Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูล-ชำชุดดีน โคขุนเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม ปลอดสาร 100%  ตอบทุกโจทย์สายเนื้อ  ที่วิสาหกิจชุมชนฯเลี้ยงโคแปลงใหญ่ตำบลกำแพง 

สตูล..ชำชุดดีน โคขุนเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม ปลอดสาร 100%  ตอบทุกโจทย์สายเนื้อ  ที่วิสาหกิจชุมชนฯเลี้ยงโคแปลงใหญ่ตำบลกำแพง 

         ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคแบบแปลงใหญ่  จังหวัดสตูล หมู่ที่ 4 ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล   ที่นี่มีผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคขุนแปรรูปมากมาย  ได้แก่ เนื้อแปรรูป   เนื้อสไลด์   กระดูก  และส่วนอื่น ๆ  ที่พร้อมรับประทาน  ทั้งแบบเสียบไม้พร้อมปิ้งย่าง   นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป  อาทิ ใบพายวัว สันคอวัว สามชั้นวัว  ลิ้นวัว หรือเนื้อที่สำหรับทำสเต็กสะดวกสบายสำหรับผู้บริโภคในราคาเกษตรกร

        ที่วิสาหกิจชุมชนฯ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรที่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2559 ร่วม 9 ปีของการเติบโตจากสมาชิก 10 คน  ปัจจุบันมีสมาชิก 118 คน  ที่แห่งนี้ยังเป็น  ศูนย์เครือข่ายจุดเรียนรู้  การเลี้ยงสัตว์แบบลดต้นทุน  โดยโคขุนทุกตัวจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิก  ก่อนส่งชำแหละจากต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ทุกคนต้องมีความรู้ในการปรับคุณภาพ   ให้โคขุนกินอาหารคุณภาพ ทั้งอาหารหมัก  อาหารที่เป็นธัญญาพืชและอาหารเสริม  เพื่อให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพเท่ากัน ไม่มีกลิ่นคาว ระดับพรีเมียมทุกตัว เกษตรกรจะได้ราคาดีกว่าตลาดทั่วไป โดยประกันราคาที่ 95-100 บาท (ในขณะที่ตลาดทั่วไปอยู่ที่ 70 บาท)  ผู้บริโภคจึงไว้ใจได้ถึงคุณภาพ  และราคาจำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 300 บาท  โดยทุกเดือนจะมีการชำแหละไม่น้อยกว่าเดือนละ 6 ตัว   ในรอบปีประมาณ 100 ตัว   ที่ต้องสต็อกโคขุนไว้

 

          นางสาวมนัสนันท์  นุ่นแก้ว เกษตรอำเภอละงู  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร  ลงพื้นที่ติดตามและเยี่ยมแปลงใหญ่โคตำบลกำแพง  โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอละงูมาคอยให้คำปรึกษา  แนะนำช่องทางการตลาด และแนวทางการดำเนินการของกลุ่ม  เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตทางกลุ่มบอกว่า   มีแนวคิดที่จะผลิตลูกชิ้นเนื้อ และมีการรับซื้อมูลวัวจากสมาชิก  เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้สมาชิกอีกทางหนึ่ง

 

          สำหรับ นายชำชุดดีน  เล่งเจะ   ประธานแปลงใหญ่โคตำบลกำแพง (หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 )   ยังปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจแบบสมัยใหม่ด้วยการไลฟ์สด (ชื่อเพจสิงห์ตะวัน  โคขุน)  ขายสินค้าเองทางออนไลน์  นอกจากลูกค้าประจำแล้ว   เพื่อสร้างภาพจำ  และอัตลักษณ์เฉพาะกับสินค้า  เพื่อตอบโจทย์ชาวสตูลที่ชื่นชอบสายเนื้อ     

 

         โดยราคาเนื้อวัวสันในเกรด A กก.ละ 400 บาท เนื้อวัวเกรด A กก.ละ 350 บาท , (เนื้อเกรดรวมงานนูหรี งานแต่ง 100 กก.ขึ้นไป 280 บาท) เนื้อสันในสไลด์ 500 กรัม 250 บาท,เนื้อริปอาย สไลด์ 500 กรัม 250 บาท ,เนื้อสเต็กทีโบน ขีดละ 60 บาท เนื้อสเต็กโทมาฮอก ขีดละ 100 บาท เนื้อแดดเดียว 500 กรัม แพ็คละ 350 บาท เนื้อหมักหม่าล่า 500 กรัมแพ็คละ 300 บาท เป็นต้น 

ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 089-733-7771

 

…………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

 สตูล – ปีใหม่อุดหนุนสินค้าชุมชนผ่านตลาดนัดเกษตร ก้าวสู่ปีที่9 มากกว่า50 ผลิตภัณฑ์ชุมชนเด่นปลอดภัยมาร่วมที่นี่

สตูล ปีใหม่อุดหนุนสินค้าชุมชนผ่านตลาดนัดเกษตร ก้าวสู่ปีที่9 มากกว่า50 ผลิตภัณฑ์ชุมชนเด่นปลอดภัยมาร่วมที่นี่

