Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สู้วิกฤต..สตูลร้านข้าวห่อไข่ไก่กะเพรา  ปรับกลยุทธ์ขายสวนกระแสอัดโปรตีนจุกๆเพิ่มไข่ 2 ฟองราคามิตรภาพหวังเรียกลูกค้าในยุค ไข่แพง

สู้วิกฤต..สตูลร้านข้าวห่อไข่ไก่กะเพรา  ปรับกลยุทธ์ขายสวนกระแสอัดโปรตีนจุกๆเพิ่มไข่ 2 ฟองราคามิตรภาพหวังเรียกลูกค้าในยุค ไข่แพง

         ในยุคที่ข้าวยาก  หมากแพง  พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์  ทั้งกลยุทธ์ที่จะมัดใจลูกค้าทั้งราคาและความอิ่มอร่อย  เหมือนอย่างร้าน “ผัดไท-ห่อไข่”  ตรงสามแยกไฟแดง  เขตเทศบาลตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นร้านของ นางสาวขวัญใจ   ทับโทน   อายุ 47 ปี  หรือที่รู้จักในนาม  ก๊ะน๊ะ

         ร้านนี้บอกว่า  ราคาไข่ไก่ที่แพงขึ้น   ใช่ว่าแม่ค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ  แต่ลูกค้าที่เป็นหัวใจหลักของเราก็ได้รับผลกระทบจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน  จึงมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าอยู่ได้  ร้านก็ต้องอยู่ได้ด้วย  จึงคิดเมนูเพื่อช่วยเหลือกันในยามนี้

          ด้วยการขายข้าวห่อไข่  ทุกเมนู  ไม่ว่าจะเป็นเมนูเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ไม่ทานเผ็ด  ได้ทานอิ่มมีประโยชน์จากโปรตีนไข่ แบบจุก ๆ ไปเลย 2 ฟอง พร้อมห่อด้วยสาหร่าย และไก่ผัดเครื่องราดซอส มายองเนสห่อไข่  จานนี้เพียง 40 บาททุกเมนู  นอกจากนี้ยังมีเมนู  ข้าวห่อไข่ผัดกะเพราไก่  และ  ข้าวห่อไข่เครื่องแกงไก่

        แม้จะขายสวนกระแสราคาไข่ไก่ที่ขยับตัวแพงขึ้น  แต่ทางร้านบอกว่า  อยากให้ลูกค้าอยู่ได้  ได้ทานแม้กำไรจะเล็กน้อย เพราะในยามเศรษฐกิจแบบนี้ลูกค้าต้องแบกรับภาระอะไรอีกหลายอย่าง  เชื่อว่าคนที่มาทานเยอะขึ้นจะทำให้ทางร้านอยู่ต่อไปได้

อัพเดทล่าสุด

        นางสาวขวัญใจ   หรือ ก๊ะน๊ะ  ยังบอกอีกว่า  ทางร้านต้องปรับกลยุทธขายของไปเรื่อย ๆเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน  แม้วันนี้จะขายยากก็ตาม เพราะข้าวของเพิ่มราคา  วันนี้ราคาไข่ไก่อยู่ที่ฟองละ 5 บาทกว่า   ทำให้มีรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 1,000 บาท  สำหรับท่านที่สนใจเมนูข้าวห่อไข่เมนูต่างๆ ของทางนี้ก็ยังมีผัดไทห่อไข่  และผัดไทกุ้งสดด้วย  สามารถโทรติดต่อสอบถามได้ที่  063  602 8023

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สาวสตูลตามฝันเปิดร้านอาหารวัฒนธรรม โรตีโอ่ง ชาปากี และเมนูคนรุ่นใหม่

สาวสตูลตามฝันเปิดร้านอาหารวัฒนธรรม โรตีโอ่ง ชาปากี และเมนูคนรุ่นใหม่

        เดินตามฝันและความถนัดของตัวเอง  สาวสตูลวัย 20 ที่ค้นพบอาชีพที่เชื่อว่า   นี่คือความสุขและจะสร้างรายได้ให้กับตนโดยมีคุณพ่อคอยซัพพอร์ต  กับร้านอาหารวัฒนธรรมพื้นเมือง อย่างโรตีโอ่งชาปากี และจิ้มจุ๋ม – ย่างเนยฮาลาลเมนูตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

         นางสาวญูนีย์   หลีเส็น  เจ้าของร้าน Junee Halal Street Foods  อายุ 20 ปี  ซึ่งร้านตั้งอยู่ย่านถนนสตรีทฟู้ด  สายฉลุง – ละงู   ตำบลฉลุง   อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล ที่นี่จำหน่าย  อาหารฮาลาล ที่ขี้นชื่อ  และอีกหลากหลายเมนูมากมายให้ลูกค้าได้เลือกสรร  โดยเจ้าของร้านก็จะลงมือทำเองอย่างพิถีพิถันจะมีลูกมือคอยช่วย แต่น้องญูนีย์ เจ้าของร้านบอกว่า  อยากใส่ใจทุกรายละเอียดก่อนเสิร์ฟสิ่งดี ๆให้กับลูกค้า

         โดยเฉพาะเมนูวัฒนธรรมของคนพื้นถิ่นดินแดนมลายูที่ชอบทานโรตี  อย่างโรตีโอ่ง หรือโรตีนาน  ที่จะมีทานเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ  มาวันนี้ทางร้านนำมาให้ทานได้ทุกวัน  กับน้ำแกงเนื้อและแกงไก่ เพียงชุดละ  50 บาทเท่านั้น  ทานคู่กับชาปากีร้อน ๆ ที่มีการปรุงตามแบบฉบับสูตรดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดฮิต  ที่ทางร้านขายจิ้มจุ๋ม และย่างเนย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหม้อไฟทะเล  แบบล้นทะลักเนื้อแน่นๆ ขายเพียงชุดละ 199 ถึง 259 บาท ทานได้ 2-4 คนแบบสบายๆ

