Categories
ข่าวเด่น

 สตูล – ลูกเรือประมงปลาเรือกระตัก ชาวเมียนมา ถูกสายสมอเรือพันขา หวิดขาด  ทัพเรือภาคที่  3 ช่วยชีวิตรอดหวุดหวิด

สตูล  ลูกเรือประมงปลาเรือกระตัก ชาวเมียนมา ถูกสายสมอเรือพันขา หวิดขาด  ทัพเรือภาคที่  3 ช่วยชีวิตรอดหวุดหวิด

           วันที่ 16 ม.ค.2567 พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการ  ทัพเรือภาคที่ 3 สั่งการให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะหลีเป๊ะ ( นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ ) เข้าช่วยเหลือ  ลูกเรือประมงที่ประสบอุบัติเหตุ  ขณะทอดสมอเรือ ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายเกือบขาด

  

          หลังจากที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ ทรภ.3  1696 (สายด่วน ทรภ.๓) ได้รับแจ้งจากนายอรุณ  ชูประสิทธิ์  ไต๋เรือ ว่า นายเวร อายุ 56 ปี ลูกเรือประมงอวนครอบปลากะตัก   ซึ่งเป็นชาวเมียนมา  ขณะทำการประมงบริเวณเกาะตาใบและเกาะเภตรา   บนเรือประมงชื่อ  ณรงค์ชัยวารี 7 ประสบอุบัติเหตุถูกสายสมอเรือ  พันขาซ้าย  ขณะทิ้งสมอเรือลงน้ำ  โดยเชือกได้รัดขาซ้ายหวิดขาด   อาการสาหัส   

 

        หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะหลีเป๊ะ   (นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ)  จึงได้จัดกำลังพล และเรือ RIB เดินทางเข้าให้การช่วยเหลือ  ทำการห้ามเลือด  ด้วยการใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือ  ปิดบริเวณบาดแผล และดามกระดูกข้อเท้า  ให้อยู่นิ่ง  ป้องกันการฉีกขาด  และได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม  พร้อมกับนำผู้ป่วยขึ้นฝั่งที่สถานีเรือละงู  ส่งรถกู้ชีพฉุกเฉิน รพ.ละงู ทำการรักษาพยาบาลต่อไป

……….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

 ตม.สตูล ขานรับนโยบายตรวจสถานบริการ  รวบหมอนวดชาวลาวพร้อมนายจ้าง แอบลักลอบทำงานผิดกฎหมาย

ตม.สตูล ขานรับนโยบายตรวจสถานบริการ  รวบหมอนวดชาวลาวพร้อมนายจ้าง แอบลักลอบทำงานผิดกฎหมาย

วันที่ 11 ม.ค.2567  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ตามนโยบายของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดออกตรวจสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบโดยเน้นการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการกวาดล้างอาชญากรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

          ล่าสุด   พ.ต.อ.เจริญพงษ์  ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ขานรับนโยบาย สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล  ทำการออกตรวจเพื่อสแกนสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งสืบสวนหาผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีร้านนวด  เปิดบริการในช่วงเย็นถึงดึกอยู่ริมถนนสตูลธานี  ให้คนต่างด้าวลักลอบแอบทำงานผิดกฎหมาย  จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าร้านนวดใดและได้เข้าทำการตรวจสอบ 

 

          เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2567 เวลาประมาณ 20.00 น. ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมเจ้ากำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น ร้านนวด (ขอสงวนชื่อสถานที่) ตั้งอยู่ริมถนนสตูลธานี ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล พบ น.ส.เกตุแก้ว ขอสงวนนามสกุล หญิงชาวลาว อายุ 32 ปี ได้ลักลอบทำงานบริการนวดให้กับลูกค้าอยู่ภายในชั้น 2 ของร้าน เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน ปรากฏว่า น.ส.เกตุแก้ว ได้รับสิทธิให้อยู่ในราชอาณาจักรถูกต้องแต่ไม่มีใบอนุญาตทำงานและยอมรับว่าแอบลักลอบทำงานผิดกฎหมายจริง  โดยเพิ่งทำงานได้ไม่กี่วัน

 

            เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุม น.ส.เกตุแก้ว ดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และได้ขยายผลไปถึงนายจ้าง คือ น.ส.สุนารี ขอสงวนนามสกุล ชาวไทย อายุ 28 ปี ที่ได้ว่าจ้างคนต่างด้าวทำงานโดย น.ส.สุนารีฯ ได้ยอมรับว่าเป็นนายจ้างจริง ตนเองเข้าใจว่าให้คนลาวทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้อธิบายข้อกฎหมายให้ทราบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส.สุนารีฯ ทราบว่า “รับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

          พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล กล่าวว่า  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมาย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

…………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

 ตม.สตูลขานรับนโยบายสตม.เอกซเรย์พื้นที่รับผิดชอบจับกุมชายชาวมาเลเซียหลบหนีเข้าเมือง

ตม.สตูลขานรับนโยบายสตม.เอกซเรย์พื้นที่รับผิดชอบจับกุมชายชาวมาเลเซียหลบหนีเข้าเมือง

        ตามนโยบายของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย  ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถรอง ผบช.สตม.  พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6  สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงและกวดขันการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในห้วงเทศกาลปีใหม่

       ล่าสุด พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล   ผกก.ตม.จว.สตูลได้สั่งการให้พ.ต.ท.ยงยุทธ   เลิศปรีชาพงศ์ พร้อมด้วย ชุดสืบสวนปราบปรามตม.จว.สตูล  ตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันเหตุและสืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดกฎหมายในห้วงเทศกาลปีใหม่ตามนโยบายผู้บังคับบัญชาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2567 ได้รับแจ้งจากเครือข่ายการข่าวภาคประชาชนว่า  ได้มีชายชาวมาเลเซียชื่อนายมูฮัมหมัดขอสงวนนามสกุล อายุ 43 ปี สัญชาติ มาเลเซียได้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายมาอาศัยในพื้นที่จ.สตูลเจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่านายมูฮัมหมัดฯ จะมาจับจ่ายใช้สอยซื้อข้าวของที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเฝ้าสุ่มสังเกตการณ์ภายในตลาดดังกล่าวจนกระทั่งพบบุคคลมีลักษณะตามที่สายลับแจ้งมา จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล

ขอตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ปรากฏว่านายมูฮัมหมัดฯ ไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานใดๆ ได้  จึงรับสารภาพว่าได้ลักลอบเดินทางเข้ามาประเทศไทยจริง โดยคิดไปเองว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ  เจ้าหน้าที่จึงได้อธิบายข้อกฎหมายให้ทราบ  แจ้งข้อกล่าวหา“เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”นำส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

……………………………………………………………………………………………………………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูลผึ้งหลวงดุ! ทำร้ายชาวบ้านเจ็บนับ 15 ราย เด็ก 3 คนแก่ไม่เว้นที่ใช้เส้นทาง  นอภ.เชิญปราชญ์ชาวบ้าน  สั่งทำลายด่วน

สตูลผึ้งหลวงดุ! ทำร้ายชาวบ้านเจ็บนับ 15 ราย เด็ก 3 คนแก่ไม่เว้นที่ใช้เส้นทาง  นอภ.เชิญปราชญ์ชาวบ้าน  สั่งทำลายด่วน

         วันที่ 2 ม.ค.2567  ที่โรงพยาบาลมะนัง  อ.มะนัง  จ.สตูล  นายเชษฐ์ บุตรรักษ์  นายอำเภอมะนัง  เข้าเยี่ยมชาวบ้านที่ถูกผึ้งหลวงรุมต่อย  พร้อมมอบกระเช้าปลอบขวัญ  และให้กำลังใจ

        โดยช่วงบ่ายวันนี้  ที่บริเวณวงเวียนโรงเรียนอนุบาลมะนัง (เก่า) หมู่ที่ 7 ตำบลปาล์มพัฒนา   อำเภอมะนัง  จังหวัดสตูล  นายอำเภอมะนัง รีบประสานกำนันสุรินทร์  สุวรรณโณ  กำนันตำบลนิคมพัฒนา   ให้รีบประสานปราชญ์ชาวบ้าน  ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจับผึ้ง  เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน  พร้อมเจ้าหน้าที่ รพ.มะนัง ปศุสัตว์อำเภอ อบต.นิคม และมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร  เตรียมพร้อม