            วันที่ 27 ธันวาคม 2566 เกษตรกรสตูล รวมตัวกันนำผลผลิต  ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  มากกว่า 50  ผลิตภัณฑ์ชุมชนเด่นที่ปลอดภัยจาก 7 อำเภอ  มาร่วมจำหน่ายสินค้า  อาทิ  ขนมผูกรัก  โรตีกรอบจิ๋ว  ปลาเค็ม  อาหารแปรรูป  ผลไม้ และผักสดปลอดสารพิษ จากกลุ่มชุมชนโดยมีสำนักงานเกษตรการันตีผ่านการคัดเลือกก่อนมาวางจำหน่าย

           โดยสำหรับวันนี้ได้มีการจัดเป็นปีที่ 9  ก้าวที่ยิ่งใหญ่  “๙ ปี ตลาดเกษตรกรจังหวัดสตูลก้าวหน้าก้าวไปสู่ความยั่งยืน”  ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรให้มีอัตลักษณ์  เป็นแหล่งรวบรวมและจำหน่ายสินค้าของเกษตรกรที่มีศักยภาพ ตลอดจนประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสตูล   โดยจะมีนัดกันที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสตูล (ลานจอดรถกลางแจ้งศาลากลางจังหวัดสตูล) อำเภอเมืองสตูล  จังหวัดสตูล   ทุกวันพุธของสัปดาห์ 

          ซึ่งวันนี้ เป็นการนัดรวมพลเกษตรกรพิเศษส่งท้ายปี   มีสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปจากเกษตรกรจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  และยังเป็นทั้งของฝากและของขวัญให้จับจ่ายมารวมภายในงานแห่งนี้ที่จะเป็นแหล่งรวบรวมของสตูล และกระจายสินค้าปลอดภัย โดยในแต่ละวันสามารถสร้างเม็ดเงินให้เกษตรกรวันละไม่น้อยกว่า 50,000 บาท  ที่จะเป็นทุนให้เกษตรกรผลิตสินค้าดีออกสู่ตลาดผู้บริโภค

         สำหรับกิจกรรมตลาดเกษตรกรวันนี้พิเศษครบรอบ 9 ปีมีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีกิจกรรมตลาดเกษตรอำเภอ, ตลาดภาคี, ตลาดเกษตรกรออนไลน์ , นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตร , กิจกรรมสาธิตสร้างรายได้ , กิจกรรมฟังดนตรี สีเทาแดง , กิจกรรมลุ้นรับโชค   และ  กิจกรรมสวัสดีปีใหม่ กระเช้าปีใหม่จากใจสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล  การจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดจากสนง.พาณิชย์จังหวัดที่นำไข่ไก่ และน้ำมันมาให้ชาวบ้านได้จับจ่ายซื้อสินค้าด้วย

         นายชาญณรงค์   วิรุณสาร  เกษตรจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  สินค้าที่จะมาวางขายที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสตูล จะต้องเป็น สินค้าที่มีความปลอดภัย มีความยุติธรรมกับผู้บริโภค เป็นหลัก  เกษตรกรจะได้พบปะกับผู้บริโภคโดยตรง หรืออาจจะสั่งออนไลน์ได้ในครั้งต่อไป   สำหรับตลาดนัดเกษตรกร  เปิดขายทุกวันพุธของสัปดาห์  ตั้งแต่เวลา  07.00 น. ถึงเที่ยงของทุกวัน   สินค้ามีหลากหลายทั้งพืชผัก  ผลไม้  พันธุ์ไม้ต่างๆ  ขนม  ข้าวสาร สินค้าแปรรูป  ทั้งสดและแห้ง 

………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เกษตร - อาชีพ

  สตูล – อาหารฮาลาลสุดชิค  นักท่องเที่ยวและสายคอนเทนต์ไม่ควรพลาด! กับเมนูในตำนานข้าวต้มบ้านหยังเครื่องอัดแน่น ส่งต่อรุ่นที่ 3 ตกแต่งร้านสไตล์อบอุ่น

สตูล – อาหารฮาลาลสุดชิค  นักท่องเที่ยวและสายคอนเทนต์ไม่ควรพลาด! กับเมนูในตำนานข้าวต้มบ้านหยังเครื่องอัดแน่น ส่งต่อรุ่นที่ 3 ตกแต่งร้านสไตล์อบอุ่น

        เมนูสุดชิคทั้งเครื่องดื่มและอาหารทานเล่นที่   บ้านหยัง คาเฟ่  บรรยากาศอบอุ่นเสมือนมานั่งทานที่บ้านญาติ  กับเมนูคุ้นเคย  ข้าวต้มบ้านหยัง  เครื่องแน่นอิ่มจุกๆ  ปอเปี๊ยะกรอบอร่อยสไตล์บ้านหยังและอีกหลากหลายเมนูสากลฮาลาล  ตอบโจทย์สายคอนเทนต์ และนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ไม่ควรพลาด

