มาทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ก็รู้สึกเฉยมากกว่า  และเริ่มที่จะรักและผูกพัน 

        นอกจากนี้ทางฟาร์มสุขรีสอร์ท  ก็ยังมีสัตว์หลายชนิดที่ซื้อมาจากโรงเชือดเพื่อนำมาเลี้ยง และที่ประกาศขายตามสื่อโซเชียล  เหมือนอย่างแพะไซอิ๋ว  ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าที่มาพักรีสอร์ท  อนาคตก็อยากจะทำให้ฟาร์มสุขรีสอร์ท บนพื้นที่ 25 ไร่แห่งนี้  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและที่พักให้คนที่ชื่นชอบสัตว์ได้มาให้อาหารและถ่ายรูป 

…………

อัพเดทล่าสุด

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น

เปิดรับสมัคร อบต. วันแรกคึกคัก ผู้สมัครชูนโยบายบริหารจัดการน้ำ–พัฒนาท้องถิ่น ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วจังหวัดสตูล