         หลังพบว่าผึ้งที่บริเวณดังกล่าว  ได้รุมต่อยชาวบ้านได้รับบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 15 รายเป็นเด็ก 3 ราย ที่ต้องส่งตัวเข้ารักษาด่วนที่โรงพยาบาลมะนัง  (มีเพียงบางรายที่ถูกต่อยอาการไม่สาหัส)

 

        นายภรัณยู นาคะทิฐธิ  ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า  บุตรชายของตน อายุประมาณ 11 ปีพร้อมคุณยาย  ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าว  เมื่อเวลา 10:00 น ของวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา  ได้ถูกฝูงผึ้งหลวงไม่น้อยกว่า 300 ตัว  รุมต่อยได้รับบาดเจ็บสาหัส  โชคดีมีตำรวจ  และชาวบ้านรีบนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที  แต่ลูกชายของตนพบว่าอาการสาหัส ความดันลดลง  ตัวซีดขาว  และขณะนี้ได้กลับบ้านแล้ว  ทั้งหลานและคุณยาย  อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งทำลาย  เพื่อไม่ให้ชาวบ้านถูกผึ้งรุมต่อยได้อีก

 

          นายพิชัย   ชูแก้ว  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.7  ยอมรับว่า  ตนถูกผึ้งรุมต่อยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ทั้งศีรษะ  แขนและลำตัว โชคดีที่ไม่มีอาการแพ้  โดยถูกต่อยขณะยืนโบกรถไม่ให้ชาวบ้านเเล่นผ่านเส้นทางที่ผึ้งอาศัยอยู่

         

          ทันทีที่ปราชญ์ชาวบ้านเดินทางมาถึงก็ได้รีบทำหัวหมี  เพื่อใช้เป็นคบเพลิงไล่ผึ้ง และปราชญ์ดังกล่าวก็ได้ขึ้นไปตัดรังผึ้งลงมาได้สำเร็จ  ในเวลาไม่เกิน 5 นาที

         

         ปราชญ์ชาวบ้านที่เชี่ยวชาญในเรื่องของกันเก็บน้ำผึ้งในป่าบอกว่า  กรณีนี้ไม่ยากเกินไป  เพราะหาผึ้งในป่าบ่อยซึ่งมีความยากและสูงกว่านี้

         

         สำหรับรังผึ้งที่หล่นลงมา  มีขนาดใหญ่ได้มีการส่งรังผึ้งต่อให้กับนายอำเภอมะนัง เพื่อไปทำยารักษาโรคแจกลูกบ้านต่อไป

……

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล – ยังปักธงแดงเตือนภัย!  แม้หลายพื้นที่ลดสู่สภาวะปกติ  มัสยิด บ้านเรือนเร่งทำความสะอาด  ชาวบ้านโอดครวญน้ำปีนี้แรงมาเร็ววอนแก้ปัญหาน้ำให้ยั่งยืน

สตูลยังปักธงแดงเตือนภัย !!  แม้หลายพื้นที่ลดสู่สภาวะปกติ  ศาสนสถานอย่างมัสยิด บ้านเรือนเร่งทำความสะอาด  ชาวบ้านโอดครวญน้ำปีนี้แรงมาเร็ววอนแก้ปัญหาน้ำให้ยั่งยืน

            วันที่ 26 ธ.ค. 2566  ทันทีที่สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ต้นน้ำลดลง   และไหลไปกองที่จุดปลายน้ำอำเภอเมืองสตูลก่อนออกสู่ทะเลนั้น   ทางด้านมัสยิดอะมาดียะห์  ปันจอร์  หมู่ที่ 6 ตำบลย่านซื่อ  อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล  พี่น้องชาวมุสลิมได้ช่วยกันเร่งทำความสะอาดมัสยิดเพื่อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  หลังน้ำได้ท่วมขังและไหลผ่านเพียงวันเดียวแต่สร้างความเสียหายให้ศาสนสถาน และบ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือนรวมทั้งถนนหนทาง

          ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำอย่างอำเภอเมืองสตูล ยังคงปักธงสีแดงเพื่อเตือนภัย  แม้มวลน้ำจะลดลงแต่สภาพอากาศท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม และน้ำอาจมาเติมให้เกิดน้ำท่วมต่อได้