 

          บ้านหยังคาเฟ่   (เป็นภาษามลายู  ที่แปลว่า บ้านคุณอา  หรือญาติผู้ใหญ่)  ตั้งอยู่ตรงข้าม รพ.สต.ย่านซื่อ  ถนนยนตรการกำธร  หมู่ที่ 2 ตำบลย่านซื่อ  อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล  ที่ร้านนี้  อดีตเป็นร้านประจำของใครหลายคนในหมู่บ้าน  ที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวต้มทรงเครื่อง  และมักจะมีการเรียกติดปากว่า  ไปกินข้าวต้มบ้านหยัง  จากวันนั้นถึงวันนี้  เข้าสู่รุ่นที่ 3  กว่า 15 ปีแล้ว  มีการปรับปรุงร้านให้เข้ากับยุคสมัย  แต่ยังคงกลิ่นไอความอบอุ่นเสมือนไปนั่งเล่นทานอาหารที่บ้านญาติผู้ใหญ่  ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย  และสายทำคอนเทนต์มาแวะถ่ายรูป และอิ่มอร่อยกันไม่ขายสาย

 

          ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิลกึ่งไทยมาเลเซีย   มีเมนูหลากหลายทั้งไทยและสากล โดยเมนูเด่นคือ  ข้าวต้มไก่ และปลาบ้านหยัง  เครื่องอัดแน่น เป็นที่ถูกใจทุกวัย  โดยเฉพาะกลุ่มคนสูงวัยมักชื่นชอบเมนูนี้   และเมนูปอเปี๊ยะบ้านหยัง  ที่ทำเอง  ใหม่สดทุกวัน  ตามแบบฉบับของร้าน  ที่อยากให้ทุกคนมาลิ้มลอง

 

           นางสาวฟิรดาวส์   หลีเส็น   อายุ 28  ปี  ผู้บริหารร้านรุ่นที่ 3 บ้านหยังคาเฟ่  บอกว่า  เมนูที่หลากหลายให้อารมณ์เหมือนมาทานอาหารที่บ้านญาติผู้ใหญ่  กับ  เมนูข้าวเนื้อตุ๋น  ข้าวไก่ย่างเทอริยากิ   สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า  ผัดไทยไข่ข้น  ยำไก่ยอข้าวโพดและอีกหลากหลายเมนู  รวมทั้งเมนูเครื่องดื่มที่ชื่นใจ อาทิ มัทฉะน้ำดอกมะพร้าว  ,  ชาเย็นที่ขึ้นชื่อของเมืองสตูลที่รสชาติไม่เหมือนใคร , แอสเปสโซ่น้ำดอกมะพร้าว ,อเมริกาโน่ส้ม   ทานกับขนมเค้กแสนอร่อย

 

          ร้านเปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 11 นาฬิกาถึง 21 นาฬิกา  โปรโมรชั่นพิเศษ   รับปีใหม่   1) ซื้อกาแฟ 2 แก้ว แถม!! โรตีธรรมดานมน้ำตาล 1 ชุด ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 15  ม.ค. 67    และอีก 1 โปรโมรชั่นปีใหม่  เริ่ม 29 ธ.ค. 66 – 1 ม.ค. 67   สั่ง ครบ 599 บาท แถมฟรี!! ปอเปี๊ยะ 1 ชุด   ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทางเพจร้าน  BAAN YANG อาหารฮาลาล กาแฟสด อาหารทานเล่น หรือโทร.086-320  3009,

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ท่องเที่ยว-กีฬา เกษตร - อาชีพ

สตูล – ชวนนักท่องเที่ยวทำกระดาษสาจากใบเมล่อน  ที่วิสาหกิจชุมชน ฉิมเมล่อน  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สตูล-ชวนนักท่องเที่ยวทำกระดาษสาจากใบเมล่อน  ที่วิสาหกิจชุมชน ฉิมเมล่อน  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

            นายไพรัช  สุขงาม  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล  พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่  หมู่ที่ 4  ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล  ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชน ฉิมเมล่อน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร    ที่พร้อมรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และต่างชาติ เช่น กลุ่มชาวจีน เกาหลี และกลุ่มประเทศมาเลเซีย ที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสตูล   ก่อนมุ่งหน้าลงทะเลอันดามัน  สามารถแวะเที่ยวชม  ชิม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล่อน และกิจกรรมที่เสริมเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้ทำ  เพื่อสันทนาการที่สวนเกษตร ฉิมเมล่อน

 

