Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

   สตูล-นอภ.เนรมิตที่ว่าการอำเภอมะนังสร้างสุข   มะนังยั่งยืน  เป็นคลังอาหาร  บริการปชช.พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจร

สตูล-นอภ.เนรมิตที่ว่าการอำเภอมะนังสร้างสุข   มะนังยั่งยืน  เป็นคลังอาหาร  บริการปชช.พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจร

       

          หลังกระทรวงมหาดไทยให้ทุกอำเภอ   ทำโครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุข   โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน   โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่     

 

           ทำให้ที่บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอมะนัง  จังหวัดสตูล  นายเชษฐ บุตรรักษ์    นายอำเภอมะนัง   ได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่า 20 ไร่ ของทางอำเภอเป็น บ่อปลาดุก  บ่อปลานิล ขนาดไซส์ต่างๆ ไว้เพื่อเป็นคลังอาหาร   ให้กับข้าราชการ และบุคลากรภายในอำเภอ    อีกทั้งยังสร้างโรงเลี้ยงแพะ   ภายในสวนปาล์มน้ำมันของที่ว่าการทางอำเภอ   โรงเลี้ยงไก่ไข่  ไก่บ้าน  และ เป็ดบ้าน รวมทั้งได้แบ่งพื้นที่  3 ส่วนได้แก่  ด้านประมง  ปศุสัตว์  รวมทั้งด้านการเกษตร  

 

            ซึ่งขณะนี้  สวนกล้วยพันธ์เพชรบุรี  ที่กำลังให้ผลผลิตสามารถเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านที่มาศึกษาดูงาน   ที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้   นำพันธุ์ไปปลูกขยาย ในครัวเรือนได้อีกด้วย  นอกจากพันธุ์พืชแล้ว  ยังมีพันธุ์ปลา  ก็สามารถมาขอแบ่งปัน   จากที่ว่าการอำเภอมะนังได้  

 

พันธุ์สับปะรดในสวนผสม  เลี้ยงผึ้ง  และผักสวนครัวเพื่อเป็นคลังอาหาร โดยผลผลิตทั้งหมดนี้   นอกจากเป็นอาหารให้กับข้าราชการและบุคลากรภายในอำเภอแล้ว   ส่วนหนึ่งที่นำมาจำหน่าย   รายได้เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท  จากผลผลิตปาล์มน้ำมัน   และผลผลิตทางด้านเกษตรและปศุสัตว์  โดยเม็ดเงินทั้งหมดจะนำมาหมุนเวียนจัดซื้ออุปกรณ์อาหารสัตว์ภายในที่ว่าการอำเภอ

            นายเชษฐ บุตรรักษ์   นายอำเภอมะนัง   กล่าวเพิ่มเติมว่า   สำหรับพื้นที่อำเภอมะนัง  มีจุดแข็งคือมีพื้นที่ของทางราชการ มากถึง 20 ไร่จากที่ประชุม 7 ภาคีเครือข่ายมีแนวทางในการพัฒนา บำบัดทุกข์บำรุงสุข  ภายใต้ชื่อมะนังสร้างสุข มะนังยั่งยืน  โดยใช้พื้นที่ที่มีอยู่เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ข้าราชการบุคลากรของอำเภอ  ไปพร้อมกับเป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน     

 

          โดยแบ่งพื้นที่ เป็น 3 ส่วนได้แก่ด้านการเกษตรประมงและปศุสัตว์  โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเพชรบุรี ด้านประมงการเลี้ยงปลาดุก  การเลี้ยงปลานิล  ด้านปศุสัตว์ส่งเสริมการเลี้ยงแพะเลี้ยงเป็ดพื้นบ้านเลี้ยงไก่ไข่และไก่พื้นบ้าน  โดยส่งเสริมให้ชาวบ้านได้เข้ามาเรียนรู้  เพื่อนำไปปรับใช้ในครัวเรือนของตัวเองเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและลดรายจ่ายในครัวเรือน   ผลผลิตที่ได้จะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอีกส่วนนำไปจำหน่ายเพื่อมาเป็นรายได้หมุนเวียนในการจัดซื้อวัตถุอุปกรณ์อาหารสัตว์  เพื่อบริหารจัดการในพื้นที่

 

อยากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้ามาเรียนรู้เพื่อนำไปฝึกเป็นอาชีพเสริมในการจัดหารายได้ว่าให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ ไปทางอำเภอก็พร้อมจะสนับสนุนในเรื่องของพันกล้าพันธุ์สัตว์ให้กับพี่น้องประชาชนได้