อัพเดทล่าสุด

         ด้วยน้องญูนีย์   เจ้าของร้านฯ ที่ได้คลุกคลีอยู่กับคุณพ่อมาตลอด   เห็นการบริหารร้านอาหารหลากหลายสาขา  พบเห็นปัญหาอุปสรรคในการบริหารร้าน และการใส่ใจดูแลลูกค้า  มาวันนี้น้องอยากจะมีร้านเป็นของตัวเอง  กับเมนูที่ถนัดและชื่นชอบที่จะทำ  โดยมีคุณพ่อคอยซัพพอร์ตห่าง ๆ  ยิ่งสร้างมั่นใจให้กับน้องญูนีย์  ที่จะบริหารร้านให้เติบโตยิ่งขึ้นไป  

       สำหรับร้านนี้เปิด 10.00 -22.00 น. หยุดทุกวันพฤหัสบดี จองโต๊ะได้ที่หมายเลข 066-102 2606 หรือ 062-941  9474 สั่งจองผ่านเพจ Junee Halal Street Foods    

………………………………………….

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 หนุ่มวิศวะเครื่องกล หันทำกับข้าว อาหารทะเลขาย แกงส้มไข่ปลาลิวกิ้ว ขายดีลูกค้าชอบ

สตูล-หนุ่มวิศวะเครื่องกล หันทำกับข้าว อาหารทะเลขาย แกงส้มไข่ปลาลิวกิ้ว ขายดีลูกค้าชอบ

       วันนี้จะไปหาอาหารทะเลอร่อยๆได้ที่ชายหาดปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล  ที่มีวิวชายทะเลตกยามเย็น นั่นคือร้าน บ้านแบบโรล ซีฟู้ด เป็นร้านของน้องอาร์ต  หรือนายสุรชัย ทองแหยม  อายุ 39 ปี และแฟนสาว นางสาว นิศากร พร้อมเพียง อายุ 39 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพทำร้านอาหาร แถมมีฝีมือรสชาติเด็ด ลูกค้าสั่งกลับบ้าน และมาทานที่ร้านกัน โดยเฉพาะเมนูอาหารทะเลสดๆใหม่ๆทุกวัน     

       ด้านนางสาว นิศากร พร้อมเพียง  อายุ 39 ปี   แฟนสาว  เจ้าของร้านอาหาร กล่าวว่า ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 10 โมงจนถึง1 ทุ่ม ครึ่ง  ส่วนวัตถุดิบนั้นมาจากท้องทะเล ทะลเบ้านเรา   หากต้องการมาชิมร้านอาหาร บ้านแบบโรล ซีฟู้ด  โทร  0858964298  และรับทำอาหารกล่อง อีกด้วย

          คุณอาร์ต  หรือนายสุรชัย ทองแหยม  อายุ 39 ปี พ่อครัว ได้โชว์ทำเมนูแกงส้ม แกงส้มไข่ปลาลิ้วกิ้ว ( ไข่ปลาล้วน )  ใส่ผัก และขายชามละ  300  บาท หากใส่เนื้อปลาผสมอยู่ราคา 400 บาท  นอกจากนี้ยังมีเมนูราคาทานแบบครอบครัวอิ่มมี กั้งไข่ต้ม จานละ 500  บาท หมึกไข่จานละ 250  บาท และ ส้มตำกุ้งสดจานละ  150  บาท ไข่เจียวกุ้งจานละ 80 บาทและ น้ำพริกกุ้งสดพร้อมผักต้มชุดละ 120 บาท

อัพเดทล่าสุด

        และวันนี้นี้โชว์เมนูที่ยอดฮิตทางร้านคือแกงส้มไข่ปลาลิวกิ้ว ตั้งหมอไฟร้อนๆต้มให้เดือดในเครื่องแกงแส้มทำเอง ตำเองกับมือ ใส่ ปรุงรมชาตใส่น้ำมะข้ามเปียก จากนั้นไข่ปลาลิวกิ้ว เอาไปล้างน้ำเกลือ ต้มน้ำร้อนใส่สมุนไพรกันคาว เทในหมอแกงส้ม ยกขึ้นทันที  และหากชอบเนื้อปลาใส่เนื้อปลาหนาม ปลาริวกิว  ลงไป ยกเสริฟทานอย่างอร่อย

Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูลปอเปี๊ยะจิ๋ว  อาหารสองแผ่นดินนานกว่า 10 ปี

สตูล-ปอเปี๊ยะจิ๋ว  อาหารสองแผ่นดินนานกว่า 10 ปี

        หมู่บ้านชุมชนที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีวัตถุดิบจากท้องทะเลมากอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดสตูล  ต้องที่ชุมชนนี้เลย   ที่ชุมชนตำบลเจ๊ะบิลัง   อำเภอเมืองสตูล ที่นี่มีอาหารทะเลสดใหม่ทุกวันแล้วยังมีการแปรรูปมาเป็นอาหารคาวหวานด้วย 