              วิสาหกิจชุมชน ฉิมเมล่อน เริ่มกิจการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2556 ด้วยความใส่ใจ ในการผลิตเป็นอย่างดีทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันเพาะปลูก จนเก็บเกี่ยว ทำให้เมล่อนมีรสชาติหวาน ฉ่ำ จนปัจจุบันนี้เจ้าของสวน  หันมาทำประโยชน์จากส่วนต่างๆ โดยเฉพาะใบเมล่อน คือ นำไปทำแปรรูปเป็น กระดาษสาใบเมล่อน  โดยการทำ กระดาษสาจากใบเมล่อน  นำ-ใบเมล่อน 3 กิโลกรับ + โพแทสเซียมไฮด๊อกไซด์ 90 กรัม นำไปต้ม 6 ชั่วโมง จากนั้นนำไปปั่นละเอียด จนได้เนื้อยุ่ยๆ หลังจากนั้นนำไปกรองกับผ้าขาว – นำเนื้อยุ่ย 300 กรัม + น้ำ 23 ลิตร + สาร cmc 5 ช้อนโต๊ะ คนๆให้เข้ากันจะได้ เป็นน้ำ   ที่ผสมเสร็จพร้อมทำกระดาษสา

 

              นำแผ่นกรองสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากับ กระดาษ A4  จุ่มลงไปในน้ำที่ผสมเสร็จแล้ว ค่อยๆยกให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปตากแดด เมื่อแห้งได้ที่ ก็จะได้กระดาษสาจากใบเมล่อน สามารถนำไปใช้ตกแต่งประดับเป็นของชำร่วย หรือการ์ดงานแต่ง  หรือนำไปตกแต่งอย่างอื่นได้

            นายชยพัทธ์ หล่อสุพรรณพร วิสาหกิจชุมชน ฉิมเมล่อน  ท่องเที่ยวเชิงเกษตร  กล่าวว่า ฉิมเมล่อน เป็นแหล่งเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงเกษตร  การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) การผสมเกษรของเมล่อน มีร้านกาแฟ จำหน่ายผลิตภัณฑ์เมล่อนแปรรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมล่อนจีโอปาร์ค (อัตลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก) อันหมายถึงการสลักลายจีโอปาร์คลงบนผิวผลเมล่อน

 

               ด้าน นายไพรัช  สุขงาม   ผู้อำนวยการ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล   กล่าวว่า ที่นี่มีสินค้าการเกษตรที่ทำมาจาก เมล่อน มีโรงเรือนที่เพาะพันธุ์เมล่อน  และผลผลิตเมล่อน ที่น่ากิน มีทั้งเครื่องดื่มที่ทำจากเนื้อเมล่อน จนมาเป็นกิจกรรมการ  การสร้างการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม โดยเชื่อมโยงเรื่องการท่องเที่ยวได้ดี

           

          สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดสตูล   ต้องการที่จะมาร่วมกิจกรรมทำกระดาษสาใบเมล่อน หรือมาถ่ายรูปชมเมล่อน ซื้อของฝากจากสวนเมล่อน โทรติดต่อ 081 -839  8022 หรือ เพจ ททท.สำนักงานสตูล : TAT Satun Office   โทร 074-740 724

…………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ครูเกษียณปลูก  ฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ดพืชทำเงินยอดนิยม  ปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี  

สตูล-ครูเกษียณปลูก  ฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ดพืชทำเงินยอดนิยม  ปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

           ที่สวนของคุณครูสุนทร   บุญชูประภา  อายุ 71 ปี ข้าราชการครูเกษียณ ตั้งอยู่เลขที่ 176  หมู่ที่ 2 ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  บนพื้นที่ไร่ครึ่ง   หลังได้เกษียณอายุราชการได้ไปเดินงานเกษตรที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เห็นฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ดก็เกิดไอเดียว่าน่าจะนำมาปลูกในพื้นที่สตูล เพราะเห็นว่ายังไม่มีใครนำมาปลูกจึงเป็นจุดประกายจากวันนั้นถึงวันนี้นับ 10 ปี  ฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ดยังคงให้ผลผลิตไม่ขาดสาย

 

          จากจุดเริ่มต้นการปลูก 200 ต้นเหลือเพียง 100 ต้นที่ลองผิดลองถูก  รอดมาจนปัจจุบันนี้   ต้องหมั่นดูแลตัดแต่งกิ่งใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี   ยังคงให้ผลผลิตดกตลอด โดยการปลูกฝรั่งในครั้งนี้คืนทุนในปีเดียว  เพราะมีเพื่อนเกษตรด้วยกันมาขอแบ่งปันซื้อกิ่งฝรั่ง  50-100 กิ่งละ 100 บาท ทุกวันนี้ 2-3 วันเก็บผลผลิตครั้งในช่วงผลดกออกชุกครั้งละ 70-80 กิโลกรัม (ราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท)

          มีลูกค้าประจำจะมารับและหากมีผลิตมากจะส่งขายโรงพยาบาล และอนามัยชุมชน เพราะลูกค้ามั่นใจเพราะตนไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ปลอดภัยแน่นอน หลังเก็บผลผลิตก็จะตัดแต่งกิ่งให้และใส่ปุ๋ย