……………………………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล-เลขาธิการ “บุญสงค์” เผย ความสำคัญ เลือกตั้ง คกก.ประกันสังคม เชิญชวน นายจ้างผู้ประกันตน ลงทะเบียนใช้สิทธิได้แล้ว วันนี้ถึง 10 พ.ย. 66

สตูล-เลขาธิการ “บุญสงค์” เผย ความสำคัญ เลือกตั้ง คกก.ประกันสังคม เชิญชวน นายจ้างผู้ประกันตน ลงทะเบียนใช้สิทธิได้แล้ว วันนี้ถึง 10 พ.ย. 66

            วันที่ 7 พ.ย.2566 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.กต.นจ.ผปต.)  พร้อมคณะลงพื้นที่ยังสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสตูล  เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และให้แนวทางการทำงาน  โดยมี นางธาราทิพย์    ธนูทอง  ประกันสังคมจังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

         

          โอกาสนี้  นายบุญสงค์  ทัพชัยยุทธ์  เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.กต.นจ.ผปต.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคมได้มีการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน  เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ในวันที่ 24 ธันวาคม 2566 เป็นการจัดการเลือกตั้งครั้งแรกของสำนักงานประกันสังคม  เพื่อคัดสรรค์ตัวแทนในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน และบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีเสถียรภาพ  โดยคณะกรรมการประกันสังคมมีหน้าที่ในการบริหารจัดการและกำกับดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน  พร้อมกำหนดแนวทางเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ การบริหารเงินกองทุนรวมทั้งจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง อีกทั้งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำคณะกรรมการ /สำนักงานประกันสังคม และปฏิบัติการอื่นๆ ใด ตามกฎหมาย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบหมาย ซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายละ 7 คน นั้น มาจากผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 และนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม

 

          ในการนี้สำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้นายจ้างและผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ www.sso.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง  หรือที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด ทั่วประเทศ ในเวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

          เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม   กล่าวอีกว่า   จากตัวเลขยอดผู้ลงทะเบียน ณ วันที่ 7 พ.ย.2566 จำนวน 7 แสนกว่ารายทั่วประเทศ  ซึ่งถือว่ายอดผู้ลงทะเบียนไม่น้อย  เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก  โดยทางประกันสังคมได้สื่อสารทุกช่องทาง   

  

            นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวย้ำว่า ขอเชิญชวนนายจ้าง ผู้ประกันตน รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นตัวแทนในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน และบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีเสถียรภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของนายจ้าง ผู้ประกันตน สามารถสอบถามรายละเอียด และคำแนะนำในการจัดการเลือกตั้งเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.กต.นจ.ผปต.) โทร. 02-956-2222 ในเวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

        ด้านนางสาวโชติรส  ขุนเศษ  อายุ 29 ปี  ผู้ประกันตนมาตรา 39 (บริษัททัวร์)กล่าวหลังเดินทางมาลงทะเบียนเลือกตั้ง   ว่า   หลังทราบข่าวก็ได้มาลงทะเบียนและจะไปลงเลือกตั้ง  แม้ไม่ทราบสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่จะได้จากบอร์ดผู้ประกันสังคม แต่คิดว่าจะมีทิศทางที่ดี  สำหรับสิ่งที่อยากให้ประกันสังคมเพิ่มเติมคือ อยากให้เพิ่มยอดเงินจากการรักษาฟันบเพราะยอดต่อปี  900 บาท มันน้อยไป

 

          สำหรับจังหวัดสตูล ตัวเลขการลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนผ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน  ณ วันที่ 6 พ.ย.2566  จำนวนนายจ้างทั้งหมด 950 ราย  ผู้ประกันตน  48,486  ราย  คาดการณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  แยกเป็นนายจ้าง 706 ราย   ผู้ประกันตน  24,161  ราย  รวมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  24,867  ราย   ส่วนยอดผู้ลงทะเบียนแล้ว  แยกเป็นนายจ้าง  18 ราย  ผู้ประกันตน  2,107  ราย  รวม  2,125 ราย(8.55%)   มีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 1 ราย   

………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

   สตูล-เลี้ยงปลาดุกอุยในสวนยางข้างบ้าน ต่อยอดแปรรูปส่งขาย   

สตูล-เลี้ยงปลาดุกอุยในสวนยางข้างบ้าน ต่อยอดแปรรูปส่งขาย

        ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ตำบลนิคมพัฒนา   อำเภอมะนัง  จังหวัดสตูล ใช้พื้นที่ว่างในสวนยางพารา  และ พื้นที่ข้างบ้าน เป็นกระชังบก ขนาด 3x 6 เมตรเพื่อเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย จำนวน 700 ตัว  ไว้บริโภคอีกทั้งเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน

 

          ซึ่งนายวิชิต  ชูน้อย  อายุ 65 ปี ส.อบต.นิคมพัฒนา  บ้านเลขที่  115  ม.8  นิคมพัฒนา อ.มะนัง บอกว่า ก่อนที่จะลงมือเลี้ยงทางตนได้เข้าอบรมรับความรู้จากประมงจังหวัด เรื่องเทคนิคการเลี้ยง  การดูแลระบบน้ำ  การให้อาหาร  ดูแล้วไม่ยาก  เพราะใช้พื้นที่ข้างบ้านในการเลี้ยงที่ไม่มากนัก  หลือจากรับประทานก็สามารถขายเพื่อนบ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาดได้   ขณะนี้ทางชาวบ้านได้มีการตั้งเป็นกลุ่ม ชื่อ  กลุ่มประมงน้ำจืดหมู่ที่ 8  มีสมาชิก 15 คนทุกครัวเรือนมีกระชังบกทุกบ้าน

 

         สำหรับปลาดุกบิ๊กอุย ที่เหลือจากรับประทานภายในครัวเรือนยังสามารถที่จะนำมาแปรรูปส่งขายไปนอกพื้นที่ได้   ซึ่งกลุ่มชาวบ้านภายใต้ชื่อสวนลุงธา  ตำบลนิคมพัฒนา  อำเภอมะนัง  จังหวัดสตูล  เป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ ในการสอนแปรรูปปลาดุกร้า  (ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในวิธีการถนอมอาหาร) โดยใช้เกลือในสัดส่วน 15 ถุงน้ำตาลทราย 5 กิโลกรัมและปลาดุก 15 กก. คลุกเคล้าและยัดเกลือและน้ำตาลที่ผสมกันแล้วลงไปในท้องปลาดุก  พักไว้ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิดจำนวน 3 วัน จากนั้นนำมาล้างให้สะอาดและนำไปตาก 3 แดด ก็สามารถนำมารับประทานและส่งขายได้ในกิโลกรัมละ 330 บาท

      นายนิพนธ์   เสนอินทร์  ประมงจังหวัดสตูล  กล่าวว่า  โครงการนี้เป็นงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2566 เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร  โดยโครงการนี้อุดหนุนในเรื่องของพันธุ์ปลาดุก  อาหารและกระชังปลา  ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอท่าแพ  อำเภอทุ่งหว้า  อำเภอมะนัง  อำเภอควนกาหลง  และอำเภอควนโดน จำนวน 5 รุ่นรุ่นละ 35 รายรวมทั้งสิ้น 175 ราย

 

          โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้  ไม่มีบ่อดินและขาดโอกาส  สามารถใช้พื้นที่เล็กน้อยและไม่มีแหล่งน้ำสามารถเลี้ยงไว้ข้างบ้าน  หลังครบ 40 วัน จากนั้นก็จะมีการติดตามผลโดยมีปราชญ์ทางด้านเกษตร ผู้แทนภาคประชาชน  มาร่วมให้คำแนะนำและวางแผน  จากการติดตามพบว่าอัตราการรอดดีมากรวมทั้งการเติบโตของปลาดี

 

          นอกจากจะมีรับประทานภายในครัวเรือนแล้วสำนักงานประมงจังหวัดสตูลยังคาดหวังว่าจะสามารถแบ่งปันขายในชุมชนรวมทั้งการแปรรูปเป็นสินค้าภายในชุมชนหรือส่งขายไปด้านนอกชุมชนได้  เป็นผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้าหรือปลาดุกเค็มต่อไปได้

……………..