         นางสาววิภารัตน์   อร่ามเรือง  รักษาการแทน หน.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล  (รรท.หน.ปภ.สตูล)   กล่าวว่า   สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่คลี่คลายแล้วจนเข้าสู่สภาวะปกติ  ส่วนพื้นที่ราบลุ่มต่ำยังคงมีน้ำท่วมขังบางแห่ง หากปริมาณน้ำฝนไม่เติมลงมาเชื่อว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในเร็ววันนี้    เนื่องจากมวลน้ำได้ไหลจากพื้นที่ต้นน้ำลงมายังพื้นที่ปลายน้ำ คลองฉลุง   และกำลังจะไหลออกสู่ทะเล   แต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้เนื่องจากสภาพอากาศในระยะนี้ และมวลน้ำยังคงอยู่ในระดับเตือนภัย (ธงแดง) ส่วนพื้นที่น้ำลดขณะนี้ได้มีการเข้าช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนแล้ว   

 

         ขณะที่ชาวบ้านที่ประสบภัยยอมรับว่า น้ำมาเร็วและแรงมากเก็บข้าวของไม่ทันและได้รับความเสียหาย  เครื่องใช้ไฟฟ้าข้าวของที่ต้องจมในกระแสน้ำหลายรายการ  แม้จะนำกระสอบทราบมากั้นก็บรรเทาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

         นางสาวอารีย์  จิตรณรงค์  ชาวบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน กล่าวว่า  ปีนี้น้ำมาเร็วและมาแรงมากเก็บของหนีน้ำกันไม่ทัน  เฉพาะปีนี้น้ำท่วม 2-3 ครั้งแล้ว อยากให้มีการแก้ปัญหาทำคลองให้กว้างมากขึ้น ระบายน้ำให้ดี และอยากให้เวลาน้ำท่วม ทหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาช่วยชาวบ้านให้เร็วหน่อย  บ้านของตนข้าวของเสียหายหนีน้ำกันไม่ทัน 

 ……………………………………………………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-ฝนตกสะสม ส่งผลให้น้ำลำคลองล้นทะลักท่วมบ้านเรือน

สตูลฝนตกสะสม ส่งผลให้น้ำลำคลองล้นทะลักท่วมบ้านเรือน

          วันที่ 5 ธ.ค.2566  ที่จังหวัดสตูลฝนที่ตกสะสมในระยะนี้แต่ส่งผลให้น้ำในลำคลองสายสำคัญ  อย่างคลองควนโดน  ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ของตำบลย่านซื่อ  อำเภอควนโดน  จังหวัดสตูล ได้เอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าร่วมบ้านเรือนและถนนรวมทั้งพืชสวนไร่นาที่อยู่ใกล้ริมคลองท่วมขัง

          ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นหนีน้ำกลางดึกที่ผ่านมา  หลังปริมาณน้ำจากคลองไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนเพิ่มสูงขึ้น   เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย 

          นายอนุวัฒน์   หมันเส็น  ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ตำบลย่านซื่อ  เปิดเผยว่าน้ำได้ไหลทะลักเอ่อล้นจากคลองเข้าท่วมบ้านในช่วง 5 นาฬิกา  ของวันนี้ทำให้ทุกคนภายในบ้านต้องรีบตื่นเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงเพื่อหนีน้ำ โดยระยะนี้ในพื้นที่มีฝนตกสะสมติดต่อกันหลายวัน  บางหมู่บ้านพบว่าน้ำได้ไหลทะลักเข้าในช่วง 3  นาฬิกา  ซึ่งขณะนี้ฝนได้หยุดตกแต่ปริมาณน้ำยังคงท่วมขัง

          สำหรับพื้นที่น้ำท่วมจากลำคลองที่ล้นทะลัก ริมตลิ่ง   หากปริมาณฝนไม่ตกมาซ้ำ 1-2 วันปริมาณน้ำก็จะแห้งลง  จังหวัดสตูลในระยะนี้มีฝนตกน้ำกระจายทั่วทั้งจังหวัด

……

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล – หนุ่มใหญ่ดวงซวย ถูกต้นปาล์มล้มทับทั้งร่างดับ ขณะใส่ปุ๋ย เกนคนนับ 10 ช่วยยกออก