          นายเฉลิมพร  ศรีสวัสดิ์  เกษตรอำเภอเมืองสตูล   ฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ด  พบว่าเกษตรกรปลูกน้อยในพื้นที่จังหวัดสตูล  คุณครูสุนทรได้ทำเป็นอาชีพเสริมปลูกบนพื้นที่ไร่เศษปลูกเป็นรายได้เสริม  สำหรับฝรั่งสาลี่ทองไร้เมล็ดเป็นผลไม้ที่ตลาดต้องการให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี   เน้นการจัดการสวน  การเอาใจใส่  เมื่อเก็บผลผลิตเสร็จเกษตรกรต้องตัดแต่งกิ่ง  แล้วจะให้ดอกออกผลผลิต เกษตรกรต้องเอาใจใส่ด้วยการห่อเพื่อป้องกันศัตรูพืชเจาะผลผลิต 

………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-อดีตนายกท้องถิ่น ผันตัวเป็นเกษตรกร  เลี้ยงปูหน้าขาว  สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่  

สตูล-อดีตนายกท้องถิ่น ผันตัวเป็นเกษตรกร  เลี้ยงปูหน้าขาว  สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

        จะอาชีพไหน ๆ แม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นอย่างอดีตนายกองค์การส่วนตำบล  อำเภอทุ่งหว้า  จังหวัดสตูล   ได้ผันตัวเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  และ สิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ  ทสม. และเป็นเกษตรกรในช่วงบั้นปลายชีวิต    เพื่อสร้างคลังอาหารในครอบครัว  พร้อมกับเสริมรายได้สร้างความสุขกับครอบครัวที่ได้อยู่กับธรรมชาติ    ด้วยการเลี้ยงปูหน้าขาว  สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ด้วยวิธีการเลี้ยงแบบห่วงโซ่อาหาร   

        นายสมยศ  ฤทธิ์ธรรมนารถ  อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  และสมาชิก  ทสม.  หลังพักเรื่องการเมืองได้หันหน้าทำเกษตรอยู่บ้าน   ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่บ่อกุ้งร้าง  บนพื้นที่ 3 ไร่ เป็นบ่อเลี้ยงปูและปลา   โดยเฉพาะการเลี้ยงปูหน้าขาวสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่   ที่เชื่อว่า  จะเป็นที่ต้องการของตลาดด้วยคุณสมบัติเลี้ยงง่าย  โตไว  เปลือกไม่แข็งหนา  เนื้อแน่นทานอร่อยกว่าปูดำ

       สำหรับการเลี้ยงปูหน้าขาวได้  นายวรุตม์  หลงสะ   ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปูหน้าขาวจังหวัดตรัง  มาเป็นพี่เลี้ยงและเครือข่าย จากคุณสมบัติของปูหน้าขาวที่เลี้ยงง่ายโตเร็วเพียง  3 เดือน  สามารถทำน้ำหนักได้ถึงครึ่งกิโลกรัม  ซึ่งเป็นขนาดกำลังดีเนื้อหวาน  ปอกง่ายกว่าปูดำ   นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ในฝั่งอันดามัน   โดยราคาปูหน้าขาวไข่กิโลกรัมละ 800 บาท ขณะที่ปูดำกิโลกรัมละ 350 บาท    อีกทั้งปูหน้าขาวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดจีนและมาเลเซียเพื่อนบ้าน   ร้านอาหารในประเทศก็รับจำนวนมาก    เหมาะกับการเลี้ยงในบ่อกุ้งร้าง 

 

         นายสมยศ  ฤทธิ์ธรรมนารถ  อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  และสมาชิก  ทสม.  ในตำบลขอนคลาน  อำเภอทุ่งหว้า  มีบ่อกุ้งร้างจำนวนมากจึงเห็นว่าหากมาปรับเปลี่ยนเป็นบ่อเลี้ยงปูและปลา  ซึ่งภายในบ่อจะทำเป็น (โรงแรมปลา ศาลาปู)  และเลี้ยงแบบห่วงโซ่อาหารเริ่มตั้งแต่ใช้มูลแพะ  มูลวัว  ใส่ในผักที่ปลูกรอบบ่ออย่าง  ผักบุ้งเม็กซิโก หรือที่รู้จักคือผักผงชูรส   เมื่อเติบโตเต็มที่   ผักเหล่านี้จะเป็นอาหารของปลาภายในบ่อ  และปลาเองก็จะเป็นอาหารของปูได้อีกทอดหนึ่ง   เป็นการลดต้นทุนให้ธรรมชาติเชื่อมร้อย

 

          การเลี้ยงปูหน้าขาว  จะเลี้ยงตามธรรมชาติเกินไปไม่ได้  เพราะต้องดูค่า PH ของน้ำด้วย สำหรับอาหารปูหน้าขาวใช้เนื้อ  ปลา 5 กก/1000 ตัว   สำหรับผู้ที่สนใจจะใช้บ่อกุ้งร้างปรับมาเป็นบ่อเลี้ยงปู  สามารถติดต่อสอบถามและปรึกษาการเลี้ยงผ่านนายวรุตม์  หลงสะ   ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปูหน้าขาวจังหวัดตรัง ได้ที่เบอร์โทร.065   -046  4925