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

SONP ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดอบรมสื่อมวลชน เสริมทักษะยุคดิจิทัล เชิญ Tellscore แชร์มุมมองธุรกิจ เพิ่มช่องทางการหารายได้ พัฒนาคอนเทนต์ข่าวผ่าน Influencer

SONP ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดอบรมสื่อมวลชน เสริมทักษะยุคดิจิทัล เชิญ Tellscore แชร์มุมมองธุรกิจ เพิ่มช่องทางการหารายได้ พัฒนาคอนเทนต์ข่าวผ่าน Influencer

         สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดโครงการฝึกอบรม One Day Training แลกเปลี่ยน – เรียนรู้กับกูรูออนไลน์ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ Digital Journalism in the context of Influencer Economy Business Model & Monetization เพื่อเสริมสร้างพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรด้านงานข่าวให้สอดคล้องกับการปรับตัวขององค์กรสื่อบนความเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัล โดยเชิญ Tellscore เอเจนซี่ ด้าน Influencer marketing ครบวงจร มาร่วมแลกเปลี่ยนให้ความรู้ในการอบรมครั้งนี้

 

         คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ถูกจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้งในหัวข้อที่แตกต่างกันไป โดยสมาคมมุ่งหวังเพื่อพัฒนาทักษะ และยกระดับให้สมาชิกผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้รับความรู้ใหม่ในยุคดิจิทัล และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันกับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงให้สมาชิกพัฒนาบุคลากรขององค์กรจนเองในการสร้างเนื้อหาการายงานข่าวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

         ด้าน คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & CO – Founder, Tellscore ร่วมบรรยายในหัวข้อ Current & Trend Influencer Economy and The New Age Journalism โดยระบุว่า สื่อในยุคดิจิทัลต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้มีเพียงการรับมือกับแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา แต่ยังต้องแข่งขันกับ Influencer ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในมุมธุรกิจที่บางแบรนด์สินค้าหันมาใช้บริการ Influencer ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้น

 

        อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนหรือ Influencer ยังมีความท้าทายเดียวกันคือการสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำสื่อยุคดิจิทัล

 

         “การผลิตคอนเทนต์ที่แข็งแรงยังเป็นหัวใจสำคัญในการทำสื่ออย่างยั่งยืน และอยากให้มองแพลตฟอร์มเป็นเพียงภาชนะใส่คอนเทนต์เท่านั้น ในอนาคตยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการเล่าเรื่องที่ดียังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” คุณสุวิตา กล่าว

 

          ขณะที่ คุณอัยยา ตันติเสรีรัตน์ Head of Partnership & Co – Managing Director, Tellscore บรรยายในหัวข้อ Opportunity in Digital Journalism The Rise of Content Creator Economy โดยระบุตอนหนึ่งว่า พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนไป ทำให้ Influencer มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เช่น สร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือให้กับผู้สนใจมากกว่าแบรนด์พูดเอง , เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายทำให้เข้าถึงผู้คนได้ง่าย และรวมกลุ่มคนให้เกิดเป็นชุมชนการสื่อสาร ซึ่งทำให้เกิดอิทธิพลมากขึ้น

 

        โดยปัจจุบันมีคำกล่าวว่า ใครๆ ก็สามารถเป็น Influencer ได้ แต่สื่อมวลชนและองค์กรสื่อถือว่ามีข้อได้เปรียบกว่าคนอื่น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว การกลั่นกรองข้อมูล เพื่อนำเสนอแต่ข้อเท็จจริง และยังมีความน่าเชื่อถือภายใต้กรอบจรรยาบรรณทางวิชาชีพ นอกจากนี้ยังหวังว่าในอนาคตจะเห็นสื่อมวลชนในยุคดิจิทัลจะรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นในฐานะ Content Creator หรือ Influencer ก็ตาม

        นอกจากนี้ในการฝึกอบรมยังได้รับเกียรติจาก คุณพิชิตชัย โพธิ์ศิริ หรือ เบลล์ Influencer แพลตฟอร์ม Tiktok เจ้าของช่อง @somethingjingglebell มาร่วมแชร์ความรู้ เทคนิคการเล่าเรื่องผ่านคลิปวิดีโอสั้นให้น่าสนใจ

 

          คุณพิชิตชัย กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำคลิปวิดีโอได้ง่ายมากขึ้น และปฏิเสธไม่ได้ว่าคลิปแนวตั้ง ยังคงเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในเวลานี้ และคาดว่าจะยังได้รับคาวมนิยมต่อเนื่องในปีหน้า

 

         ทั้งนี้มี 3 แนวคิดสำคัญที่จะทำให้การผลิตคลิปวิดีโอมีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย 1.มนุษย์ชอบรู้เรื่องของมนุษย์เป็นแนวคิดที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี 2.คำนึงถึงความยาวของคลิป ต้องไม่สั้นหรือยาวเกินไป และ 3.สร้างเนื้อหาที่ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันของผู้ชม เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้คอนเทนต์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

#สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ # SONP #Onedaytraining #Influencermarketing #tellscore