       โดยที่ (บ้านขนมผูกรัก-ปอเปี๊ยะจิ๋ว)   ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ที่ 2 เขตเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง  ภายใต้กลุ่มส่งเสริมอาชีพสตรีเจ๊ะบิลังที่มีการรวมตัวกันมานาน 10 ปี เริ่มแรกจากการทำขนมผูกรัก  และพัฒนามาเป็นปอเปี๊ยะจิ๋ว  ไส้ปลา,กุ้งและล่าสุดไส้ถั่ว (ขายกลุ่มทานเจ หรือมังสิวิรัต  กับสมาชิก 14 คนส่วนใหญ่เป็นสตรีในหมู่บ้านหลังเสร็จงานหลักในครอบครัวบ้างทำสวน ค้าขาย ก็มาช่วยกันทำขนมงานรองอยู่ภายในหมู่บ้าน ทำอยู่อย่างนี้กันอย่างมีความสุข

 

        สำหรับวัตถุดิบหลักของปอเปี๊ยะจิ๋ว  มีเนื้อปลา 80% แป้ง 14 %สมุนไพร 2% (สำหรับเครื่องสมุนไพรประกอบด้วย พริกแห้ง , ใบมะกรูด , หอมแดง , ขิง , ข่า , ตะไคร้)  ผัดคลุกเคล้ากันใช้เวลาทำไส้เลย 1 วันเต็ม จากนั้นมานั่งห่อกันและทอดซับน้ำมันจนแห้ง ก่อนนำมาเพ็คใส่บรรจุภัณฑ์  ขายออกบูธครั้งละ 1,000 กล่อง หากซื้อราคาส่งกิโลกรัมละ  300  บาท หรือ กระปุก 100 บาท ส่วนขนมผูกรักครึ่งกิโล 110 บาท กิโลกรัมละ 220 บาท

        สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนละ 3,000 บาทถึง5,000 บาท และช่วงไหนมีออเดอร์ชุก ๆ เคยแตะที่หลักหมื่นบาทต่อคน สนใจติดต่อดูงาน หรือสั่งสินค้าได้ที่เบอร์โทร 083-183-3044 ทางกลุ่มยังมีเครื่องหมายฮาลาล และมผช.ด้วย

อัพเดทล่าสุด

      นางชไมพร   หมันสง่า   ประธานและผู้ก่อตั้งบ้านขนมผูกรัก-ปอเปี๊ยะจิ๋ว  บอกว่า  สำหรับขนมผูกรัก หรือ ปอเปี๊ยะจิ๋ว เป็นอาหารวัฒนธรรมที่มีการแลกเปลี่ยนกันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และมีปรับรูปลักษณ์ให้มาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและไส้ที่เยอะขึ้น  ส่วนใหญ่ลูกค้าทั่วไปและจากมาเลเซียเพื่อนบ้านเป็นอาหารทานเล่น เพลินอร่อยมีประโยชน์  

………………………..

Categories
ข่าวทั่วไป

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดงานครบรอบ 26 ปี ส่วนภูมิภาคที่จังหวัดขอนแก่น

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดงานครบรอบ 26 ปี ส่วนภูมิภาคที่จังหวัดขอนแก่น ฟังปาฐกถาพิเศษ  “BCG: โอกาสของการพัฒนาอีสาน” โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ และ “บทบาทสื่อและองค์กรสื่อที่สังคมคาดหวัง” โดย ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก และการเสวนาหัวข้อ “จริยธรรมสื่อกับความอยู่รอดทางธุรกิจของสื่อภูมิภาค”

        สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ องค์กรวิชาชีพสื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และดิจิทัล โดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จะจัดงานครบรอบ 26 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในส่วนภูมิภาคที่จังหวัดขอนแก่น ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 เป็นการจัดเสวนาในภูมิภาคครั้งที่ 2 โดยเมื่อปี 2565 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่  

          สำหรับรายละเอียดกำหนดการจัดงาน วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 08.00-12.00 น. ที่ห้องคำแก่นคูณ โรงแรมเลอแคสเชีย จังหวัดขอนแก่น เริ่มจากปาฐกถาพิเศษ เรื่องBCG: โอกาสของการพัฒนาอีสาน” โดย​ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการสื่อมวล​ชนแห่งชาติ  ถัดมาเป็นปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“บทบาทสื่อและองค์กรสื่อที่สังคมคาดหวัง” โดย ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก ประธานหลักสูตรนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณทิตเอเชีย อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และอดีตกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

       

เสวนา หัวข้อ “จริยธรรมสื่อกับความอยู่รอดทางธุรกิจของสื่อภูมิภาค” วิทยากรร่วมเสวนา ประกอบด้วย

  • นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น
  • นายชุมพร พารา เพจฟอร์มออนไลน์ขอนแก่นลิงก์
  • นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้า จังหวัดขอนแก่น
  • รศ.ดร.วนิดา แสงสาระพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • นายจักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ กรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชามติ จังหวัดตราด

          ดำเนินรายการโดย นางสาววลัยลักษณ์ ชมโนนสูง เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายสื่อ ไทยพีบีเอส

         สรุปผลการนำเสนอ “ทิศทางอนาคตของสื่อปี 2023” โดย ดร.สิขเรศ ศิรากานต์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อดิจิทัลและสื่อใหม่ อาจารย์พิเศษสาขาวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร/การผลิตสื่อ และผู้วิจัยอิสระสาขาสื่อสารมวลชน สื่อดิจิทัลและสื่อใหม่

        กล่าวขอบคุณ โดย นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการอำนวยการ อีสานบิซ  ผู้ประสานงานและรับผิดชอบการจัดงาน 

        สำหรับผู้สนใจที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานที่โรงแรมเลอแคสเชีย จังหวัดขอนแก่นได้  ชมการถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊ก สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และองค์กรสมาชิก ประกอบด้วย อีสานบิซ เชียงใหม่นิวส์ ตราดออนไลน์ นครเชียงราย หมากแข้ง หัวหินสาร ลานนาโพสต์ ตรังไทม์ ส่องใต้นิวส์ และสงขลาโฟกัส