………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

ทะเลสตูล ปูม้าอุดมสมบูรณ์จากการต่อยอดช่วยกันอนุรักษ์  จนมามีอาชีพที่ยังยืนของคนในชุมชน 

ทะเลสตูล ปูม้าอุดมสมบูรณ์จากการต่อยอดช่วยกันอนุรักษ์  จนมามีอาชีพที่ยังยืนของคนในชุมชน

     ปูม้า  กลายเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องทะเลจังหวัดสตูล  หลังพบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้น  โดยจากการร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู จนมาสู่การเพาะเลี้ยงปูไข่ ก่อนนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติ  จากกิจกรรมโครงการ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของธนาคารปูม้าจังหวัดสตูล ตามแนวทางการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ BCG   

 

โดยเป็นการสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มหมู่บ้านชายฝั่งแห่งนี้  ซึ่งโครงการดังกล่าวนำร่องโดย ผศ.ดร.ทัศนภา ว่องสนั่นศิลป์ หัวหน้าโครงการ  ผศ.พาสนา เอกอุดมพงษ์ ผศ.สุภาพร เจริญสุข ผู้ร่วมโครงการ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง    โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อหนุนเสริมการทำธนาคารปูม้าชุมชนให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน   พัฒนาชุมชนชายฝั่งที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG    เพื่อสร้างการรับรู้และจิตสำนึกของสังคมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า  และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการธนาคารปูม้าอย่างยั่งยืนให้กับนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป  สิ่งที่สำคัญโครงการดีๆนี้ได้สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  

 

ผศ.ดร.ทัศนภา ว่องสนั่นศิลป์ หัวหน้าโครงการฯ  กล่าวว่า   การลงมาส่งเสริมในพื้นที่จังหวัดสตูล เรามีแผนการดูแล ทั้งพื้นที่ชายฝั่ง และตามเกาะแก่ง ของธนาคารปูม้านี้ เพื่อต้องการสร้างความเข็มแข็งในกลุ่มสู่ความยั่งยืน  พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างชุมชน สู่อาชีพที่ยั่งยืน รายได้ดี และที่สำคัญการสร้างให้ชาวบ้าน ที่ร่วมทำนี้ มีใจที่อนุรักษ์ปูม้าไปด้วย 

       สำหรับสถานนการณ์ปูม้าในจังหวัดสตูลนี้ พบปูม้ามีเพิ่มมากขึ้น แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ดูจากที่ประชาชน ชาวประมงนำมาทำเป็นเมนูอาหารแปลรูปเป็นจำนวนมาก  และสิ่งที่เรานำลูกปูม้าไปปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติ จุดตรงไหน ตรงนั้นก็อุดมสมบูรณ์เห็นได้ชัดเจน

ส่วนกิจกรรมที่เกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ก็จะทำเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงการดูธนาคารปูม้าอีกด้วย ทั้งอนุรักษ์ ทั้งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติในครั้งต่อไป และทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง   พร้อมเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล การสร้างธนาคารปูม้าในจังหวัดสตูล แบบยั่งยืนต่อไป

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-เกษตรกรสูงวัยสุขใจ  ปลูกส้มโอในภาชนะผลใหญ่ดกโตเร็วแม้ในพื้นที่น้ำท่วมขัง   

สตูล-เกษตรกรสูงวัยสุขใจ  ปลูกส้มโอในภาชนะผลใหญ่ดกโตเร็วแม้ในพื้นที่น้ำท่วมขัง   

         ที่สวนของคุณลุงไพฑูรย์   ตวงสิน  อายุ 77  ปี  ชาวบ้านหมู่ที่ 2  ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  ขณะนี้ผลส้มโอ “พันธุ์ทับทิมสยาม”  อายุเพียง 2 ปี และ 3 ปี  กำลังให้ผลผลิตดกอย่างสวยงามแม้จะอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง   แต่ส้มโอทั้ง 70 ต้น  ก็ยังให้ผลผลิตอย่างสวยงาม  ในอีกไม่กี่เดือนก็พร้อมจะเก็บเกี่ยวผลผลิตมารับประทานได้แล้ว 

 

          เช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น  ที่คุณลุงไพฑูรย์นำมาปลูกให้ผลผลิตที่สวยงามสมบูรณ์ให้ดอกออกผล  เช่น  ต้นสับปะรด  ต้นพริกไท   มะเขือ  มะนาว โดยเฉพาะต้นส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามที่ให้ผลผลิตเร็วมาก  โดยเคล็ดไม่ลับที่คุณลุงได้บอก  คือการใช้ล้อยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้แล้วมาเป็นฐานรองต้น   ช่วยควบคุมการเติบโต และซึมซับน้ำได้ตลอดเวลา  ล้อยางเสมือนแก้มลิง  ทำให้ไม้ผลไม่ขาดน้ำ   หรือได้รับน้ำไม่เยอะจนเกินไป  ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วส้มโอไม่ชอบพื้นที่น้ำท่วม   เช่นเดียวกับที่นอนเก่า ๆ ที่มีผ้าช่วยซับน้ำได้ดีเหมาะกับการนำมาช่วยในการปลูกพริกไทและพืชหลายชนิด   