สตูล – หนุ่มใหญ่ดวงซวย ถูกต้นปาล์มล้มทับทั้งร่างดับ ขณะใส่ปุ๋ย เกนคนนับ 10 ช่วยยกออก

         วันที่ 27 พ.ย.2566  ช่วงบ่ายที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะนัง   นำโดย  พ.ต.ต.ศักดิ์ชัย    หวังโส๊ะ    ร.ต.อ.วีรวัฒน์   โนรดี  ร.ต.อ.วีรวัฒน์   โนรดี  ร.ต.อ.วิทิน คงพันธ์ทะระ  พร้อม ร้อยเวร สภ.มะนัง    ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในสวนปาล์มน้ำมัน    ผัง 45 ต.นิคนพัฒนา  อ.มะนัง  จ.สตูล   จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดกู้ชีพ อบต.นิคมพัฒนา  พบนายณรงค์ชัย  หมีนพราน  อายุ 47 ปี  ชาวบ้าน  หมู่ 5 ต.ท่าเรือ  อ.ท่าแพ  จ.สตูล   

 

        สภาพผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ   นอนคว่ำหน้าบนกระสอบปุ๋ย   มีต้นปาล์มทับทั้งตัว  ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า  มีเลือดออกบริเวณศีรษะ  หู จมูก  ปาก  นิ้วมือ  นิ้วเท้า มีสีเขียวช้ำ ขาด้านขวาผิดรูป  อยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว   จึงเกนคนนับ 10  คน ช่วยยกต้นปาล์มออกจากร่าง    ก่อนเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัย  ได้ช่วยกันทำ CPR เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้     จากนั้นได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต

 

         ด้านพ่อผู้ตาย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  ลูกชายของตนพร้อมญาติอีก 2 คน  เป็นชาวท่าแพ เข้าไปใส่ปุ๋ยในสวนปาล์ม  ซึ่งตนมาซื้อที่ดินแถวนี้ไว้   โดยขณะใส่ปุ๋ยอยู่นั้น  ญาติ 2 คน  แยกไปใส่ปุ๋ยอีกจุด 1 ซึ่งอยู่ห่างกันมาก  และในช่วงนั้นสภาพอากาศภายในสวนปาล์ม  มีลมกรรโชคแรง  ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้หยอดยาเพื่อทำลายต้นปาล์มแก่ที่หมดอายุให้ล้มตายเอง  ภายในสวนปาล์มไปพร้อมกับใส่ปุ๋ยปาล์มที่ปลูกใหม่    ซึ่งไม่คาดคิดว่าต้นปาล์มแก่ดังกล่าวจะล้มทับลูกชายของตนที่ขณะกำลังใส่ปุ๋ยใกล้กับรถยนต์ 

 

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สันนิฐานว่า  เกิดจากอุบัติเหตุไม่ใช่การฆาตรกรรม  ซึ่งทางญาติก็ไม่ติดใจ นำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป

………………………………    

 

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-ตม.สตูล รวบชายชาวบังคลาเทศ  เข้าไทยโดยวีซ่าท่องเที่ยว  ตระเวนขอบริจาคเงินในหลายจังหวัด และเชื่อว่าตระเวนขอเงินในประเทศอื่นๆ ด้วย 

สตูล-ตม.สตูล รวบชายชาวบังคลาเทศ  เข้าไทยโดยวีซ่าท่องเที่ยว  ตระเวนขอบริจาคเงินในหลายจังหวัด และเชื่อว่าตระเวนขอเงินในประเทศอื่นๆ ด้วย

         ตามนโยบาย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้เน้นย้ำให้ ตม.จว.ทั่วประเทศ ตรวจสอบพฤติกรรมชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย หากมีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เหมาะสม ให้ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ดังนั้นพล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์  จิตต์ประยูรตี  รอง ผบก.ตม.6 สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดในภาคใต้ ดำเนินการตามนโยบายของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

            ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2566  ตม.สตูล ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดสตูลว่า ได้มีคนต่างชาติ สัญชาติบังคลาเทศ พูดไทยไม่ได้ ถือป้ายขอเรี่ยไรบริจาค ออกตระเวนเรี่ยไรขอเงิน  ดังนั้น พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จว.สตูล จึงได้สั่งการ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี และ พ.ต.ท.วิชาญ นามแสงผา พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.สตูล กระจายกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว  จนกระทั่งพบตัวตามที่ได้รับแจ้งมา บริเวณร้านกาแฟแห่งหนึ่งภายในปั้มน้ำมัน ถ.ยนตการกำธร ต.คลองขุด อ.เมือง จว.สตูล

เจ้าหน้าที่จึงซุ่มเฝ้าสังเกตพฤติกรรม พบว่าคนต่างด้าวรายนี้ เดินถือป้ายกระดาษ ขอบริจาคเงินตามโต๊ะต่างๆในร้านกาแฟ  มักจะเลือกกลุ่มที่เป็นผู้หญิง ส่วนใหญ่ประชาชนให้บริจาคเงิน ครั้งละ 20 บาท จากนั้นออกจากร้านกาแฟ เดินไปขอบริจาคจากประชาชนที่รอเติมน้ำมัน และร้านค้าต่างๆ

  

เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน  จากนั้นได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอตรวจหนังสือเดินทาง  ทราบว่าชื่อนายฮัสซัน ขอสงวนนามสกุล อายุ 58 ปี สัญชาติบังคลาเทศ   เดินทางเข้ามาในประเทศไทยครั้งล่าสุด จากประเทศมาเลเซีย ผ่านสนามบินท่าอากาศยานกรุงเทพ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2566 โดยวีซ่าท่องเที่ยว ปัจจุบันวีซ่ายังไม่หมดอายุ แต่เมื่อเข้ามาประเทศไทยไม่ได้ไปท่องเที่ยวกลับมามีพฤติการณ์เรี่ยไรขอเงิน

เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมในข้อหา “เรี่ยไรในทางหลวงหรือในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางหลายรายการ ป้ายกระดาษที่ใช้ในการขอเรี่ยไร เงินธนบัตรใบละ 20 บาท หลายร้อยบาท พบในกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และเมื่อคดีสิ้นสุด ตม.จว.สตูล จะทำการยกเลิก เพิกถอนวีซ่า  ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

 

        ด้าน  พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จว.สตูล กล่าวว่า ทางการสืบสวนเชื่อว่าคนต่างด้าวรายนี้  เดินทางมากจากกรุงเทพฯ ตระเวนไปจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้  ล่าสุดคนต่างด้าวรายนี้ได้นั่งรถสาธารณะจาก อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา  มายัง จว.สตูล  มาแบบสุ่ม ไม่รู้จักผู้หนึ่งผู้ใดเลยใน จว.สตูล  มาเพื่อขอเรี่ยไรเงิน  อีกทั้งคนต่างด้าวรายนี้ได้ขอวีซ่ามาเพื่อการท่องเที่ยวแต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับมีพฤติกรรมดังกล่าว  ก็จะได้ดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 และพรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป  ยิ่งไปกว่านั้นทางการสืบสวนได้ดูประวัติการเดินทาง พบว่าได้เดินทางไปในหลายประเทศอยู่ในประเทศนั้นๆ ตามระยะเวลาเท่าที่อนุญาตให้อยู่ เมื่อครบกำหน  ก็หมุนไปประเทศอื่นอีก  เชื่อว่าตระเวนเรี่ยไรเงินในหลายประเทศ   สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจังหวัดสตูล  ที่คอยแจ้งเบาะแส คอยเป็นหูเป็นตามาโดยตลอด  ขอบคุณในความร่วมมือที่ดีตลอดมา 

……………………….

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-ผู้การสตูลยืนยัน  แป้งนาโหนด  ยังอยู่บนเขาบรรทัด  ไม่ได้ลงมาขอข้าวชาวบ้านกินตามที่เป็นข่าว ปิดประเด็นหลบหนีต่างประเทศได้เลย  

สตูล-ผู้การสตูลยืนยัน  แป้งนาโหนด  ยังอยู่บนเขาบรรทัด  ไม่ได้ลงมาขอข้าวชาวบ้านกินตามที่เป็นข่าว ปิดประเด็นหลบหนีต่างประเทศได้เลย

         วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566  พลตำรวจตรีจารุต  ศรุตยาพร   ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  เปิดเผยว่า  เป็นไปไม่ได้เลยที่คนร้าย  แป้งนาโหนด  หรือ  นายชวลิต  ทองด้วง  ผู้ต้องหารายสำคัญ  จะลงจากเขาบรรทัด   เข้ามาช่องทางจังหวัดสตูล  โดยเฉพาะลงมาขอข้าวกินในหมู่บ้าน  แล้วก็กลับขึ้นไปบนเขาใหม่   เพราะไม่ใช่เส้นทางที่จะเดินกันสะดวกขึ้นลงง่ายๆ  และโอกาสจะหลุดเข้ามาในตัวเมืองเป็นไปได้ยาก   เรามีด่านความมั่นคงโดยเฉพาะบริเวณทางเข้าทั้ง 2 จุด  ทุกโรงพักโดยรอบมีการตั้งจุดเคลื่อนที่เร็ว ทางการข่าวทำให้เรามั่นใจว่าแป้งนาโหนด  ยังหลบหนีอยู่บนเขาบรรทัด

 

          ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  เปิดเผยเพิ่มเติมว่า   กำลังตำรวจทุกหน่วยและของราชทัณฑ์ เกือบ 400 นาย อยู่บนเขา  แต่เป็นการสับเปลี่ยนกำลังกัน ไม่ได้เป็นการนำคนทั้ง 400 คนมาเดินหน้ากระดานและเดินค้นหา  ค่อนข้างลำบากเนื่องจากเป็นป่าดงดิบรกทึบ  ในแต่ละวันการเดินสำรวจได้ไม่เยอะ  ยิ่งสภาพอากาศในช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะตำรวจที่ลำบาก  ตัวแป้งเองที่หลบหนีอยู่ข้างบนเชื่อว่าก็ไม่ได้สบายนัก  ถ้าเป็นไปได้มามอบตัวก็น่าจะจบ   แต่ดูแล้วน่าจะไม่มอบตัวง่ายๆ   ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องใกล้ชิดติดตัวเขาไปเรื่อยๆ เชื่อว่าใกล้จะจบแล้วสำหรับประเด็นนี้  เนื่องจากระยะเวลาที่หนีมาใช้เวลานานพอสมควร  โดยเฉพาะโอกาสที่จะหลบหนีมาทางจังหวัดสตูลมีโอกาสน้อย

            ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  ยืนยันด้วยว่า   ในส่วนโอกาสที่จะหลุดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ยืนยันว่ายากมาก เนื่องจากแป้งเองเป็นผู้ต้องหาคดีอาวุธปืนและยาเสพติด ทางมาเลเซียมีโทษสูงคือประหารชีวิต เชื่อว่าแป้งไม่หลบหนีไปที่นั่นทำให้ปิดประเด็นที่จะหลบหนีไปประเทศมาเลเซียได้เลย   เจ้าหน้าที่ตำรวจ   กรมประมง  กรมเจ้าท่า   และชาวบ้านในละแวกนั้น   เชื่อว่าโอกาสที่จะหลุดเข้ามาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รู้น่าจะยากมาก   จากช่องทางความคุ้นเคยของแป้งเชื่อว่าพัทลุงยังมีโอกาสที่ยังหลบหนีได้มากกว่า

         

          ขณะนี้กลายเป็นว่าตำรวจให้ข้อมูลมากกลับส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว  แทนที่จะใช้ชีวิตตามปกติสุขและคอยแจ้งข่าว ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกไปตัดยาง  ทำให้ชีวิตประจำวันเขาเปลี่ยนไป  ไม่อยากจะทำให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ได้  แต่จะมีช่องทางให้สื่อสารกับตำรวจว่าหากเจอหรือพบ จะต้องทำอย่างไร  หากนึกอะไรไม่ออก 191 ไว้ก่อน  พร้อมที่จะสนับสนุนโดยเรามีชุดปฏิบัติการหลายชุดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 

          ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  ยอมรับว่า  ปัญหายาเสพติดและอาวุธปืนในพื้นที่จังหวัดสตูลยอมรับว่ายังมีเยอะอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้นปืนเจอยาเสพติด  ค้นยาเสพติดเจออาวุธปืนยังมีอยู่  โดยให้ทุกพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นทุก 10 วัน คุณต้องมีเป้าอย่างน้อย 3-5 เป้า จากคนที่เคยเสพติด  พ่อค้ารายย่อย  โดยจะมีการประเมินหัวหน้าสถานีตลอดเวลา