#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

สตูล-ร้านเบเกอรี่ในสตูลกระทบ หลังราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น  ส่วนราคาขนมยังคงราคาเดิม พร้อมจ่อปรับขึ้นหากราคาน้ำตาลไม่ลด

สตูล-ร้านเบเกอรี่ในสตูลกระทบ หลังราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น  ส่วนราคาขนมยังคงราคาเดิม พร้อมจ่อปรับขึ้นหากราคาน้ำตาลไม่ลด

          วันที่ 31 ต.ค.2566  ราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น จากราคา 25 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท  ในตลาดเทศบาลเมืองสตูลนั้น  ส่งผลให้ร้านเบเกอรี่ในจังหวัดสตูล ได้รับผลกระทบ  แต่ทางร้านยังคงไม่ขึ้นราคาขนม

          ที่ร้านนิวเบเกอรี่   ในเขตเทศบาลเมืองสตูล  ถนนหัตกรรมศึกษา  ต.พิมาน  อ.เมือง  จ.สตูล  ยอมรับว่าราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น ทางร้านได้รับผลกระทบโดยทางร้านต้องใช้น้ำตาลวันละ  15-20 กิโลกรัม ในการทำขนมมากกว่า 20 ชนิดเพื่อขายภายในร้าน  ซึ่งขนมส่วนใหญ่จะใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก 

         

         นางศรีญาพร   ยังมี   อายุ 51  ปี  เจ้าของร้านนิวเบเกอร์รี่  กล่าวว่า  ทุกๆวันก็ทำขนมในปริมาณเยอะ  ส่วนราคาน้ำตาลก็ปรับขึ้นมาเรื่อยๆ  แต่ช่วงนี้จะปรับขึ้นเยอะหน่อย  ปรับขึ้นมาประมาณ 3- 4 บาท  อยากให้ราคาลดลงกว่านี้หน่อย  เพราะต้นทุนเราสูงขึ้น  ส่วนราคาขนมทางร้านยังไม่ได้ปรับยังคงขายราคาเดิมเพราะอยากช่วยลูกค้า   ในอนาคตน่าจะต้องเพิ่มราคาขึ้นบ้างเพราะต้นทุนสูงขึ้น  อาจจะต้องปรับราคาขนมเป็นชิ้น 15-20 บาท  อยากฝากถึงกระทรวงพาณิชย์ช่วยคุมราคาน้ำตาลให้หน่อยเพราะถ้าสูงขึ้น  ต้นทุนก็จะสูงขึ้นด้วย  ผู้บริโภคก็จะน้อยลง 

         สำหรับร้านนิวเบเกอรี่  มีขนมหลากหลายชนิดให้เลือกมากกว่า 20 ชนิด  อย่าง  เอแค  พายสับปะรด    โดนัด   เค้กวันเกิด  ราคามีตั้งแต่ 10-350  บาท  โดยขนมขายอยู่ที่ชิ้นละ 10  บาท ซึ่งยังขายในราคาเดิม   ส่วนเค้กเริ่มต้นปอนด์ละ 220 บาท แล้วแต่หน้าที่ตกแต่ง

          ส่วนราคาน้ำตาลที่ตลาดในเขตเทศบาลเมืองสตูล  ปกติขายที่ราคากิโลกรัมละ 25 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท 

…………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

ทกจ.กระบี่ร่วมกับอบจ.กระบี่ เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพ กีฬานักเรียน ครั้งที่ 43 “กระบี่เกมส์” ต้นปี67

ทกจ.กระบี่ร่วมกับอบจ.กระบี่ เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพ กีฬานักเรียน ครั้งที่ 43 “กระบี่เกมส์” ต้นปี67

          วันที่ 24 ตุลาคม 2566  เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมมรกต ชั้น2 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่  นายสัจจพร จันทร์ศรีนวล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ประธานการประชุม พร้อมด้วยนายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ นายโกมาต แป้นเกิด วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ฝ่ายพิธีการไฟพระฤกษ์ ร่วมประชุมการดำเนินการเกี่ยวกับพิธีไฟพระฤกษ์ในการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2567 “กระบี่เกมส์” เพื่อหารือเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาฯ โดยรับทราบและพิจารณาในวาระการประชุม พิธีการรับไฟพระฤกษ์ พิธีเฉลิมฉลองไฟพระฤกษ์ และพิธีการรับเสด็จผู้แทนพระองค์ในพิธีเปิดการแข่งขัน (จุดไฟพระฤกษ์) (วันที่ 22 มกราคม 2567) และร่วมหารือการกำหนดแนวทางในการจัดจ้างเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับพิธีการไฟพระฤกษ์ในโครงการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2567 ต่อไป