 

          นี่เป็นสิ่งดีของขยะเหลือใช้    ที่คุณลุงนำมาผสมผสานกับการทำเกษตรได้อย่างลงตัว   ซึ่งจะเห็นได้ว่ารอบบริเวณสวนพื้นที่ 4 ไร่ของคุณลุงไพฑูรย์  ก็จะมีแต่ล้อยางรถยนต์คันเก่ามากถึง 3000  ล้อ   ที่นำมาใช้ในการปลูกไม้ผลได้ผลผลิตอย่างดี รวมถึงนำไปทำเป็นกระชังเลี้ยงปลา  ให้อยู่อาศัย และนำมาทำเป็นถังขยะทำปุ๋ยอินทรีย์ในครัวเรือนอีกด้วย 

 

           คุณลุงไพฑูรย์   ตวงสิน  เกษตรกรตัวอย่างวันนี้บอกว่า   มีความสุขที่ได้ทำ  ช่วยลดขยะในชุมชน และเหมาะกับผู้สูงวัยอย่างตนเพราะพืชให้ผลผลิตโตเร็ว เพราะตรรกะคือการปลูกในภาชนะจะทำให้พืชโตเร็ว  ล้อยางรถยนต์ยังเป็นเสมือนแก้มลิง ไม่อยู่บ้านหลายวันต้นไม้ก็ไม่ตาย  ใช้ปลูกได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือน้ำท่วมขัง  วันนี้คุณลุงได้ยกระดับ “รสาบ้านสวน”  เป็นศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม  มีผู้คนและหน่วยงานมาศึกษาเรียนรู้ปีละไม่น้อยกว่า 1 พันคน ภายใต้แนวคิดคือ  จัดการขยะอย่างลงตัวนำพาครอบครัวสู่เศรษฐกิจพอเพียงสิ่งแวดล้อมยั่งยืน   สนใจติดต่อสอบถาม  โทร.095-478-7756  

 

        นายเฉลิมพร ศรีสวัสดิ์ เกษตรอำเภอเมืองสตูล พร้อม นางสาวปฏิมา ลิมานัน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และ นางสาวนิลุบล เชื้อศรีชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ลงเยี่ยมเยียนและติดตามผลหลังลงมาให้คำชี้แนะในเรื่องการกำจัดศัตรูพืช และการจัดการสวน 

 

          โดยนายเฉลิมพร ศรีสวัสดิ์ เกษตรอำเภอเมืองสตูล  กล่าวว่า   ที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ของการจัดการขยะและวัสดุเหลือใช้ในการเกษตร  สามารถมาปรับใช้ในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง   พืชสวนครัวและไม้ผล เน้นเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก  และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรใกล้ไกลในพื้นที่  ในส่วนของสำนักงานเกษตรและหลายหน่วยงานได้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้  ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรผู้สนใจ  เกษตรอำเภอเมืองก็มาให้คำแนะนำในเรื่องของการจัดการสวน กันป้องกันกำจัดแมลงและก็ศัตรูพืช โดยจัดหาวัสดุในการทำน้ำยากำจัดศัตรูพืช  ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสรรพสามิต

 

       สำหรับที่  รสาบ้านสวน   ของคุณลุงไพฑูรย์  ตวงสิน   ยังบอกด้วยว่า ผลผลิตที่ออกมาทั้งหมดไม่ได้วางขายที่ไหน ส่วนใหญ่เน้นแจก และแบ่งปันความรู้เป็นวิทยาฐานที่คุณลุงทำแล้วสบายใจไม่ได้เน้นธุรกิจ

……………………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ชาวบ้านกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงชันโรงป่าชายเลน  สินค้าเด่น  กลุ่มเข้มแข็ง   ภายใต้แบรนด์  PCปลายชล

สตูล-ชาวบ้านกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงชันโรงป่าชายเลน  สินค้าเด่น  กลุ่มเข้มแข็ง   ภายใต้แบรนด์  PCปลายชล

       ในป่าชายเลนติดหมู่ที่ 4 ตำบลคลองขุด  อำเภอเมือง จังหวัดสตูล  ชาวบ้านกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงชันโรงป่าชายเลน  ได้นำลังผึ้งของกลุ่มเข้าไปวางห่างกันเป็นจุด  ๆ จำนวน 100 ลัง เพื่อให้ผึ้งได้เข้ามาทำรัง  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงผึ้ง ของศูนย์เรียนรู้  การเลี้ยงผึ้งโพรง ผึ้งชันโรงป่าชายเลนของชาวบ้านกลุ่มนี้ 