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล-รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดอาคารสำนักงานใหญ่ สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ ชื่นชมทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม

สตูล-รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดอาคารสำนักงานใหญ่ สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ ชื่นชมทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมแก่พี่น้องประชาชนชาวมุสลิมดีเยี่ยม

         วันที่ 17 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายนิรันดร์  มูลธิดา  รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานใหญ่กดปุ่มป้ายอาคาร และร่วมตัดริบบิ้นของอาคารสำนักงานใหญ่สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จำกัด  เลขที่ 373/1 หมู่ที่ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมีนายอับดุลลฮ์  อาเก็ม ประธานคณะกรรมการสหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟจำกัด  พร้อมด้วย คุณพสุธา ระวังสุข  รองผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้  ผศ.อับดุลรอชีดเจะมะ  ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย  และ นายอูมัร อาเก็ม  ผู้จัดการใหญ่สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟจำกัด  พร้อมกับนายถาวรศักดิ์ รัตนชูศรี  สหกรณ์จังหวัดสตูล ( เป็นผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล )ในการร่วมงานและตอนรับในครั้งนี้ด้วย

           สำหรับความเติมโตของสหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จำกัด ครบรอบ 30 ปีที่อยู่คู่พี่น้องชาวมุสลิมในจังหวัดสตูล มาช้านานด้วยการช่วยเหลือสังคม และการให้โอกาสด้านการเงินเป็นสหกรณ์ช่วยเหลือประชาชนพี่น้องชาวมุสลิมมาช้านาน และยังมีภารกิจช่วยเหลือสังคม แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนอีกด้วย

        และวันนี้มาสู่ความสำเร็จของการเป็นสหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จำกัด จึงได้จัดเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ความโตที่มาพร้อมความช่วยเหลือสังคม ในวันนี้จึงมีกิจกรรมอาทิเช่น  ปฐกถาพิเศษ หัวข้อ การบริหารจัดการสหกรณ์เชิงรุกต่อความท้าทายเพื่อโอกาสในการเติมโตที่ยังยืน

           

       นายอูมัร อาเก็ม  ผู้จัดการใหญ่สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จำกัด    กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เรามีการทำอาหาร ไอติมฟรี  แก่พี่น้องชาวมุสลิมที่มาร่วมงาน และคนยากจนได้ทานจนอิ่ม และมีกิจกรรมอีกมากมายอาทิ เช่น พิเศษ!! เปิดรับสมาชิกใหม่ภายในงาน 30 ปีอิบนูเอาฟ ครบรอบ30ปีอิบนูเอาฟ Big Family Day เพื่อให้ทุกท่านได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลโดย ช่วงท้ายรายการจับรางวัลแจกสมาชิกอิบนูเอาฟ  นอกจากนี้ยังมีพบกับบูธสินเชื่อฮาลาลและให้คำปรึกษาการขอสินเชื่อต่างๆเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่หลากหลาย

  

อัพเดทล่าสุด

         ภายใจงาน 30ปีอิบนูเอาฟ ครบรอบ30ปีอิบนูเอาฟ Big Family Day และ   ภาคกลางคืน ช่วง Short Talk  พบกูรูในแวดวงเศรษฐศาสตร์อิสลาม  ผศ.อับดุลรอชีด เจะมะ   ผศ.ดร. สุกรี หลังปูเต๊ะ  และ Influencer ด้านการเงินอิสลาม  ดร.ศิดดิก ลาลีวัน

          ที่จะมาคุยในแบบฉบับที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย   ในมิติของ Islamic finance. 30ปีอิบนูเอาฟ ครบรอบ30ปีอิบนูเอาฟ Big Family Day  ย้ำมีของรางวัลมากมาย เราให้สังคมอย่างยิ่งใหญ่

Categories
ข่าวทั่วไป ท่องเที่ยว-กีฬา

สตูล-หนุ่มมัคคุเทศก์ สู่ ดริปไรเดอร์อิสระ พร้อมเสิร์ฟไปกับจยย.คู่ใจบริการตามจุดเช็คอินเอาใจคอกาแฟถึงที่ 

สตูลจากหนุ่มมัคคุเทศก์ สู่ ดริปไรเดอร์อิสระ พร้อมเสิร์ฟไปกับจยย.คู่ใจบริการตามจุดเช็คอินเอาใจคอกาแฟถึงที่

         วันนี้พาไปดูคนสู้ชีวิตอีก 1 รายในพื้นที่ตำบลปากน้ำ   อำเภอละงู   จังหวัดสตูล ที่ผันตัวเองจากเป็นไกด์นำเที่ยวในจังหวัดสตูล อีกทั้งเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟสด  แต่ไม่มีเงินทุนมากนักที่จะเปิดร้านกาแฟ  จึงหันมาใช้รถจักยานยนต์ส่วนตัว  เป็นรถบรรทุกอุปกรณ์เครื่องมือทำกาแฟสดแบบง่าย ตระเวนขี่ไปจอดตามแหล่งท่องเที่ยว ต่าง ๆในจังหวัดสตูล ดริปกาแฟสดกันถึงที่เลยทีเดียว 