……………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

ตำรวจน้ำสตูล  สอนน้องว่ายน้ำเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ

ตำรวจน้ำสตูล  สอนน้องว่ายน้ำเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ

          ในช่วงปิดภาคเรียน  เป็นช่วงเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ  เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่คาดคิดจากการจมน้ำของเด็ก เยาวชน  ตำรวจน้ำสตูล  โดย  พ.ต.ท.บรรเจิด  มานะเวช รอง ผกก.9 บก.รน.   มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศุภกิจตา สนุ่นดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน.  จัดโครงการ  “ตำรวจน้ำสอนน้องว่ายน้ำ” ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.66  เวลา 08.30 – 11.00 น.  ณ สระว่ายน้ำดาวมังกร สนามกีฬารัชกิจประการ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล  โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 50 คน

         ภายในโครงการ  มีกิจกรรมฝึกการลอยตัว   แนะนำอุปกรณ์ช่วยชีวิต การใช้งานอุปกรณ์   แนะนำสาธิตการเอาตัวรอดทางน้ำ เมื่อตกน้ำ  สาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ/CPR   การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (ตะโกน โยน ยื่น) และอื่นๆ  โดยพี่ๆตำรวจอย่างใกล้ชิด  เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ปกครอง

          ………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

“ขยะปันสุข แก้ปัญหา 2 ต่อ” เทศบาลเมืองสตูล เปิดจุดรับบริจาคขยะรีไซเคิลในครัวเรือน ขายนำรายได้ช่วยผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

“ขยะปันสุข แก้ปัญหา 2 ต่อ” เทศบาลเมืองสตูล เปิดจุดรับบริจาคขยะรีไซเคิลในครัวเรือน ขายนำรายได้ช่วยผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

        เพื่อแก้ปัญหาขยะล้นถังในพื้นที่ 20 ชุมชน  และ เพื่อบรรเทาทุกข์ผู้สูงอายุ ผู้พิการ  ผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยติดเตียง  เทศบาลเมืองสตูล  โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  ได้เปิดจุดรับบริจาคขยะขึ้น  เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง กลางทาง ในครัวเรือน  ภายใต้โครงการ ขยะปันสุข  นำร่องจัดขึ้นที่ สนามกีฬารัชกิจประการ  ต.พิมาน  อ.เมือง  จ.สตูล  วันนี้มีสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ ตัวแทนชุมชน ร้านค้า มาร่วมบริจาค  นำขยะรีไซเคิลในครัวเรือน ซึ่งมีทั้งขวดน้ำ  ขวดแก้ว  ฝาขวด  ฝากระป๋อง  กระดาษลัง  มาร่วมบริจาคกันเป็นจำนวนมาก

        ด้าน น.ส.นิสากร บุญช่วย  หน. ฝ่ายบริการสาธารณสุข  เป็นอีก 1 คนที่นำขยะรีไซเคิลมาร่วมบริจาค   กล่าวว่า   ขยะที่นำมาบริจาคส่วนใหญ่เป็นพวกขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น  กระดาษลังที่ได้จากการสั่งของออนไลน์ก็มีเยอะ  ขวดน้ำเพราะซื้อน้ำทาน แล้วจะเป็นพวกกระป๋องอะลูมิเนียม  อย่างกระป๋องน้ำอัดลมก็นำมาช่วยบริจาคในครั้งนี้   สำหรับโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในการช่วยเอาขยะในชุมชนกลับสู่ระบบการรีไซเคิลและอีกอย่างสามารถเอารายได้ตรงนั้นเล็กๆน้อยๆไปบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ  รอบนี้ก็จะช่วยในเรื่องของผู้พิการก็ถือเป็นความเป็นโครงการที่ดีมากๆ

         