…………

อัพเดทล่าสุด
Categories
ข่าวเด่น

สตูล-เสียงปืนดังสนั่นหมู่บ้านติดเทือกเขาบรรทัด รอยต่อบ้านตระ   เส้นทางที่แป้งนาโหนด  อาจหลบหนีเข้ามาได้  โดยตำรวจจับได้ 1 รายคาบ้านกลางสวนยางพารา พร้อมอาวุธ  

 สตูล-เสียงปืนดังสนั่นหมู่บ้านติดเทือกเขาบรรทัด รอยต่อบ้านตระ   เส้นทางที่แป้งนาโหนด  อาจหลบหนี   ฝ่ายความมั่นคงพลัดหลงเข้ามาได้  โดยตำรวจจับได้ 1 รายคาบ้านกลางสวนยางพารา พร้อมอาวุธ

        วันที่ 13 พ.ย.2566 ภาพนาทีที่  พ.ต.อ.อุเทน   แก้วจันทอน ผกก.สภ.ทุ่งหว้า   จังหวัดสตูล   นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ.ทุ่งหว้า  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  และกำลังหน่วยพิทักษ์ป่าคีรีวง   เข้าจู่โจมนับสิบนายตรวจสอบบ้านต้องสงสัยในป่ายางพารา  ติดเทือกเขาบรรทัด  ในพื้นที่หมู่ที่ 9  บ้านราวปลา  ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า   จังหวัดสตูล

       หลังได้รับแจ้งจากสายรายงานว่ามีเสียงปืนดังขึ้น  ในบริเวณดังกล่าว   ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดริมเขาบรรทัด  รอยต่ออำเภอปะเหลียนจังหวัดตรังและสตูล  จึงนำกำลังจู่โจมปิดล้อมเข้าตรวจค้นและควบคุมผู้ต้องหาได้ 1 คนอายุ 18 ปี  พร้อมอาวุธปืน  และเครื่องกระสุนปืน   พบอาวุธปืนยาวจำนวน 2 กระบอกและปืนสั้นจำนวน 1 กระบอก  พร้อมเครื่องกระสุน

         จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบ้านข้างเคียงซึ่งเป็นบ้านร้าง  ที่เชื่อได้ว่าอาจจะมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่  หรือ อาจมีบุคคลตามหมายจับ   นายเชาวลิต  ทองด้วง  หรือ  แป้งนาโหนดหลบซ่อนได้

         ผู้ต้องหาวัย 18  ยืนยันว่า  ไม่รู้จักแป้งนาโหนด  แต่ตนยอมรับว่าฝึกทำอาวุธปืนจากยูทูป และเสพยาเสพติดจริง  ไม่เคยไปทำปืนขายใคร

        พ.ต.อ.อุเทน   แก้วจันทอน ผกก.สภ.ทุ่งหว้า  เปิดเผยว่า  การปฏิบัติงานของตำรวจท้องที่ทุ่งหว้าเฝ้าระวังในแนวราบ  ในหมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านราวปลา  หมู่บ้านธารปลิว  ตำบลทุ่งหว้า  และ  หมู่บ้านทุ่งดินลุ่ม  หมู่บ้านสะพานวา  ตำบลป่าแก่บ่อหิน  อำเภอทุ่งหว้า  ซึ่งมีรอยต่อติดกับเทือกเขาบรรทัด โดยใช้ 3 มาตราการ  สื่อสารสร้างการรับรู้ให้ชาวบ้าน  การเฝ้าระวังพื้นที่  และการหาข่าวเชิงลึก

         สำหรับหมู่บ้านราวปลา   หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งหว้า  อำเภอทุ่งหว้า  จังหวัดสตูล   เป็นหมู่บ้านติดริมเขาบรรทัดมีช่องทางเดินป่าในอดีตของกลุ่มคอมนิวส์ และของชาวมานิในปัจจุบัน  เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรก็เดินทางถึง  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่อาจเป็นช่องทางในการเดินพลัดหลงมาของ แป้งนาโหนดได้ แม้คนในพื้นที่หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีใครู้จักมาก่อน  

…………………….

อัพเดทล่าสุด