        โดยทีมข่าวไปพบนายอิสระพงศ์  โสะเต่ง อายุ  32 ปี เจ้าของร้านกาแฟเครื่องที่ หรือเรียกว่า  ดริปไรเดอร์อิสระ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เมื่อก่อนทำอาชีพนำเที่ยว และรู้สึกอยากมาทำอาชีพที่ตนเองรัก  และมีความฝันอยากมีร้านกาแฟ แต่ไม่มีงบประมาณทำเหมือนคนอื่นๆ แต่ด้วยความชอบดื่มกาแฟสดแบบ เรียล ๆ จึงหันศึกษาเมล็ดพันธุ์กาแฟต่าง ๆ จากผู้รู้ และมาลองผิดถูก  ดริปกาแฟเอง ถึง  3 ปี ลอง กิน  ลองคั่วเอง จนได้รสชาติที่ถูกคอถูกใจ ลูกค้าทุกกลุ่มวัย

 

       ด้านนายอิสระพงศ์   กล่าวอีกว่า  ทำไมถึงใช้ จยย.ทำร้านกาแฟ และดริปบนรถเลย  เพราะ สะดวก และ หาวิวชุมชน  หากใครอยากชิม สามารถแวะอุดหนุนได้ โดยช่วงเช้าทุก ๆ วัน ประมาณ 9 โมงเช้า จะขายข้างร้านอาหารตามสั่ง ร้านบังวร ใกล้จุดท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปากบารา  ตำบปากน้ำ  อำเภอละงู จังหวัดสตูล ช่วงบ่ายขี่จยย.ไปขาย  บริเวณริมทะเลท่ามาลัย  ช่วงพระอาทิตย์ตกจะขายบริเวณลาน 18 ล้าน ริมชายหาดปากบารา  ส่วนเมนูยอดฮิตลูกค้าสั่งบ่อยค่อย เมนู กาแฟดริปเย็น.  คาปูชิโน่  กาแฟส้ม กาแฟร้อน วันหนึ่งขายได้ถึง  10 แก้ว ราคาแก้วละ 40 บาท จนถึง 150 บาท ใครสนใจอยากชิมโทรสอบถาม ได้ที่ 093 – 669 5183  ดริปไรเดอร์อิสระ ตอนนี้เปิดขายมา 6 เดือนตั้งแต่ปีใหม่ จนถึงปัจจุบันนี้

 

          ทั้งนี้ร้านกาแฟดริปไรเดอร์  เป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ไปตามวิวสวยๆ  มีเก้าอีก 3 ตัว ไว้ให้ลูกค้าได้นั่งรอ  นั่งจิบกาแฟแลวิว   โดยจะออกขายตามแหล่งท่องเที่ยวปากบารา เคยวิ่งไปไกลสุดที่จังหวัดพัทลุง  ลูกค้าขาประจำก็มี  ขาจรก็เป็นลูกค้าจากประเทศมาเลเซีย  ราคามีหลากหลายทั้งราคาแพง  และราคาถูก  เพราะซื้อมาแพงเริ่มต้นที่ 40 บาทจนถึง 150 บาทต่อแก้ว  

          ขณะที่ลูกค้าที่แวะซื้อกิน บอกว่า กาแฟสดเข้มข้น อร่อยเหมือนทานในร้านกาแฟเลย แถมมีแนวคิดดีน่าชื่นชมคนขยัน

……………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล-ช่างเสริมสวยจิตอาสาใช้เวลาว่างลงตัดผมผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน 

สตูล-ช่างเสริมสวยจิตอาสาใช้เวลาว่างลงตัดผมผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน

           4 ปีแล้ว ที่ครอบครัว ประไพ อินทรสมบัติ  ใช้เวลาว่างจากการเปิดร้านเสริมสวย ทำผมให้ลูกค้า   ออกตระเวนตัดผมให้ผู้ป่วยติดเตียงฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

          นางประไพ  อินทรสมบัติ  เจ้าของร้านเสริมสวยในตัวเมืองสตูล  พร้อมบุตรสาว  นำบัตตาเลี่ยน  กรรไก เครื่องมือทำมาหาเลี้ยงชีพ  ออกบริการตัดผมให้ลุงปรีชา วัย 68 ปี  ผู้ป่วยติดเตียง ในซอยเรืองฤทธิ์จรูญ ซอย 9  ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล  โดยใช้ทักษะการตัดผมอย่างชำนาญ  ค่อยๆตัดผมที่ยาวออกก่อนจะตัดแต่งทรง  พร้อมโกนหนวดเคราให้ลุงปรีชาตามตั้งตอนเสมือนตัดผมในร้านเสริมสวย  ซึ่งลุงบอกว่า ไม่ได้ตัดผมมาร่วมครึ่งปีแล้ว 

          โดยลุงปรีชาเป็นโรคกระดูกทับเส้นมานาน 16 ปี  อยู่บ้านเพียงลำพัง การจะออกไปตัดผมที่ร้านถือเป็นเรื่องยาก  ก่อนจะโชว์ความหล่อหลังตัดผมเสร็จเรียบร้อยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

          โอกาสนี้  ประไพ และบุตรสาว  ยังได้เดินทางต่อไปยังบ้านผู้ป่วยติดเตียงหลังที่ 2 เป็นหญิงสูงวัย อายุ 62 ปี  เพื่อตัดผมให้ ตามความต้องการของผู้ป่วย   โดยทรงผมที่ผู้ป่วยเลือก มีทั้ง  รองทรงสูงในผู้ชาย  ซอย ทรงผมบ๊อบ ทรงสวอกกี้  ในผู้หญิง     

 

             นางประไพ  อินทรสมบัติ  จิตอาสา กล่าวว่า  ให้บริการด้านนี้มานานเข้าปีที่ 4 แล้ว   รับผู้ป่วยติดเตียงเคสที่มีความลำบาก  มีความพิการ  ดูแล้วศักยภาพดูแลตัวเองไม่ได้   ผู้ป่วยเอดส์ก็มีในภาวะไม่แพร่กระจายของโรค  เมื่อมีคนติดต่อมา หากมีเวลาก็จะลงทำให้  โดยพยายามเลือกเคสที่ลำบากที่สุด 