         สำหรับที่มาของโครงการ  ขยะปันสุข   นายสมศักดิ์   เหมรา  ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทม.สตูล  ให้ข้อมูลว่า  โครงการ  ขยะปันสุข  ซึ่งทำร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการกรปกครองท้องถิ่นจังหวัดสตูลเพื่อที่จะนำขยะที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องประชาชน  นำไปจำหน่ายมาแลกเป็นเงิน  และนำไปบริจาคให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆในชุมชน  ซึ่งในเบื้องต้นวันนี้เราจะมอบให้กับชมรมคนพิการของเทศบาลเมืองสตูล  ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมในวันที่ 30 นี้  และหลังจากนี้เราจะมีการรับบริจาคเดือนละสองครั้งต่อไป  โดยจะลงไปในชุมชนทั้ง 20 ชุมชน  ในเขตเทศบาลเมืองสตูล  ซึ่งกำหนดการ กิจกรรมในวันนั้นนอกจากจะเปิดรับบริจาคขยะแล้วเราจะมีกิจกรรมพัฒนาในชุมชนด้วย  นอกจากรายได้ส่วนหนึ่งนำไปบริจาคแล้วเรายังได้ลดปริมาณขยะในครัวเรือน  ฝึกให้มีการคัดแยกขยะเพราะปัญหาขยะค่อนข้างจะเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้  วันนี้ก็เป็นการอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน  

           สำหรับเทศบาลเมืองสตูลนั้น  มีทั้งหมด 20 ชุมชน  จะมีการเปิดจุดรับบริจาคขยะรีไซเคิลในชุมชน  เดือนละ 2 ครั้ง  ทุกวันพฤหัสบดี ของสัปดาห์ที่ 2 และ สัปดาห์ที่ 4  และมีการจัดกิจกรรมพัฒนาชุมชนนั้นๆไปด้วยเพื่อพัฒนาสุขภาวะที่ดี โดยชุมชนแรกจะรับบริจาคที่ชุมชนศาลากันตง  เขตเทศบาลเมืองสตูล  นอกจากนี้ที่สนามรัชกิจประการ ยังจุดรับบริจาคขยะรีไซเคิลทุกวัน  เพื่อให้ประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สนามฯสามารถมีส่วนร่วมบริจาคขยะในมือ  อย่างขวดน้ำดื่ม ได้ด้วย

……………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป

เตชินท์จักรวาล จัด OPP สัญจร พบเครือข่ายในกิจกรรม เกษตรนวัตกรรมใหม่  ส่งเสริมให้เกษตรกร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ด้วยสิ่งที่เสริมคุณภาพเพื่อประชาชาชนชาวสวนเกษตร

เตชินท์จักรวาล จัด OPP สัญจร พบเครือข่ายในกิจกรรม เกษตรนวัตกรรมใหม่  ส่งเสริมให้เกษตรกร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ด้วยสิ่งที่เสริมคุณภาพเพื่อประชาชาชนชาวสวนเกษตร

          วันที่ 21  ตุลาคม  66  ที่สวนอาหารนกน้ำ  ต.ฉลุง  อ.เมือง  จ.สตูล  นายอุทัย  นวนจันทร์  ( บอสเตชินท์  ) พร้อมทีมเครือข่าย ได้พบปะทีมเครือข่ายในจังหวัดสตูล และต่างจังหวัด พร้อมกับยังมีทีมจากเครือข่ายในต่างประเทศกัมพูชา มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งภายในงานมีการจับเลขท้ายรางวัล ลุ้นเงินสด และ ทองคำ อีกมากมาย

        ด้านนายอุทัย  นวนจันทร์  ( บอสเตชินท์  ) ประธานบริษัท เตชินท์จักรวาล จำกัด กล่าวว่า เราเป็นผู้ที่ช่วยสร้างความรู้ให้ชาวเกษตรกร ที่รู้จักการสร้างผลประโยชน์แก่สิ่งดีๆที่พื้นที่ดิน สวนเกษตรที่ต่อยอดสร้างรายได้มากับเรื่องการเกษตรที่ดี  โดยทางบริษัท เตชินท์จักรวาล จำกัด สร้างสารปรับโครงสร้างดิน คือพลังจักรวาล ที่เป็นธาตุบำรุงดิน เร่งการเจริญเติบโต ของพืช แตกราก แตกใบ  แถมประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

       นายอุทัย  นวนจันทร์  ( บอสเตชินท์  ) ประธานบริษัท เตชินท์จักรวาล จำกัด กล่าวอีกว่า วันนี้ที่ได้จัดงาน บ่งบอกถึงความสำเร็จที่เราทำงาน สร้างเครือข่าย สร้างชาวสวนชาวเกษตร ที่ได้รับสิ่งดี เรามีขยายพื้นที่ไปยังกัมพูชา ขยายไปอีกทั้งประเทศมาเลเซีย  อินโดนิเซีย  และ พี่น้องชาวเกษตรภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัดเองได้ร่วมเป็นเครือข่ายของเราด้วย และวันนี้เราคืนกำไรให้กับทุกคนที่ร่วมงานกันอย่างมีความสุข