       ทางกลุ่มยังได้รับการยกระดับให้เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  โดยมีทางเทศบาลตำบลคลองขุดให้การสนับสนุน   ในการแบ่งปันความรู้ให้กับชาวบ้านในชุมชน  เรียนรู้วิถีของผึ้งโพรง การแยกรังผึ้งจาก 1  เป็น 2  สาธิตให้สมาชิกในกลุ่มได้เรียนรู้  และสามารถนำกลับวิชาความรู้นี้ไปต่อยอดเป็นอาชีพได้  เพื่อเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ อีกทั้งน้ำผึ้ง  ยังมีสรรพคุณทางยาสามัญประจำบ้านด้วย

         หลังทางกลุ่มได้น้ำผึ้งมาแล้ว  วันนี้ทางสมาชิกที่เป็นแม่บ้าน  ที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยชุมชนสตูลได้ช่วยกันทำสบู่น้ำผึ้งมังคุด  สบู่น้ำผึ้งสมุนไพร ขายกันภายในชุมชน   และยังมีสินค้า  ที่ทำจากน้ำผึ้งป่าชายเลน  อาทิ  แชมพูน้ำผึ้งสมุนไพร   โลชั่นน้ำผึ้งสมุนไพร   ในราคาที่เข้าถึงง่าย อีกทั้งยังมีน้ำผึ้งป่าชายเลนขวดเล็กใหญ่ ตามความต้องการด้วย ภายใต้ชื่อสินค้า  “PC ปลายชล”

        นายชัยวัฒน์   ขุนศรี   ประธานกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงผึ้งชันโรงป่าชายเลน  บอกว่า  น้ำผึ้งจากป่าชายเลนถือว่ามีสรรพคุณมากมาย เพราะพืช  ที่ผึ้งดูดซับน้ำผึ้งมาไว้   เมื่อนำมาทานจัดว่าเป็นยาระบายอ่อน ๆ รสชาติจะหวานอมขมนิด ๆ แต่ถ้าเป็นผึ้งชันโรงจะหวานอมเปรี้ยว

      นายสุนทร  พรหมเมศก์  นายกเทศมนตรี ตำบลคลองขุด   บอกด้วยว่า เทศบาลตำบลคลองขุดได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องวัสดุภัณฑ์   ในการทำโรงเรือนและผึ้งโพรง  ป้ายประชาสัมพันธ์กลุ่ม และพื้นที่ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มนี้มีความสามัคคีและเข้มแข็ง มีการจัดทำกลุ่มอย่างเป็นระบบ

       ปัจจุบันสมาชิกของกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงชันโรงป่าชายเลน ตำบลคลองขุด มีมากกว่า 50 คน ขณะนี้ได้จดทะเบียนขึ้นเป็นสินค้าโอทอป  9 ผลิตภัณฑ์ คือ จำหน่าย ผึ้ง  จำหน่ายลังผึ้ง  น้ำผึ้ง  และการแปรรูปเป็นสินค้าจากน้ำผึ้งทั้งหมด   โดยทางกลุ่มฯ บอกด้วยว่า  ทางหากท่านใดสนใจจะเลี้ยงผึ้งสามารถติตต่อขอซื้อลังเลี้ยงผึ้ง หรือรับความรู้ได้  ที่เบอร์โทร. 082-413-7598

………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

สตูล-ขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริ ปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้กิจกรรม “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง”

สตูล-ขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริ ปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้กิจกรรม “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง”

          วันที่ (15 พ.ย. 66) ที่สวนเศรษฐกิจพอเพียงจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล นายศักระ  กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยทันตแพทย์หญิงสุกีรติ กปิลกาญจน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล นำส่วนราชการและภาคประชาชนสร้างพลังความต่อเนื่องในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน โดยมี นายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ปลัดจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

           สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จังหวัดสตูล ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคง ทางอาหาร สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว มีกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ รณรงค์ปลูกพืชผักสวนครัว สมุนไพร ไม้ผล การรณรงค์ส่งเสริมการสร้างทักษะวิถีใหม่ เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็น แก่เยาวชนในสถานศึกษา รวมทั้งการรณรงค์ขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ณ ที่ว่าการอำเภอ, สถานศึกษา, วัดและมัสยิด

.

          ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลสร้างพลังความต่อเนื่องในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน และเพื่อเป็นต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริงให้แก่ข้าราชการและประชาชน ซึ่งมีการปลูกพืชผักสวนครัว  สมุนไพร  และไม้ผลมากกว่า 30 ชนิด อาทิ ผักบุ้ง, ผักกวางตุ้ง, พริก, มะเขือ, โหรา, กะเพรา, แมงลัก, ถั่วฝักยาว, ถั่วพู, แตงกวา, คะน้าเคล, กะหล่ำปลี, ผักชีฝรั่ง, ผักหวาน, กล้วย, มะละกอ, กระชาย เป็นต้น

……………………..

ภาพ-ข่าว : ภาสินี  จันทจักษุ/ ส.ปชส.สตูล

อัพเดทล่าสุด