         “เมื่อก่อนเปิดร้านทำผมมา 30 ปี  จะเจอลูกค้าที่หลากหลาย  จะมีลูกค้าที่เดินมาถามว่าโกนผม โกนหัวให้พ่อหนูมั้ยเพราะท่านเป็นผู้ป่วยติดเตียง  และมีผู้ป่วยพาร์กินสันส์ที่เดินได้อยู่ๆก็เดินไม่ได้   พอตัดผมไปนานๆเพราะถึงจุดอิ่มตัวก็เริ่มมองว่าจะทำบุญด้านไหนได้บ้าง    ส่วนตัวมีทักษะวิชาชีพ ในกลุ่มนี้จะมีช่างที่เข้าไปทำให้น้อยที่สุดซึ่งส่วนนี้ญาติผู้ป่วยจะมีปัญหามากที่สุด 

         เคยตัดมากสุดวันละ  3  คน  ด้วยเวลาที่ต้องเรียนด้วย  บางครั้งก็มีลูกค้ามาทำผมที่ร้าน   ส่วนเคสที่ตัดจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงโดยจะแนะนำให้โกนศีรษะเพราะทำความสะอาดง่าย  และต้องเวียนมาตัดให้สามเดือนครั้ง 

         จริงๆแล้วอยากส่งเสริมให้ช่างในสตูลเข้ามาช่วยตรงนี้  เพราะผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านมีเยอะนะตอนนี้   แต่ทำคนเดียวก็อยากกระจายตรงนี้ ให้มาช่วยกันได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระและทำบุญร่วมกัน”

               ด้านนางอรัตนยา  โอสถาน   สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสตูลเขต 3  // อสม.กล่าวว่า   น้องหมวย   อยู่ในทีมเดียวกันคือ ซีจี ดูแลผู้ป่วยฟื้นฟูที่ติดบ้านติดเตียง  เป็นทีมเดียวกัน   แต่อยู่คนละชุมชน   เมื่อมีอะไรก็จะไปเยี่ยม  ถ้ามีคนผมยาวหรือจะต้องทำความสะอาดบ้านก็จะนัดกัน  โดยจะทำให้โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นคนแบบไหนลำบากคนฐานะดีๆ  ก็จะไปทำให้หากอยู่ติดบ้านติดเตียง   ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่ลำบากเสมอไป   ขอให้บอกจะมีทีมอย่างบ้านไหนที่คนแก่อยู่คนเดียว   ลูกหลานทิ้ง   ไม่เคยทำความสะอาดบ้านเลย   เราจะมีทีม   แจ้งมาเราจะไปช่วยทำความสะอาด
               

         การให้บริการตัดผมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ   นั้น  ครอบครัวนางประไพ ก็ไม่ได้เกี่ยงว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน   คนรวยที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้  ก็พร้อมไปตัดให้ฟรีเช่นกัน    

           

         นอกจากนี้ยังมีทีมจิตอาสา  อสม.  ซึ่งใกล้ชิดกับชาวบ้าน  กองงานสวัสดิการสังคมของเทศบาลเมืองสตูล   เมื่อพบผู้ป่วยติดเตียง ต้องการให้ช่วยตัดผม  ก็จะแจ้งมายังครอบครัวนางประไพ   และร่วมกันลงพื้นที่ให้บริการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องการความช่วยเหลือ 

…………………………………….

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

นิพนธ์ ร่วมในพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ปีบริหาร 66-68 ย้ำจุดยืนในเรื่องความรักความสามัคคี

นิพนธ์ ร่วมในพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ปีบริหาร 66-68 ย้ำจุดยืนในเรื่องความรักความสามัคคี และมุ่งเน้นทำประโยชน์เพื่อชุมชน

         นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา  พร้อมด้วยนายสรรเพชญ  บุญญามณี ว่าที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สงขลา ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมในพิธีสถาปนากรรมการบริหารสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ปีบริหาร 2566-2568  มี นายไพโรจน์ สุวรรณจินดา นายกสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา สมัยที่ 15  นายอนุสรณ์ โค่ยสัตยา รองนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯฮกเกี้ยนสงขลา ประจำปีบริหาร 2566-2568 ร่วมให้การต้อนรับ  ณ โรงแรมกรีนเวิล์ด พาเลช สงขลา

         ทั้งนี้สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ได้จัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ ในการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกฯ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 โดยนายไพโรจน์ สุวรรณจินดา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกสมาคมฯคนใหม่ เป็นสมัยที่ 15 พร้อมกับการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคม ประจำปีบริหาร 2566-2568  ทางสมาคมฮกเกี้ยนสงขลาจึงได้จัดให้มีพิธีสถาปนาสมาคมฯขึ้น เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสมาคมฯ พร้อมกับการมอบตราตั้งของสมาคมฯจากนาย คณธร รัตนปราการ นายกสมาคมฮกเกี้ยนสมัยที่ 14   โดยได้รับเกียรติจาก นางอู๋ ตงเหมย กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา นายดนัยธร จารุพฤกษ์พันธุ์ ประธานห้าสมาคมจีนสงขลาพร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ ประธานเขตพื้นที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย   และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีสถาปนาสมาคมฯและแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสมาคมฮกเกี้ยน ประจำปีบริหาร 2566-2568