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวทั่วไป เกษตร - อาชีพ

   กล้วยทอดเตาถ่านสูตรโบราณไม่ใส่น้ำตาล   

กล้วยทอดเตาถ่านสูตรโบราณไม่ใส่น้ำตาล

         ที่หัวสะพานคลองมำบัง   เส้นบายพาสห่างจากโกลบอลเฮ้าส์  ตำบลบ้านควน  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  มีเพิงเล็กๆตั้งอยู่กลางทุ่งนาและสวนปาล์มน้ำมัน  หากไม่ตั้งใจสังเกตน้อยคนนักจะรู้ว่าที่นี่ขายกล้วยทอดเตาถ่านสูตรโบราณ  เพราะจะรู้เฉพาะกลุ่มชาวบ้านและเกษตรกรชาวสวนยางพารา  ที่ออกมากรีดยางในช่วงเช้าเท่านั้น

          โดยสองพี่น้องจะช่วยกันขายกล้วยทอด  และ  เมนูข้าวมันปลาเค็มสูตรโบราณที่เน้นการขายแบบไม่ปรุงแต่งมากนัก  อย่างปลาเค็มที่นำมาใช้ก็จะนำไปย่างมากกว่าทอด  เพราะจะได้ความหอมอร่อยอีกหนึ่งรสชาติตามแบบฉบับวิถีชาวบ้าน  ในราคาจานละ 20 บาท  ทานกันแบบจุก ๆ อิ่มไปเลย พิเศษหน่อยก็ราคา 25 บาท นอกจากนี้ทางร้านยังมีส้มตำ และโกปี้  ที่กินกับข้าวมันปลาเค็ม หรือ กล้วยทอดด้วย

          โดยเฉพาะกล้วยทอดที่นี่ ถือว่า  เป็นการใช้วิธีแบบพื้นบ้าน  คือ  ใช้ไม้ฟืนที่หาได้ในพื้นที่ ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทอด  นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในการใช้แก๊สหุงต้มแล้ว    ยังเพิ่มรสชาติความหอมอร่อยให้กับกล้วยที่ทอด  ด้วยสูตรโบราณที่นี่คือ  ไม่ใส่น้ำตาลทรายเพิ่มความหวานให้เสียสุขภาพ  เพราะกล้วยที่นำมาใช้มีความหวานในตัวอยู่แล้ว  และจะใส่เพียงแค่น้ำปูนใสเพิ่มความกรอบ   ไข่ไก่   แป้งข้าวจ้าว  มะพร้าวขูด  น้ำเกลือเล็กน้อย  ใบเตยเพิ่มความหอมเท่านั้น   และน้ำตาลทรายที่ไม่ใส่ยังทำให้กล้วยออกมาสีสวยน่ากินด้วย  สำหรับกล้วยที่ใช้  แล้วแต่ฤดูกาล บ้างก็เป็นกล้วยน้ำหว้า และกล้วยไข่ ขาย 13 ชิ้น 20 บาท

         นางดารารัตน์  ขวัญเมือง  ลูกค้าที่ผ่านไปมาแวะชิมต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่า   มีรสชาติที่อร่อยสำหรับคนที่ชอบกล้วยไม่สุกงอมเกินไป  และข้อดีคือไม่ใส่น้ำตาลเพราะกล้วยมีความหวานอยู่แล้ว  และมีความหอมของเตาฟืนและใบเตย ดื่มกับโกปี้ยิ่งเพิ่มรสชาติให้การกินกลมกล่อมมากขึ้น

         นางรจนา  ศรีสุข อายุ  62 ปี แม่ค้า บอกว่า  ในหนึ่งวันจะขายข้าวมันปลาเค็มวันละ 2 กก.และกล้วยทอดวันละ 5 หวี ให้กับชาวสวนยาง และชาวบ้านที่ผ่านไปมาและคนที่ชอบออกกำลังกาย  แวะมานั่งทาน แบบบ้าน ๆ ในราคาเบา ๆ โดยจะขายตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าจนของหมด ในหนึ่งเดือนจะหยุด 2 ครั้ง  หากสนใจอยากกินอาหารพื้นบ้าน โทรสอบถามได้ที่   098 724 1697

         นอกจากนี้ทางร้านคุณป้าทั้งสอง  ยังนำหน่อกล้วยมาปลูกไว้ข้างร้าน  รวมทั้งผักสวนครัวเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจแหล่งที่มาของอาหาร  และลดรายจ่ายได้อย่างดีงามน่าเอาเป็นแบบอย่าง

………………………………….

อัพเดทล่าสุด