           นายนิพนธ์  กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ คุณคณธร รัตนปราการ  นายกสมาคมฮกเกี้ยนที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และส่งมอบภารกิจของสมาคมฮกเกี้ยนให้กับท่านนายกคนที่ 15 ในวันนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับท่านไพโรจน์ สุวรรณจินดา และแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสมาคมฮกเกี้ยนทุกท่านที่ได้เสียสละ เข้ามาแบ่งรับภารกิจของสมาคม สิ่งหนึ่งที่พวกเราควรรักษาเอาไว้นั่นคือความรักความสามัคคีในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนทุกตระกูลแซ่ ที่เราถือว่าเมื่อเรามาอยู่ในประเทศไทยและได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเรา จากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงรุ่นของพวกเรา แต่สิ่งหนึ่งที่สอนเรา นั่นคือความรักความสามัคคีช่วยเหลือกัน ผมอยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้อยู่คู่กับเมืองสงขลา  หรือแม้แต่อยู่คู่ชาวหาดใหญ่ ซึ่งผมไม่อยากแบ่งสงขลาหรือหาดใหญ่ แต่อยากบอกว่าพวกเราสงขลาทั้งหมดอยากให้มีความรักความสามัคีกัน และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม อยากเห็นพวกเราร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนพัฒนาชุมชนที่พวกเราอยู่อาศัย

        วันนี้จึงดีใจที่เห็นสมาคมฮกเกี้ยนเป็นปึกแผ่น และร่วมมือร่วมในกันที่จะพัฒนาสมาคม นำสมาคมไปสู่การทำกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลต่างๆในวันข้างหน้า ช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือสมาชิกด้วยกันด้วยความผูกพันในความรักความสามัคคี

        ซึ่งท่านกงสุลใหญ่ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน  ท่านได้พูดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ผมคิดว่าความสัมพันธ์อันนี้เรามีทุกระดับ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า สมเด็จพระเทพฯท่านได้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครบครั้งที่ 50 นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ตั้งแต่ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับราชวงศ์มาถึงระดัยฝ่ายบริหารต่างๆมีความใกล้ชิดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

  ผมจึงขอถือโอกาสนี้ให้กำลังใจทุกภาคส่วนในการที่จะช่วยกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน ดั่งที่พวกเราพูดกันว่าไทยจีนมิใช่อื่นไกล เราพี่น้องกัน จึงอยากให้พวกเรายึดถือสิ่งเหล่านี้ แล้วรำลึกภึงบรรพบุรุษเรามาอยู่ที่นี่ด้วยความยากลำบาก และเราผ่านพ้นวิกฤตทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นด้วยความผูกพันของพวกเรา ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่และใช้ในการสร้างสานสัมพันธ์ทุกตระกูล แซ่เข้าด้วยกัน

………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สื่อออนไลน์ภูมิภาคอาเซียน ผนึกกำลังร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการอยู่รอด ในงาน Regional Seminar 2023

สื่อออนไลน์ภูมิภาคอาเซียน ผนึกกำลังร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการอยู่รอด ในงาน Regional Seminar 2023 จัดโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

         สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  จัดการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเห็นระดับภูมิภาค (Regional Seminar) ในหัวข้อ “ความอยู่รอดของสื่อออนไลน์ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” หรือ Survival of Online News Providers in the Changing World เป็นการรวมตัวกันของตัวแทนผู้ผลิตสื่อออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่มาร่วมแลกเปลี่ยน หารือเกี่ยวกับปัญหา สถานการณ์และแนวทางการทำธุรกิจสื่อออนไลน์ในภูมิภาคนี้ โดยได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรม ปทุมวัน ปริ๊นเซส และถ่ายทอดสดออนไลน์ทางเฟซบุ๊กสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ www.fb.com/SONPThai และไทยพีบีเอส www.fb.com/ThaiPBS

         นายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่า  ภูมิทัศน์สื่อในภูมิภาคอาเซียนปรับเปลี่ยนไปอย่างมากโดยเฉพาะพฤติกรรมผู้รับสารที่ปรับเปลี่ยนไปโดยเปิดรับข้อมูลข่าวสารผ่านทาง Key Opinion Leader  หรืออินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการรับข่าวสารเป็นอย่างมาก ดังนั้นสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมงานจะสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิด พร้อมทั้งเสนอแนวทางต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตสื่อที่เน้นถึงคุณภาพของคอนเทนต์  ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางในการสร้างโมเดลธุรกิจ สำหรับหารายได้ให้องค์กรสื่อมีความยั่งยืนทางธุรกิจ  โดยในงานนี้ได้สรุปถึงที่มาและภาพรวมของพัฒนาการของอุตสาหกรรมสื่อออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน โดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้งสมาคมฯ อีกด้วย

 

          การสัมมนาดังกล่าว ได้เชิญตัวแทนจากสื่อออนไลน์ชื่อดังในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว   ร่วมหารือใน 3 หัวข้อหลัก คือ หัวข้อที่ 1 “กลยุทธ์ด้านเนื้อหา (Content Strategy)” นำเสนอการพัฒนาการนำเสนอเนื้อหาและกลยุทธ์ในมุมมองใหม่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน โดย Min Thaw Htut, Executive Director of Eleven Media Group เมียนมาร์,  Thong Sovan Raingsey, General Director of Koh Santepheap Media จากกัมพูชา และ Somsack Pongkhao, News Editor of Vientiane Times จากลาว หัวข้อที่ 2 “โมเดลธุรกิจ (Business Model)” ศึกษาสื่อออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงการออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่อย่างไร เพื่อดึงดูดผู้อ่านและผู้ชมมากขึ้น ในขณะที่แพลตฟอร์มทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ร่วมเสวนาโดย Do Min Thu  Executive,  VietnamPlus Online News จากเวียดนาม , Rosette Santillan Adel, Online Writer/Editor of Philstar.com  จากฟิลิปปินส์ และ Adek Media Roza Ph.D .Director of Katadata Insight Center จากอินโดนีเซีย  โดยทั้งสองหัวข้อ ร่วมดำเนินรายการเสวนาโดย น.ส.ณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวนการ Thai PBS World จาก Thai PBS  และหัวข้อที่ 3  “โอกาสการสร้างรายได้ (Monetization Opportunity)” โอกาสใหม่ ๆ และการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ของการหารายได้ที่แต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดย  Chia Ting Ting,  Chief Commercial Officer Malaysiakini จากมาเลเซีย และนายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์  ดำเนินรายการโดย น.ส.ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการ TNN World

 

         ตัวแทนสื่อจากมาเลเซียกล่าวว่า สื่อ ผลิตภัณฑ์ และการโฆษณาเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด การกำหนดจุดยืนของแบรนด์ในระดับโลกเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะสื่อจำนวนมากลงไปแข่งขันในระดับนานาชาติ นอกจากนั้น สื่ออาจต้องเน้นให้บริการลูกค้าในด้านการบริหารชื่อเสียง การให้คำแนะนำด้านการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ความรู้กับสาธารณชนด้วย  การจำแนกฐานลูกค้า การเข้าใจลูกค้าแบบลึกซึ้ง การเข้ากันได้แบรนด์ลูกค้ากับสื่อของเราก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเช่นเดียวกัน

        ขณะที่ตัวแทนจากประเทศไทยได้ให้ความเห็นว่า “สื่อต้องหากลุ่มเฉพาะของตัวเองให้เจอ ส่วนเนื้อหาที่ Google ต้องการในปัจจุบัน  คือเรื่องเกี่ยวกับการให้ความหวัง สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม และการข่มขู่คุกคามจะได้รับการผลักดันมากกว่าเรื่องอื่น ๆ

 

        ตัวแทนสื่อจากลาว กล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 สื่อมวลชนลาวต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อความอยู่รอด แต่เดิมหารายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ ต้องปรับตัวหารายได้จากออนไลน์ โดยผู้บริโภคข่าวสารในลาวที่รับข่าวสารผ่านระบบออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

        ตัวแทนจากเมียนมาร์ กล่าวว่า ภายในประเทศยังคงมีการควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด จนทำให้สื่อหลาย ๆ รายต้องปิดตัวลง เป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวพม่าต้องใช้ VPN ในการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกปิดกั้น สื่อมวลชนพม่าจำนวนมากถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และกักขังจากการเสนอเนื้อหาหรือความจริงที่ไม่ถูกใจรัฐ แม้จะยากลำบากในการทำสื่อขนาดไหน ทางตัวแทนพม่าได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “ถึงแม้คุณจะถูกห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำเรื่องไม่ดีแทน”

 

       ด้านตัวแทนจากกัมพูชา ให้คำแนะนำว่า “การแบ่งกลุ่มชุดเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเฉพาะ (Niche) เป็นสิ่งที่ควรทำ การทำข่าวในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เน้นความเร็ว และควรมีความครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผู้ชม และเห็นว่า COVID-19 ได้กระตุ้นให้สื่อต้องปรับกลยุทธ์อย่างมากเพื่อความอยู่รอด

 

        ตัวแทนจากฟิลลิปปินส์ กล่าวว่า สื่อมวลชนนำเสนอคอนเทนต์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าการเมือง สังคม กีฬา ในช่วงนี้สื่อจะผลิตเนื้อหาที่สั้นลงให้เข้ากับพฤติกรรมผู้รับสาร และเน้นไปที่การนำเสนอแบบไลฟ์สด หรือ Real Time โดยเนื้อหาที่ครองใจคนได้ คือเนื้อหาที่มีทั้งภาพและเสียง ( Visualization)  พร้อนแนะนำว่า การทำคอนเทนต์ให้ตรงใจกับผู้รับสารจะเป็นประโยชน์กับตัวสำนักข่าวเอง ส่วนการที่จะไปต่อสู้กับโซเชียลมีเดีย หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ องค์กรสื่อเองต้องมีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้ายามของสังคม รักษาผลประโยชน์ให้ประชาชน

 

        ตัวแทนจากอินโดนีเซียได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจว่า “การหาทุนในการทำข่าวเชิงลึกเป็นเรื่องที่ยาก สื่อต้องมีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน อีกทั้งสื่อยังต้องมีการคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจก่อนการผลิตเนื้อหา ไม่เช่นนั้นการหารายได้จะลำบากอย่างยิ่ง”  

 

        นอกจากนี้ยังได้จัดการสนทนาแบบ Roundtable ในหัวข้อ “The Future of News Website in ASEAN” โดยเปิดโอกาสให้วิทยากรทั้งหมด ​ได้แสดงความคิดเห็นและถาม-ตอบร่วมกับผู้เข้าร่วมงานกว่า 40 คน

          ผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิเอสซีจี,  สายการบินไทยแอร์เอเชีย, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)  ทั้งนี้สามารถติดตามชมบรรยากาศและเนื้อหาตลอดการประชุมย้อนหลังได้ทาง www.facebook.com/SONPThai และ YouTube Thai PBS : ช่วงที่ 1 http://youtu.be/9jpqD9eFJok , ช่วงที่ 2 https://youtu.be/ylM3Ql03LBY

 

อัพเดทล่าสุด